อิทธิพลมืด-ผลประโยชน์ชายแดนใต้ "เบื้องหลังสั่งตาย" สส.กมลศักดิ์"
หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามลอบยิงรถของ “นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพัก ริมถนนเพชรเกษม อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เวลา 01.09 เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 โดยคนขับรถและผู้ติดตามถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนสส.กมลศักดิ์หมอบในพื้นที่รถหลบกระสุนทันจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ คดีดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่อุกอาจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
แม้ในวันนั้นสส.กมลศักดิ์ จะรอดชีวิต แต่ยังคงเป็นปมปริศนาว่า “ใครเป็นผู้จ้างวาน” และมี “ผู้บงการเบื้องหลัง” หรือร่วมลงขันหรือไม่ นอกเหนือจากความขัดแย้งทางการเมืองแล้ว ยังมีเรื่องผลประโยชน์อื่นใด ในพื้นที่หรือไม่ เพราะมีการพุ่งเป้าถึงขั้นจะ “ปลิดชีวิต”ถือว่า ผิดปกติกว่าโกรธแค้นทั่วไป ที่สำคัญจากข้อมูลการสืบสวนยังพบอีกว่า “ทีมสังหาร” ส่วนหนึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบอีกว่า “รถยนต์” ที่กลุ่มคนร้ายนำมาใช้ในการก่อเหตุนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยราชการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดนราธิวาส แม้ภายหลังจะถูกชำแหละเพื่อทำลายหลักฐาน ด้วยการลบหมายเลขแชสซี และทำการแยกโครงเหล็กในอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งในอ.ตากใบ จ.นราธิวาส
เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยสรุปผังผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ลอบยิง ตั้งแต่วันที่19-20 มี.ค. และร่วมสนับสนุนเหตุการณ์ในวันนั้นมี 5 คน ซึ่งทั้งหมดตำรวจสามารถจับกุมได้ตามลำดับ คือ นายสมพร อดีตนาวิกโยธิน และเป็นผู้ประสานงาน จัดเตรียมแผน และชี้เป้า, นายอลาวี คนขับรถ , นายสุนทร เจ้าของอู่แยกชิ้นส่วนรถใช้ก่อเหตุ, นายธนภัทร อดีตทหารพราน และเป็นมือปืน ,
โดย ร.อ.วิโรจน์ อดีตนาวิกโยธิน และเป็นมือปืน ถูกจับกุมได้ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2569 ระหว่างหนีไปหลบซ่อนตัวในรัฐกะเหรี่ยงพื้นที่แนวตะเข็บชายแดนด้านสังขละบุรี และถูกแจ้งข้อหาหนักในฐานความผิด ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์, ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หรือหมู่บ้าน และร่วมกันใช้อาวุธปืนแบบที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้กระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
แม้ ร.อ.วิโรจน์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงจริง และได้รับงานนี้มาจาก “สมพร”อดีตนาวิกโยธิน หากกระนั้น ร.อ.วิโรจน์ กลับอ้างว่า เมื่อถึงจังหวะที่ต้องลงมือ ตนเองเกิดความลังเลใจ จึงตัดสินใจเบี่ยงวิถีกระสุนสาดใส่ไปที่บริเวณหน้ารถเพียงเพื่อหวังข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว โดยไม่ได้ประสงค์ถึงชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ
”ผมน่าจะเป็นหมากเล็ก ๆ ตัวหนึ่งในความขัดแย้งทางการเมืองในพื้นที่ หน่วยงานรัฐไม่เกี่ยวข้อง” ร.อ. วิโรจน์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆ หลังถูกถามถึงปมจ้างวาน ในวันที่ถูกควบคุมตัวในวันถูกฝากขังที่สภ.อ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตจากหน่วยข่าวที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ว่า ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความขัดแย้งถึงขั้นเอาชีวิต นอกจากอิทธิพลมืด ผลประโยชน์ใต้ดิน การเมือง น้ำมันเถื่อน ที่ขวางทางปืนแล้ว เรื่องปัญหา “ยาเสพติด”ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน
เนื่องจากที่ผ่านมา มีการจับกุมยาเสพติดและขบวนการค้ายาเสพฯได้อย่างต่อเนื่อง โดย เฉพาะยุคที่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นรมว.ยุติธรรม กำกับดูแลสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขณะที่การแข่งขันทางการเมืองในพื้นที่ในช่วงเลือกตั้งก็มีความดุเดือดไม่แพ้กัน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า แม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย แต่จากการสืบสวนพบว่า เป็นเพียงกลุ่มผู้รับจ้างที่ทำหน้าที่ตามคำสั่งที่ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ และคดีจ้างวานนั้น พยาน หลักฐานหาได้ยาก เพราะเป็นเรื่องลึกลับ แต่จะปล่อยให้เหตุการณ์นี้จบลงโดยไม่รู้ถึงผู้บงการหรือผู้ใช้จ้างวานไม่ได้
