โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช่วยโลกพร้อมช่วยธุรกิจ แนวคิด Hatari ตรึงราคาฝ่าวิกฤต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 06.10 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 06.39 น.
ทัศน์ลักษณ์-ชัญญา พานิชตระกูล

เดิมช่วงหน้าร้อนปี 2569 นี้จะเป็นโอกาสทองสำหรับสินค้าทำความเย็นอย่างพัดลมที่จะทำยอดขายจากสภาพอากาศร้อนจัด แต่สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้กลายเป็นความท้าทายสำคัญที่มาเซอร์ไพรส์ผู้เล่นทุกรายในตลาด ทั้งด้วยต้นทุนวัตถุดิบพลาสติก ค่าพลังงาน-ขนส่งที่พุ่งสูง ไปจนถึงปริมาณเม็ดพลาสติกที่อาจขาดแคลน

โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ 2 ทายาทและผู้บริหาร ฮาตาริ แบรนด์พัดลมสัญชาติไทย “ทัศน์ลักษณ์พานิชตระกูล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการวิจัยและพัฒนา กับ “ชัญญา พานิชตระกูล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานขายและการตลาด บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ถึงแนวทางการรับมือวิกฤต ซัพพลาย พลาสติก, ราคาพลังงาน และการแข่งขันดุเดือดในตลาดพัดลมปี 2569 นี้

พลาสติกไม่ขาดแต่ราคาพุ่ง

ทัศน์ลักษณ์เล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตสินค้าของบริษัทเช่นเดียวกับหลายธุรกิจ เนื่องจากพัดลมต้องใช้ชิ้นส่วนพลาสติกหลายประเภท ซึ่งราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นมากตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม’69 โดยราคาปรับขึ้นเฉลี่ย 25-30% และพลาสติกบางชนิดพุ่งสูงขึ้นไปถึง 60% รวมถึงยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาจะพุ่งสูงขึ้น แต่เม็ดพลาสติกยังไม่ขาดแคลนและยังคงสามารถจัดหาได้อยู่ แต่ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก โดยต้องอาศัยการหาจากหลายแหล่ง รวมถึงเริ่มมีการเสนอราคาสู้กันระหว่างผู้ซื้อแต่ละรายเพื่อชิงซัพพลายแล้ว

ย้ำไม่ผลักภาระให้ลูกค้า

ทัศน์ลักษณ์ย้ำว่า แนวทางหลักของฮาตาริคือ การพยายามไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค ดังนั้น ในสถานการณ์นี้บริษัทจะมุ่งปรับกระบวนการต่าง ๆ ทั้งด้านการจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต รวมไปจนถึงการตลาด แบบลงลึกถึงรายละเอียด ชนิดที่แม้แต่การเปลี่ยนแม่พิมพ์ชิ้นส่วน หรือถุงพลาสติกใส่คู่มือในกล่องก็ถูกนำมาคิดคำนวณด้วย เพื่อคุมต้นทุนให้ได้ดีที่สุด

โดยในการจัดหาวัตถุดิบพลาสติกนั้น บริษัทพยายามระมัดระวังในการจัดซื้อและควบคุมต้นทุน หลีกเลี่ยงการแข่งขันเสนอราคาที่สูงจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดต้นทุนที่สูงจนต้องผลักภาระราคาไปสู่ผู้บริโภค เนื่องจากปัจจุบันบริษัทยังมีสต๊อกเม็ดพลาสติกสำรองไว้ คาดว่าจะเพียงพอต่อการใช้งานได้อีกประมาณ 2-3 เดือน

หันโฟกัสโมเดลฮีโร่

ขณะเดียวกัน เพื่อรับมือในกรณีหากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป บริษัทจึงปรับตัวทั้งด้านการผลิต และการใช้พลังงานในโรงงาน ไปจนถึงการพัฒนาแคมเปญการตลาดที่สอดคล้องกับสถานการณ์

ในส่วนของการผลิตนั้น ปรับสัดส่วนการผลิตไปโฟกัสกับ “โมเดลฮีโร่” หรือรุ่นที่ขายดี และตัดหรือชะลอการผลิตบางโมเดลที่ดีมานด์น้อยออกไปก่อน เช่นเดียวกับลดความหลากหลายของสีสินค้าลง เหลือเพียงสีที่ขายดี เพื่อลดความถี่ในการเปลี่ยนแม่พิมพ์ เพราะการเปลี่ยนแต่ละครั้งต้องสูญเสียเม็ดพลาสติกทิ้งไปส่วนหนึ่งด้วย

