“จีน” ขึ้นแท่นแหล่งระดมทุนใหม่ช่วงสงคราม ต่างชาติออกพันธบัตรหยวนพุ่ง
สงครามตะวันออกกลางและความผันผวนของตลาดโลกทำให้บริษัทต่างชาติหันมาระดมทุนในตลาดพันธบัตรจีนมากขึ้น โดยการออกแพนด้าบอนด์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าในเดือนมีนาคม
วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 06.49 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การออกพันธบัตรสกุลเงินหยวนโดยบริษัทต่างชาติในจีนเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนมีนาคม 2569 แซงหน้าการระดมทุนในตลาดหยวนต่างประเทศ สะท้อนความน่าสนใจของตลาดการเงินในประเทศจีนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านน้อยกว่า
ข้อมูลที่ Bloomberg รวบรวมระบุว่า พันธบัตรหยวนในจีนที่ออกโดยผู้กู้ต่างชาติ หรือที่เรียกว่า “แพนด้าบอนด์ (Panda Bonds)” มีมูลค่าการออกเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 27,800 ล้านหยวน หรือประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนมีนาคม ซึ่งมีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดสำหรับเดือนนี้
การเติบโตดังกล่าวสวนทางกับตลาดพันธบัตรหยวนนอกประเทศจีน หรือ Dim Sum bonds ซึ่งการออกพันธบัตรชะลอตัวลง หลังสงครามตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก สะท้อนว่าตลาดพันธบัตรในประเทศจีนมีความทนทานต่อความไม่แน่นอนจากต่างประเทศมากกว่า
Lei Wang หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ S&P Global (China) Ratings กล่าวว่า ตลาดนอกประเทศมีความยืดหยุ่นแต่ได้รับผลกระทบจากแรงกระแทกของเศรษฐกิจโลกมากกว่า ขณะที่ตลาดแพนด้าบอนด์พิสูจน์แล้วว่าเป็นช่องทางระดมทุนที่มีเสถียรภาพ ซึ่งความขัดแย้งล่าสุดยิ่งตอกย้ำจุดแข็งดังกล่าว ทำให้บริษัททั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับตลาดนี้มากขึ้น นอกจากเรื่องต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำกว่า
ในเดือนนี้ ผู้ออกแพนด้าบอนด์รายใหญ่ ได้แก่ BNP Paribas ซึ่งออกพันธบัตรในจีนเป็นครั้งแรก และ United Overseas Bank (UOB) ซึ่งเคยออกพันธบัตรในจีนมาก่อน โดยทั้งสองธนาคารระดมทุนได้ธนาคารละ 5,000 ล้านหยวนในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ผู้บริหารของ UOB ระบุว่า ตลาดพันธบัตรหยวนในประเทศจีนมีฐานนักลงทุนภายในประเทศขนาดใหญ่และมีเสถียรภาพมากกว่า ทำให้มีสภาพคล่องสูงแม้ในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน เช่น สถานการณ์ในตะวันออกกลางในปัจจุบัน โดยนักลงทุนสถาบันการเงินจีนซื้อพันธบัตรแพนด้าของ UOB ล่าสุดถึง 78% เพิ่มขึ้นจาก 38% ในปี 2019 และ 65% ในปี 2567
แม้ตลาดแพนด้าบอนด์จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขนาดตลาดยังเล็กกว่าตลาด Dim Sum bond ซึ่งเป็นพันธบัตรหยวนที่ออกนอกจีน โดยในเดือนมีนาคม การออก Dim Sum bond อยู่ที่ประมาณ 35,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 10% จากปีก่อน หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่มขึ้นถึง 120% ในช่วงสองเดือนแรกของปี 2569
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ตลาด Dim Sum bond มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยดอลลาร์และตลาดเงินโลกมากกว่า เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากยังคำนวณผลตอบแทนโดยแปลงกลับเป็นดอลลาร์
แม้ตลาดแพนด้าบอนด์จะยังมีขนาดเล็กกว่า แต่หากสงครามยังยืดเยื้อ ตลาดพันธบัตรในประเทศจีนมีแนวโน้มจะดึงดูดผู้กู้ต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากจีนได้รับผลกระทบจากสงครามน้อยกว่า และนโยบายการเงินของจีนไม่ได้ขึ้นอยู่กับสหรัฐ
นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยในจีนที่ต่ำกว่ายังช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมผ่านแพนด้าบอนด์ต่ำกว่า โดยอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรแพนด้ามักต่ำกว่า Dim Sum bond ประมาณ 0.30–0.80%
อ้างอิง : bloomberg.com