โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Mixue ถอยตั้งหลัก? ทยอยปิดสาขาไม่ทำกำไร พร้อมดัน ‘Lucky Cup’ ทดลองตลาดเอเชีย

TODAY

อัพเดต 27 เม.ย. เวลา 08.20 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. เวลา 08.20 น. • TODAY

มี่เสวี่ย(Mixue) เชนร้านเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติจีน ปัจจุบันมีสาขามากถึง 59,823 แห่งทั่วโลก (มี 55,356 สาขาในจีนแผ่นดินใหญ่) แต่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ได้ทยอยปิดสาขากว่า 400 แห่งซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย โดยอ้างว่าต้องการปรับปรุงปรุงการดำเนินงานให้ดีขึ้น

ทั้งเวียดนามและอินโดนีเซียถือว่ามีความโครงสร้างธุรกิจท้องถิ่นที่‘เขี้ยว’ มากกว่าที่คิด อย่างคนเวียดนามที่มีความเป็นชาตินิยมในการบริโภคสูง และตลาดเครื่องดื่ม (F&B) แข่งกันดุเดือดระดับเลือดสาด

หรืออย่าง อินโดนีเซียที่มีตลาดการบริโภคขนาดใหญ่ในแง่ของจำนวนประชากร และความแข็งแรงของแบรนด์ท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล รวมถึงมีระบบโลจิสติกส์ที่เข้าใจความซับซ้อนของเกาะแก่งได้ดีกว่า

อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไม Mixue ราว 428 สาขาที่ส่วนใหญ่อยู่ในสองประเทศนี้ ได้ประกาศปิดบางสาขาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของร้าน และอยากเข้าใจคนท้องถิ่นมากขึ้น

บริษัทหลักของ Mixue ก็คือ Henan Daka Food and Beverage Co., Ltd ได้กล่าวย้ำมาตลอดว่า บริษัทต้องการมุ่งเน้นไปที่ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสาขาที่มีอยู่ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว หรือพูดให้เข้าใจง่ายในเชิงธุรกิจ การใช้คำพูดลักษณะนี้หมายถึง การปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร หรือสาขาที่ตั้งอยู่ใกล้กันเกินไป เพื่อให้ร้านที่เหลืออยู่รอดได้ในระยะยาว ไม่ใช่มาแข่งกันเอง

แม้ว่า Mixue ไม่ได้บอกเหตุผลตรงๆ ว่าการปิดสาขาครั้งนี้เป็นเพียงการปิดชั่วคราวหรือไม่ แต่สิ่งที่เห็นชัดขึ้นหลังจากที่มีการทยอยปิดตัวก็คือ การขยายสาขาไปยังประเทศอื่นที่ไม่ใช่อินโดนีเซียกับเวียดนาม

โดยสองประเทศอย่าง “สหรัฐอเมริกา และ คาซัคสถาน” กลายเป็นเป้าหมายใหม่ในการขยายสาขาเพิ่มสำหรับ Mixue อย่างในสหรัฐฯ ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า คนก็ต้องการของราคาประหยัดเหมือนกันซึ่งแบรนด์ใช้จังหวะนี้เข้าไปในช่วงตลาดอ่อนแอ และยังมีสาขาน้อย

อย่างไรก็ตาม นักการตลาดวิเคราะห์กลยุทธ์ของ Mixue ว่าสาขาที่มีอยู่แล้วในต่างประเทศ จะปรับโฉมใหม่ไม่ใช่ร้านเล็กแบบเดิม แต่เปลี่ยนไปสู่ร้านค้าขนาดใหญ่ขึ้น มีเคาน์เตอร์เตรียมอาหารที่กว้างขึ้น ทำเลติดถนนและหันหน้าร้านออกสู่ถนน มีพื้นที่ร้านใหญ่ขึ้น บางสาขาอาจจะเพิ่มสัดส่วนการนั่งทานที่ร้านมากขึ้น เป็นต้น

สำหรับ Mixue ใครหลายคนเคยสงสัยว่าอยู่ในช่วง ‘ขาลง’ หรือไม่? หากดูจากข้อมูลการเงินของปีที่ผ่านมา รายได้ของ Mixue ยังคงเพิ่มขึ้น 35.2% เป็น 4,910 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33% เป็น 867.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ตลาดไทย Mixue มีสาขาในปัจจุบันราว 480 แห่ง (ณ ต้นปี 2568) เทียบกับช่วงปลายปี 2566 ที่มีประมาณ 200 สาขา และยังคงเติบโตต่อเนื่องจากกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ซึ่งเป็นกลยุทธ์นี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในไทยในปี 2565 โดยจะเลือกเปิดใกล้กับสถานศึกษาก่อนเสมอ

[ เปิดแบรนด์ใหม่ Lucky Cup ทดลองตลาดเอเชีย ]

เมื่อการเติบโตของ Mixue ยังมีสัญญาณดี แล้วทำไมถึงเปิดแบรนด์ใหม่?

