บลจ.แอสเซท พลัส มองตลาดหุ้นญี่ปุ่นก้าวสู่ “ยุคทองครั้งใหม่”
บลจ.แอสเซท พลัส มองตลาดหุ้นญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคทองครั้งใหม่” ชู 3 กลยุทธ์ลงทุนผ่านกองทุนเรือธงครอบคลุมความต้องการของนักลงทุนทุกสไตล์
วันที่ 28 เม.ย.2569 นายคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า ญี่ปุ่นกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่สนับสนุน ได้แก่
1. Virtuous Cycle (วัฏจักรเชิงบวก) การปรับขึ้นค่าจ้าง (Shunto) ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ควบคู่กับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.75% สะท้อนว่าญี่ปุ่นเริ่มหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ
2. Political Stability (เสถียรภาพทางการเมือง) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ที่มีเสถียรภาพสูง มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 3 เสาหลัก คือ
- นโยบายการเงินผ่อนคลาย
- นโยบายการคลังยืดหยุ่น
- การลงทุนเชิงรุกขนาดใหญ่
โดยอัดฉีดเม็ดเงินผ่านแพ็กเกจมูลค่า 21.3 ล้านล้านเยน ซึ่งนับว่าสูงสุดในรอบ 5 ปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ พร้อมเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และควอนตัม เสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงของประเทศ ควบคู่กับงบประมาณปี 2026 ที่พุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 122.3 ล้านล้านเยน โดยเพิ่มงบด้าน AI และชิปเกือบ 50% YoY แตะ 3.07 ล้านล้านเยน
3. Corporate Governance Reform การปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กร ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น และเปลี่ยนโครงสร้างตลาดหุ้นญี่ปุ่นให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันตลาดหุ้นญี่ปุ่นสะท้อนสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน โดยดัชนี TOPIX ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 15% ในช่วงต้นปี ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ (Beat Consensus) ถึง 9.2% สะท้อนถึงพลวัตทางเศรษฐกิจที่กำลังเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่
นายคมสันต์กล่าวว่าเพื่อรองรับโอกาสการลงทุนดังกล่าว บลจ.แอสเซทพลัส ได้พัฒนากองทุนที่ครอบคลุมทุกสไตล์การลงทุน ผ่าน 3 กองทุนเรือธง ได้แก่
1. สาย Value : กองทุน ASP-NGF เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นคุณค่าและถือครองระยะยาว โดยมุ่งลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น อาทิ กลุ่มธนาคารและบริษัทการค้า (Trading Company) เช่นSumitomo Mitsui Financial Group (SMFG) และMitsubishi UFJ Financial Group (MUFG) รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างอย่าง Penta-Ocean ที่ได้อานิสงส์จากการลงทุนภายในประเทศ
2. สาย Growth: กองทุน ASP-JHC-A เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตสูงที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของ “New Japan” ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Tech และSemiconductor เช่น Tokyo Electron, Sony และHitachi ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของซัพพลายเชน AI โลกขณะที่ Mitsubishi Heavy Industries ได้แรงหนุนจากนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศ
3. สาย Hidden Gems: กองทุน ASP-JPSMALLมุ่งเฟ้นหาบริษัทขนาดเล็กที่มีศักยภาพเติบโตสูงและเทคโนโลยีเฉพาะทาง ซึ่งมักมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดในช่วงเศรษฐกิจขยายตัวโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น Meiko Electronics ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และ Musashi Seimitsu ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
นอกจากนี้ นายคมสัน กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องของมุมมองการลงทุนในระยะข้างหน้าว่า "เราเชื่อมั่นว่าความผันผวนระยะสั้นคือโอกาสในการเข้าสะสมโดยพิจารณาจาก ดัชนี TOPIX ซึ่งมี Forward P/E อยู่ที่ 17.1 เท่า (ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569) และคาดการณ์การเติบโตของกำไรที่ 10-11% ญี่ปุ่นในปัจจุบันไม่ใช่ญี่ปุ่นที่ซบเซาเหมือน 30 ปีที่ผ่านมา แต่เป็นตลาดที่กำลังเข้าสู่ Golden Era ครั้งใหม่“