โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SpaceX เตรียมส่งการทดลองไทย ‘TIGERS-X’ ขึ้นไปศึกษาการผสมยาบนสถานีอวกาศนานาชาติ

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
SpaceX เตรียมส่งการทดลองไทย ‘TIGERS-X’ ขึ้นไปศึกษาการผสมยาบนสถานีอวกาศนานาชาติ

เช้าวันที่ 16 พฤษภาคม SpaceX เตรียมส่งยานอวกาศ Dragon ขึ้นบินในภารกิจ CRS-34 เพื่อขนส่งเพย์โหลดทดลองไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ อันประกอบด้วยเสบียงอาหาร อุปกรณ์ทำงาน และการทดลองต่างๆ โดยรอบนี้มีการทดลองจากประเทศไทยร่วมเดินทางขึ้นไปด้วย

ภารกิจนี้จะขึ้นบินไปกับจรวด Falcon 9 จากฐานปล่อย SLC-40 ของฐานทัพอวกาศแหลมคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา โดยมีกำหนดปล่อยยานวันที่ 16 พฤษภาคม เวลา 5:05 น. ตามเวลาประเทศไทย ก่อนที่ยาน Dragon จะเดินทางไปเทียบท่ากับสถานีอวกาศในวันที่ 17 พฤษภาคม โดยกำหนดการปล่อยอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสภาพอากาศ และยานอวกาศที่นำส่งขึ้นสู่วงโคจร

เพย์โหลดของภารกิจ CRS-34 นั้นมีน้ำหนักรวมกัน 2,948 กิโลกรัม ประกอบด้วยเสบียงอาหาร และสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของนักบินอวกาศ 618 กิโลกรัม อุปกรณ์ทดลองทางวิทยาศาสตร์ 831 กิโลกรัม อุปกรณ์สำหรับการทำงานภายนอกยานอวกาศ 128 กิโลกรัม ฮาร์ดแวร์สำหรับยานอวกาศอีก 469 กิโลกรัม อุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์อีก 84 กิโลกรัม โดยส่วนที่เหลือนั้นเป็นเพย์โหลดที่ติดตั้งอยู่นอกยาน Dragon อีก 816 กิโลกรัม

สำหรับการทดลองของไทยที่ร่วมเดินทางไปกับภารกิจนี้ คือชุดการทดลอง TIGERS-X หรือ Thailand Innovative G-force Varied Emulsification Research for Space Exploration เป็นการศึกษาพฤติกรรมการผสมตัวของของเหลวในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ โดยคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

การทดลองดังกล่าว เป็นชุดการทดลองเพื่อทำความเข้าใจปรากฏการณ์อิมัลชัน หรือ Emulsification การผสมกันของของเหลวที่ตามธรรมชาติไม่สามารถเข้ากันได้ ยกตัวอย่างเช่น น้ำและน้ำมัน ซึ่งในสภาวะปกติบนโลกต้องอาศัยแรงกลจากการปั่นหรือคนให้ผสมกันได้ โดยทีมวิจัยระบุว่าจะมีการศึกษาพฤติกรรมการผสมกันโดยไม่ต้องอาศัยแรงกล ระหว่างที่การทดลองอยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบนสถานีอวกาศนานาชาติ

ทีมวิจัยระบุว่าส่วนสำคัญของการทดลอง อยู่ที่เทคโนโลยีอุปกรณ์การทดลองขนาดเล็กเท่าชิป หรือ Lab-on-a-Chip ซึ่งถูกออกแบบรูปทรงเรขาคณิตภายในให้เป็นโครงสร้างแบบ Tesla Valve โครงสร้างอุทกพลศาสตร์นี้จะสร้างกระแสปั่นป่วน (Turbulence) เมื่อของเหลวไหลผ่าน ส่งผลให้น้ำและน้ำมันเกิดการผสมกันอย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะไร้น้ำหนัก โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบพัดหรือชิ้นส่วนทางกลไก (Static Mixing) ซึ่งนอกจากจะประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยลดพื้นที่ซอกมุมที่อาจเกิดการสะสมของสิ่งสกปรก

นอกจากนี้ ยังมีห้องควบคุมภารกิจ ณ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่สามารถสั่งการ ควบคุมการทดลอง และติดตามวิเคราะห์ผลตามเวลาจริงได้ ทำให้สามารถรับภาพและข้อมูลที่จำเป็นต่อการศึกษากลับมาได้ทันที โดยไม่ต้องรออุปกรณ์การทดลองกลับมาถึงโลกเสียก่อน

องค์ความรู้และข้อมูลที่ได้จากการทดลอง TIGERS-X สามารถนำมาต่อยอดในการพัฒนาสูตรโภชนาการทางหลอดเลือด และต่อยอดสู่การพัฒนาระบบโภชนาการและเวชภัณฑ์สำหรับการสำรวจอวกาศระยะยาว ตลอดจนเป็นรากฐานทางการแพทย์อวกาศ สำหรับภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกในอนาคต พร้อมกับเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่ทีมวิจัยไทยได้ออกแบบและประอกบส่วนฮาร์ดแวร์ของการทดลองขึ้นมาเองทั้งหมด โดยได้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของ NASA และ ESA ให้เดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ และดำเนินการทดลองได้ในครั้งนี้

โครงการนี้ดำเนินการโดยคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) องค์การอวกาศยุโรป European Space Agency (ESA) และ บริษัทสเปซแพลิเคชันเซอร์วิส (Space Application Services) ซึ่งโครงการวิจัยนี้ได้รับทุนวิจัยจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...