โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพนตากอนใกล้ส่งหน่วยรบพิเศษอีกหลายพันไปตอ.กลาง ทหารพลร่มตอบโต้ฉุกเฉินอย่างน้อย1,000นาย

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เตรียมจัดส่งทหารอีกหลายพันนายไปยังตะวันออกกลางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยในจำนวนนี้เป็นทหารอย่างน้อย 1,000 นายจากกองพลทหารพลร่มที่ 82 ทั้งนี้ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวหลายรายในวันอังคาร (24 มี.ค.) ความเคลื่อนไหวเพิ่มกำลังพลของอเมริกันขึ้นอย่างใหญ่โตในภูมิภาคดังกล่าวเช่นนี้ เกิดขึ้นขณะที่ทรัมป์ประกาศปาวๆ ฝ่ายเดียวว่า กำลังเจรจาอย่างมีความคืบหน้าน่าพอใจ เพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน

กองพลทหารพลร่มที่ 82 ถือเป็นกองกำลังตอบโต้ฉุกเฉินของกองทัพบกสหรัฐฯซึ่งปกติแล้วสามารถจัดส่งออกไปปฏิบัติภารกิจได้ภายใน 18 ชั่วโมงนับจากได้รับคำสั่ง โดยที่แหล่งข่าว 3 รายซึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีระบุว่า กำลังซึ่งกำลังจะถูกจัดส่งไปนี้ จะประกอบด้วยทหาร 1 กองพันจากทีมสู้รบกองพลน้อยที่ 1 และรวมถึงพลตรีแบรนดอน เทกไมเออร์ ผู้บัญชาการกองพลพลร่มที่ 82 ตลอดจนนายทหารอื่นๆประจำกองพลด้วย

การเพิ่มทหารอเมริกันเข้าไปร่วมในการทำสงครามกับอิหร่านรอบล่าสุดนี้ มีขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายรายบอกว่ามีทหารนาวิกโยธินหลายพันนายซึ่งประจำอยู่กับเรือของกองทัพเรืออเมริกันหลายลำ จะมุ่งหน้าเข้าสู่ภูมิภาคดังกล่าวด้วย

ขณะที่หน่วยนาวิกโยธินได้รับการฝึกสำหรับภารกิจอย่างเช่น ให้การสนับสนุนสถานทูตสหรัฐฯ อพยพพลเรือน และบรรเทาทุกข์ แต่ทหารของกองพลทหารพลร่มที่ 82 ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพฟอร์ตแบรกก์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา นั้น ได้รับการฝึกให้กระโดดร่มลงสู่ดินแดนของศัตรูหรือดินแดนที่มีการแย่งชิงกัน เพื่อเข้ายึดพื้นที่และสนามบินสำคัญๆ

เมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องการส่งพลร่มนี้ แอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาว บ่ายเบี่ยงให้ผู้สื่อข่าวไปสอบถามจากกระทรวงกลาโหม แต่ตั้งข้อสังเกตว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย่อมมีทางเลือกทางทหารทั้งหมดซึ่งพร้อมให้พิจารณาใช้ได้เสมอ

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยังเผยว่า เพนตากอนมีกำหนดส่งเอกสารลับให้คณะกรรมาธิการการทหารของวุฒิสภาในวันพุธ (25) โดยคาดว่า จะมีการหารือกันเรื่องการจัดส่งทหารชุดใหม่ไปยังตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ นิวยอร์กไทมส์เป็นสื่อรายแรกที่รายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการส่งทหารจากกองพลทหารพลร่มที่ 82 ไปยังภูมิภาคดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯหลายรายระบุว่า เรือยูเอสเอส ทริโปลี ซึ่งเป็นเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก หรือก็คือเรือโจมตียกพลขึ้นบก ที่มีฐานอยู่ที่ญี่ปุ่น พร้อมด้วยหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วที่ 31 ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งประจำการอยู่กับเรือลำนี้ ได้รับคำสั่งให้เปลี่ยนจากการฝึกในบริเวณใกล้ๆ ไต้หวัน เป็นการเดินทางไปยังตะวันออกกลาง

เจ้าหน้าที่เหล่านั้นยืนยันด้วยว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังเร่งส่งเรืออีกชุดหนึ่งที่มีหน่วยนาวิกโยธินตอบโต้เร็วซึ่งตั้งฐานอยู่ที่เมืองซานดิเอโก, สหรัฐฯ ไปยังตะวันออกกลางด้วย

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานไว้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมว่า สหรัฐฯตัดสินใจจัดส่งเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส บ็อกเซอร์ ซึ่งตั้งฐานอยู่ที่ซานดิเอโก พร้อมด้วยเรือรบอื่นๆ ในหมู่เรือเดียวกัน และหน่วยนาวิกโยธินตอบโต้เร็วตลอดจนทหารเรือซึ่งประจำการอยู่บนเรือรบเหล่านี้ ไปยังตะวันออกกลาง

เอพีชี้ว่า นาวิกโยธินหน่วยรบเคลื่อนที่เร็ว 2 หน่วยนี้จะเป็นการเพิ่มนาวิกโยธินจำนวนราว 5,000 นายและทหารเรืออีกหลายพันนายเข้าไปในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งสหรัฐฯมีกำลังพลเดิมอยู่แล้ว 50,000 นาย

ข่าวการเสริมกำลังระลอกล่าสุดนี้ เกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่ทรัมป์ประกาศเลื่อนเส้นตายการโจมตีถล่มพวกโรงไฟฟ้าอิหร่านออกไปอีก 5 วัน หากเตหะรานยังไม่เลิกปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยเขาอ้างเหตุผลว่า ที่ขยายเวลาให้ เพราะกำลังมีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับอิหร่าน ถึงแม้บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านต่างเรียงหน้ากันออกมายืนยันว่า ไม่ได้มีการเจรจาใดๆ กับอเมริกา โดยอย่างมากที่สุดก็มีเพียงการส่งข้อความผ่านประเทศคนกลาง ซึ่งถือเป็นการทาบทามเบื้องต้นมากๆ เพื่อพิจารณาว่ามีพื้นฐานสำหรับการเจรจากันหรือไม่

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ทางฝ่ายอเมริกา แหล่งข่าวหลายคนเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ ในสงครามอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ที่อาจเป็นไปได้ว่าจะมีการส่งทหารไปควบคุมพื้นที่แนวชายฝั่งอิหร่าน

นอกจากนี้มีรายงานว่าคณะบริหารของทรัมป์ยังพิจารณาทางเลือกอื่นๆ เช่น การส่งทหารภาคพื้นดินไปยึดเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นฮับส่งออกน้ำมันถึง 90% ของอิหร่าน

อย่างไรก็ดี การส่งทหารภาคพื้นดินบุกอิหร่าน แม้กระทั่งเพื่อปฏิบัติภารกิจระดับจำกัด ก็อาจเป็นความเสี่ยงมหันต์ทางการเมืองสำหรับทรัมป์ ขณะที่คนอเมริกันจำนวนมากไม่สนับสนุนการทำสงครามกับอิหร่าน นอกจากนั้น ระหว่างหาเสียง เขายังให้สัญญาว่า จะหลีกเลียงการนำอเมริกาเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งรอบใหม่ในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสส์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (24) พบว่า คนอเมริกัน 35% เท่านั้นเห็นชอบที่อเมริกาโจมตีอิหร่าน ลดลงจาก 37% ในการสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่มีถึง 61% ที่ไม่เห็นด้วย หรือเพิ่มขึ้น 2%

(ที่มา: เอพี/รอยเตอร์)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...