โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กาฬสินธุ์ฝนทิ้งช่วง-ร้อนจัด เขื่อนลำปาวส่งน้ำช่วยเกษตรกว่า 3 แสนไร่ เตรียมเพิ่มน้ำลงพื้นที่ท้ายเขื่อน

สยามรัฐ

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 06.23 น.

กาฬสินธุ์ ฝนทิ้งช่วงร้อน-แล้ง เขื่อนลำปาวกาฬสินธุ์ ส่งน้ำช่วยพื้นที่เกษตรกว่า 3 แสนไร่

ช่วงหน้าแล้งเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงหลายพื้นที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบกับอากาศร้อนจัด ทำให้เขื่อนลำปาวต้องบริหารจัดการ ส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกว่า 3 แสนไร่ พร้อมเตรียมเพิ่มปริมาณส่งน้ำช่วยพื้นที่ด้านท้ายอีก 3 จังหวัดร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานีในช่วงหน้าแล้งหลังพบความต้องการเพิ่มขึ้น ขณะที่ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ย้ำปริมาณน้ำเพียงพอทุกกิจกรรมไปจนถึงต้นฤดูฝน

วันที่ 25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงมานาน ประกอบกับสภากาศร้อนจัด ทำให้หลายพื้นที่ใน จ.กาฬสินธุ์ และพื้นที่ด้านท้าย ต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น ทำให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว หรือเขื่อนลำปาว ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด วางแผนบริหารจัดการ และต้องส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นระบบและเพียงพอ

นายสำรวย อินพิทักษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การใช้น้ำในพื้นที่ ซึ่งช่วงนี้พืช และการประมงต้องการน้ำค่อนข้างมาก ทางโครงการฯจึงได้ส่งหัวหน้าฝ่ายฯ และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทุกวัน เพื่อให้น้ำส่งไปถึงแปลงเพาะปลูกพืชของเกษตรกรให้ได้มากที่สุด

นายสำรวย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,063 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้านลบ.ม.) หรือคิดเป็น 54 เปอร์เซ็นต์ จากความจุ 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ได้มีการบริหารจัดการวางแผนไว้ ในส่วนการส่งน้ำนั้น ปัจจุบันทางโครงการฯ ได้ส่งน้ำเต็มประสิทธิภาพของคลองส่งน้ำ ทั้งฝั่งขวาและฝั่งซ้าย เฉลี่ยวันละ 4.5 ล้าน ลบ.ม.เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 2568/2569 ในระบบชลประทานของโครงการฯ ทั้งข้าวนาปรัง พืชไร่ พืชผัก บ่อปลา และบ่อกุ้ง รวมกว่า 290,605 ไร่

นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาทางโครงการฯยังได้ส่งผ่านอาคารระบายน้ำ และระบายน้ำผ่านอาคารผันน้ำ หรือสริงเวย์เฉลี่ยวัน 1.6 ล้าน ลบ.ม.ลงลำน้ำเดิม ไหลเข้าสู่ลำน้ำปาว และแม่น้ำชี เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ด้านท้ายใน จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานีในช่วงหน้าแล้ง

อย่างไรก็ตามปัจจุบันในพื้นที่ด้านท้ายทั้ง 3 จังหวัด มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ทางโครงการฯจึงได้มีแผนระบายน้ำลงลำน้ำเดิมเพิ่มขึ้นด้วย โดยจะปรับเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันไดจนเฉลี่ยถึงวันละประมาณ 4-5 ล้าน ลบ.ม.เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ด้านท้ายช่วงฝนทิ้งช่วง และหน้านี้

นายสำรวย กล่าวอีกว่า แม้ปัจจุบันเขื่อนลำปาวจะมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 54 เปอร์เซ็นต์ แต่ขอยืนยันว่าปริมาณน้ำนั้นมีเพียงพอทุกกิจกรรมในช่วงหน้าแล้ง ไปจนถึงหน้าฝนแน่นอน ทั้งนี้อยากฝากถึงพี่น้องเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำ และทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด เอื้อเฟื้อแบ่งปัน และใช้น้ำคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด

ภูมิภาค47

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...