ในมุมของ Mixue เพื่อต้องการเจาะตลาดกาแฟราคาประหยัดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีนและต่างประเทศ โดยใช้ห่วงโซ่อุปทานที่มีอยู่เพื่อนำเสนอกาแฟราคาถูก ส่วนใหญ่ราคาเริ่มต้น 35 บาท ทำให้กาแฟเป็นสินค้าที่ซื้อหาได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย

จริงๆ Lucky Cup เปิดตัวครั้งแรกในจีนตั้งแต่ปี 2017 โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน และด้วยความที่ในเอเชียซึ่ง Mixue รุกตลาดก่อนไปภูมิภาคอื่นและสาขาในต่างประเทศส่วนใหญ่ก็อยู่ในเอเชีย มีส่วนสำคัญที่ทำให้เลือกเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘Lucky Cup’ มากกว่าขยายแบรนด์เดิมอย่าง Mixue

Lucky Cup ขยายเข้าสู่ตลาดต่างประเทศครั้งแรกในมาเลเซีย (เดือนสิงหาคม 2568) และในไทยสาขาแรก (เดือนธันวาคม 2568) ถือเป็นการทดลองตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลยุทธ์หนึ่งว่าจะรอดหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก World Coffee Portal มองว่า กว่า 10,000 สาขาของ Lucky Cup ในจีนตอนนี้ พิสูจน์ได้ว่าเครื่องดื่มราคาไม่สูงสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในตลาดปัจจุบัน แต่สำหรับในต่างประเทศ อาจเป็นการทำลายระบบการแข่งขันของแบรนด์ท้องถิ่นได้

ขณะที่ Dao Insights เผยว่าการขยายสาขาอย่างรวดเร็วของ Lucky Cup อาจเป็นความน่ากังวลสำหรับแบรนด์ท้องถิ่นในต่างประเทศ มากกว่าเป็นความน่าสนใจ

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์จากแห่ง เช่น Momentum Works ตั้งข้อสังเกตว่าแบรนด์ Lucky Cup อาจจะไม่ใช่แค่การหาตลาดใหม่ แต่มันคือการระบายผลผลิตส่วนเกิน (Inventory & Overcapacity Clearing) เพราะวัตถุดิบสต็อกของ Mixue ในปัจจุบันค่อนข้างมาก และเป็นรายได้หลักเกิน 90% ของ Mixue ด้วย

ดังนั้น สิ่งที่จะเห็นต่อจากนี้อาจเป็นการปั้มสาขา Lucky Cup เร็วขึ้นอีก คล้ายกับตอนที่ Mixue เข้าสู่ตลาดต่างประเทศในช่วงแรกๆ ขณะเดียวกัน สาขา Mixue น่าจะลดสปีดการเปิดสาขาใหม่ๆ ลงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาแย่งลูกค้ากันเอง

ส่วนแบรนด์ Lucky Cup ในไทยเอง นักกลยุทธ์การตลาดคนไทยพูดวิเคราะห์บน YouTube: I am Joe Jitnarin ไว้ว่า คาดว่าจะเห็นสาขาใหม่ในไทยขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ Mixue ในตลาดเองก็ทยอยปิดสาขาไปบ้างไม่ต่างกัน

“โมเดลธุรกิจของ Mixue มองดูดีๆ น่าจะมีปัญหา เพราะปัญหาของแบรนด์นี้ไม่ใช่ไม่มีลูกค้า แต่ฐานลูกค้าไม่ขยายตามสาขาที่เร่งเปิด”

โดยวิเคราะห์ว่า Mixue สามารถครองใจคนไทย 4 กลุ่มได้ก็จริง (นักเรียน/นักศึกษา, วัยทำงานเริ่มต้น, กลุ่มที่อ่อนไหวกับเรื่องราคา และกลุ่มที่พอใจกับคุณภาพ-ราคาของแบรนด์นี้) แต่ปัญหาอยู่ที่กลุ่มอื่นๆ ที่เหลือ Mixue ไม่ยอมปรับกลยุทธ์เพื่อให้เข้าถึงพวกเขา

นอกจากนี้ ในเนื้อหาของ I am Joe Jitnarin ยังพูดถึงบาร์ KPIs ที่ Mixue น่าจะมองว่าคุ้มค่าที่จะเปิดให้บริการในสาขานั้นๆ ต่อหรือไม่ เช่น

  • ผลตอบแทนในการลงทุน
  • ระยะเวลาในการคืนทุน
  • รายได้ต่อตารางเมตร
  • ความพอใจของผู้ได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์

ไม่ว่าจะเป็นสาขาในเวียดนาม, อินโดนีเซีย หรือไทย แต่ละประเทศมีวัฒนธรรม ความเชื่อ และกรอบในการใช้โมเดลธุรกิจไม่เหมือนกัน ปรากฎการณ์การปิดสาขาของ Mixue เป็นไปได้ว่ามาจากการขาดความเข้าใจในผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง

ปี 2569 เทียบให้เห็นภาพคงเป็นแบรนด์ Mixue ที่กลับไปปรับจุดยืนและโมเดลธุรกิจตัวเองใหม่ จากที่เคยขยายสาขาในต่างประเทศอย่างรวดเร็ว เพื่อบล็อกคู่แข่ง แบรนด์น้องใหม่อย่าง Lucky Cup ซึ่งตอนนี้นำร่องไป 2 ประเทศในอาเซียน ถูกดันเข้าสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทดลองตลาด

จากนี้คงต้องตามกันต่อว่าโอกาสสำเร็จในโมเดลธุรกิจกาแฟราคาถูกมีมากน้อยแค่ไหน แต่ภาวะเศรษฐกิจแบบนี้พูดเลยว่า มีแนวโน้มรอดสูงเหมือนกันตราบใดที่คนยังชอบดื่มกาแฟอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...