โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แบงก์ในเอเชียแห่งตั้งสำรองพุ่ง ความเสี่ยงหนี้เน่าเพิ่ม หลังสงครามยืดเยื้อ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างความเห็นบรรดานักวิเคราะห์ว่า บรรดาธนาคารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอาจต้องเพิ่มการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติมในระยะใกล้ หลังความขัดแย้งในอิหร่านฉุดแนวโน้มเศรษฐกิจของภูมิภาค ที่พึ่งพาน้ำมัน จากตะวันออกกลางอย่างมาก

ธนาคารในหลายประเทศซึ่งรวมถึง "ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และอินเดีย" ต่างส่งสัญญาณถึงผลกระทบด้านสินเชื่อมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ ขณะรายงานผลประกอบการไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม ต่างระบุว่า "ต้นทุนทางอ้อมจากสงคราม" เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ

ทั้งนี้ภาคธนาคาร ต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งแนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและการค้า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และฐานะการเงินภาคธุรกิจที่อ่อนแอลง ในขณะที่ความขัดแย้งในอิหร่านลากเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 แล้ว

แม้การตั้งสำรองที่สูงขึ้นจะยังไม่กระทบฐานะการเงินของธนาคารในระยะสั้นมากนัก เนื่องจากยังมีการดำรงเงินกองทุนที่แข็งแกร่งอยู่ แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า หากความปั่นป่วนในตลาดพลังงานยืดเยื้อ อาจนำไปสู่หนี้เสียที่เกิดขึ้นจริง และเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารต้องเสริมความแข็งแกร่งในงบดุลใหม่

“มีธนาคารในเอเชียจำนวนมากขึ้นที่เพิ่มการตั้งสำรองและประเมินความเสี่ยงเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากสงครามอิหร่าน” แกรี อึ้ง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสเอเชียแปซิฟิกของ Natixis CIB กล่าว แม้จนถึงขณะนี้จะยังไม่เกิดคลื่นการผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้างก็ตาม

“ประเด็นสำคัญคือ แม้สงครามจะยุติลงในเร็ววัน แต่ราคาพลังงานอาจยังคงอยู่ในระดับสูงจากความเสียหายเชิงโครงสร้าง” นักเศรษฐศาสตร์จากนาติซิสกล่าว และเสริมว่า “อัตราดอกเบี้ยอาจไม่ลดลง ซึ่งจะกระทบความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ และกดดันความต้องการสินเชื่อ” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม ระดับการตั้งสำรองความเสียหายด้านสินเชื่อในปัจจุบันของธนาคารในเอเชียแปซิฟิก ก็ยังต่ำกว่าช่วงรับมือวิกฤติเศรษฐกิจจากโควิด-19 เมื่อ 5 ปีก่อนมาก

จากการคำนวณของรอยเตอร์ส พบว่า ธนาคารใหญ่ 4 แห่งของออสเตรเลีย มีมูลค่าการตั้งสำรองรวม 957 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2.25 หมื่นล้านบาท) สำหรับความเสี่ยงจากสงคราม ซึ่งต่ำกว่าระดับกันชนที่ตั้งไว้ในปี 2020 ช่วงโควิดถึง 80%

ขณะที่ธนาคารขนาดใหญ่ 8 แห่งในเอเชีย (ไม่รวมจีนและญี่ปุ่น) มีการตั้งสำรองรวม 2.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 9 หมื่นล้านบาท) ต่ำกว่าช่วงโควิดราว 70%

โฮเซ ตอร์เรส นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของบริษัทInteractive Brokers กล่าวว่า ผลประกอบการของภาคธนาคารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีแนวโน้มอ่อนแอลงในไตรมาสหน้า จากราคาน้ำมันที่สูง ค่าเงินอ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้น

Commonwealth Bank of Australia ธนาคารรายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย สูญเสียมูลค่าตลาดเกือบ 22,000 ล้านดอลลาร์ในวันพุธ หลังประกาศตั้งสำรองเพิ่มเพื่อรับมือความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารใหญ่อีก 3 แห่งของออสเตรเลียได้เพิ่มการตั้งสำรองอีก 757 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อรองรับหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้นจากสงคราม

แต่ถึงอย่างนั้น แมทธิว วิลสัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสถาบันการเงินของJarden เตือนว่า ระดับการตั้งสำรองปัจจุบันของธนาคารในออสเตรเลีย"อาจยังต่ำเกินไป" หากความปั่นป่วนนำไปสู่การหยุดชะงักของตลาดสินเชื่อ

“ธนาคารมักได้รับผลกระทบในช่วงปลายวัฏจักร และเราจะเห็นผลกระทบจริงต่อเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจเชิงวัฏจักรในอีก 6 เดือนข้างหน้า” วิลสันกล่าว พร้อมระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะชี้ชัดว่าจะเกิดความปั่นป่วนในตลาดสินเชื่อหรือไม่

ส่วนใน "สิงคโปร์" นั้น แม้ธนาคารใหญ่ทั้ง 3 แห่งจะมีความเสี่ยงทางตรงต่อตะวันออกกลางอย่างจำกัด เพราะภูมิภาคดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 3% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด แต่ OCBC ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 2 ได้ตั้งสำรองเพิ่ม 216 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

วี อี เชียง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารยูโอบี (UOB) กล่าวว่า ความเสี่ยงทางตรงของธนาคารต่อตะวันออกกลาง “ไม่ได้มีนัยสำคัญ” แต่เตือนว่า "ผลกระทบทางอ้อม" อาจทำให้ต้นทุนของลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขึ้น

ทางด้าน HSBC และ Standard Chartered ซึ่งมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากเอเชีย ได้บันทึกค่าใช้จ่ายกรตั้งสำรอง 300 ล้านดอลลาร์ และ 190 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนมี.ค. โดยอ้างถึงความระมัดระวังต่อสถานการณ์

ส่วนใน "อินเดีย" ธนาคารราว 12 แห่งซึ่งรวมถึง HDFC Bank, Axis Bank และ Federal Bank ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Blackstone ได้ประกาศตั้งสำรองเพิ่มเติม แม้จะยังไม่พบการเสื่อมลงของคุณภาพสินทรัพย์ก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...