“นี่คือการทำลายพรรคการเมือง สส.กมลศักดิ์ ดูเรื่องกฎหมายและสิทธิมนุษยชน หากพรรคฯ ไม่สามารถดำเนินการให้ถึงที่สุดได้ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม"
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทวี ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า "มีผู้บงการที่ใหญ่กว่า 5 คน" ที่ถูกจับกุม โดยได้รับข้อมูลจากผู้กระทำผิดที่สื่อสารผ่านญาติและที่ปรึกษากฎหมายในระหว่างการควบคุมตัว จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบระบบการสื่อสารและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจากเชื่อว่า เป็นเหตุการณ์ที่เตรียมการมานาน
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังกล่าวถึง "ระบบคิด" ของหน่วยงานความมั่นคงบางกลุ่มที่ยังมองการรวมตัวทางการเมืองเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยระบุว่า ความคิดดังกล่าวขัดต่อหลักประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ที่คุ้มครองเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง
ขณะที่นายกมลศักดิ์ ให้ความเห็นหลังการจับกุมตัว ร.อ.วิโรจน์ ว่า อยากให้มีการขยายผลหาผู้บงการที่แท้จริง เชื่อมีเครือข่ายเป็นทอดๆ ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ปฏิบัติการ
“ขณะนี้ตำรวจตั้งประเด็นการสอบสวนไว้หลายแนวทาง ทั้งเรื่องความมั่นคงและประเด็นทางการเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง เชื่อว่าจากประสบการณ์และฝีมือของชุดสืบสวน จะสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้ว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองฝ่ายใด และมีมูลเหตุจูงใจมาจากอะไร
“ไม่อยากชี้ช่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เชื่อว่าเมื่อทาง ร.อ.วิโรจน์ โยนประเด็นมาแบบนี้( หมากการเมือง) ตำรวจคงไม่ตัดทิ้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเชื่อมโยงให้ได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 คนเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไร และมูลเหตุที่แท้จริงคืออะไร และ ใครคือผู้บงการที่แท้จริง …เชื่อว่าตำรวจเดินหน้าต่อได้ ซึ่งจะไม่ได้ช่วยผมคนเดียว แต่กำลังลดเงื่อนไขความหวาดระแวงให้กับคนในพื้นที่ด้วย”
มีรายงานจากพรรคประชาชาติระบุว่า จากการเก็บข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ คดีนี้มีตัวละคร 4 ระดับ มากกว่า 5 คน แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ คือ ผู้บงการ “ตัวจริง , ผู้ประสานงาน วางแผน ,ผู้อำนวยความสะดวก จัดหาอาวุธ กระสุน ยานพาหนะ ประสานเรื่องการหลบหนี และกลุ่มมือปืน ซึ่งถูกออกหมายจับและจับกุมแล้ว 5 คน
ส่วนอีก 3 ระดับเหนือขึ้นไปยังไม่มีการแจ้งข้อหา หรือออกหมายจับเลย จึงเป็นหน้าที่ของคณะทำงานของพรรคประชาชาติที่ต้องให้ข้อมูลกับตำรวจ ซึ่งในส่วนของ สส.กมลศักดิ์ ก็ได้ไปแจ้งความเพิ่ม และให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้ว
มีรายงานระบุว่า วันนี้ (27 เม.ย.) นายกมลศักดิ์ จะเข้าพบ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส โดยจะแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 2 คน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นข้าราชการและถูกพาดพิงว่ามีความเกี่ยวพันกับคดี ส่วนหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกหรือหมายจับขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ
คดียังไม่จบแค่นี้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังต้องไขปริศนาต่อว่า แท้จริงแล้ว เบื้องหลังการสั่งตาย สส.กมลศักดิ์ เกิดจากสาเหตุใด อิทธิพลมืดการเมือง การแย่งชิงผลประโยชน์หรือยาเสพติดกันแน่
อ่านข่าว
"หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่" สะท้อนภาพ "การเมืองนำการทหาร"
ทวงคืน “มาตุภูมิ” ลิดรอนฤทธิ์ “ตระกูลฮุน” ภัยคุกคามความมั่นคง
บ้านชำราก “ตราดปราบปรปักษ์” ทวงคืนบ้านสามหลัง “ให้มันจบที่รุ่นเรา”