เช่นเดียวกับการอัพเกรดเครื่องจักรในโรงงาน อาทิ เครื่องฉีดพลาสติกจากแบบใช้น้ำมันเป็นใช้ไฟฟ้าแทน ซึ่งดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว และประจวบเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันจึงช่วยลดผลกระทบด้านราคาพลังงานลงไปได้ โดยปัจจุบันเปลี่ยนเป็นแบบไฟฟ้าแล้วประมาณ 50% ของทั้งหมด ร่วมกับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ครอบคลุมพื้นที่หลังคาของโรงงานทั้งหมดเพื่อช่วยการซื้อไฟฟ้า

ดึงกระแสรักษ์โลกแก้สถานการณ์

ขณะเดียวกัน ยังต่อยอดแนวทางการดำเนินงานแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างการใช้พลาสติกรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อรับมือราคาพลาสติกใหม่ที่พุ่งสูง และอาจหายากขึ้นอีกในอนาคต

โดยนำพลาสติกที่เหลือจากกระบวนการผลิตภายในโรงงานกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่แบบ 100% พร้อมเพิ่มสัดส่วนการผสมพลาสติกรีไซเคิลเข้าไปในชิ้นส่วนต่าง ๆตามความเหมาะสม โดยไม่ให้กระทบต่อคุณภาพ เช่น ชิ้นส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ความปลอดภัย และความทนทานอย่างแผ่นปิดใต้ฐานพัดลม เป็นต้น โดยเฉลี่ยสัดส่วนการผสมพลาสติกรีไซเคิลมีตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 15%

นอกจากนี้ ยังวางแนวทางกับทีม R&D ให้โฟกัสการออกแบบที่ใช้เม็ดพลาสติกน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อีกด้วย

ถุงพลาสติกใบเดียวก็สำคัญ

ทัศน์ลักษณ์เสริมว่า ในปัจจุบันแม้กระทั่งการลดพลาสติกเพียง 1-2 กรัมก็มีความสำคัญ ดังนั้น นอกจากกระบวนการออกแบบและผลิตแล้ว บริษัทยังสำรวจไปถึงแพ็กเกจจิ้งเพื่อหาจุดที่สามารถลดการใช้พลาสติกลงได้อีก ตัวอย่างเช่น ถุงพลาสติก จากเดิมที่เคยแยกถุงใส่สกรูและถุงใส่คู่มือการใช้งาน ก็เปลี่ยนมารวมใส่ไว้ในถุงเดียวกัน เป็นต้น

รวมถึงติดตามประเมินสถานการณ์และวางแผนแบบเป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้สามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที

ชวนนำ Fan เก่า แลก Fan ใหม่

ชัญญากล่าวว่า ขณะเดียวกัน บริษัทยังจัดแคมเปญการตลาดที่ล้อไปกับสถานการณ์ โดยนำโมเดลเทรดอิน (Trade-In) หรือเก่าแลกใหม่ มาพัฒนาเป็นแคมเปญ “Fan It Forward” พร้อมใส่อารมณ์ขันด้วยแท็กไลน์ “ชวนคนไทยนำFan เก่า แลก Fan ใหม่” ชวนผู้บริโภคนำพัดลมเก่าแบรนด์ใดก็ได้มาแลกรับโวเชอร์ส่วนลด 200 บาท สำหรับซื้อพัดลมใหม่ผ่านเว็บไซต์ www.hatari.co.th โดยสามารถนำมาแลกที่จุดแลก 7 แห่ง ได้แก่ เมกาบางนา, บล็อก 28, เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์, เซ็นทรัล ศรีราชา

ส่วนพัดลมเก่าที่ได้รับมาบริษัทจะนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลครบวงจร ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการทำลายพัดลมแบบทั่วไปได้ประมาณ 4-5 กิโลกรัมคาร์บอนฯ ต่อพัดลม 1 ตัว โดยโครงการ Fan It Forward นี้เป็นโปรเจ็กต์ต่อเนื่องที่เริ่มทดลองมาตั้งแต่ปลายปี’68 เพื่อรับมือกับปัญหาจากการกำจัดขยะไม่ว่าจะเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาและไมโครพลาสติกจากการฝังกลบขยะ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี หากไม่มีการจัดการขยะที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าจะมีผู้นำพัดลมเก่ามาเข้าโครงการ 4,000 ตัว และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 20 ตันคาร์บอนฯ ในปี 2570

“ตลอด 35 ปี เราเชื่อมั่นว่าธุรกิจที่ยั่งยืนจะต้องเติบโตไปพร้อมกับสังคม ดังนั้น จึงริเริ่มโครงการ ‘Fan It Forward’ ซึ่งเป็นโมเดลแบบเทรดอิน (Trade-In) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมกับแนวคิดเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าร่วมกับแบรนด์ และตั้งเป้าขยายโครงการ Fan It Forward ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนการขยายจุดรับพัดลมให้ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองต่างจังหวัดภายในสิ้นปี’69 นี้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ช่วยโลกพร้อมช่วยธุรกิจ แนวคิด Hatari ตรึงราคาฝ่าวิกฤต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...