นักวิเคราะห์ประเมินดีเซลยืนสูง 50-55 บาท นาน 1 เดือน กระทบกำไรบจ. ราว 1.2-1.5%
บล.บัวหลวง ประเมินดีเซลยืนสูง 50-55 บาท/ลิตร เป็นเวลา 1 เดือน กระทบกำไรบจ. ราว 1.2-1.5% กรณีแย่สุด นาน 2 เดือน กด SET เหลือ 1,340 จุด
วันที่ 7 เม.ย.2569 -นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ บล.บัวหลวง ประเมินว่าราคาน้ำมันดีเซลในประเทศปรับขึ้นราว +69% ตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย.จนถึงปัจจุบัน (MTD) แตะระดับประมาณ 50.54 บาท/ลิตร สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่อาจเริ่มส่งผ่านสู่เศรษฐกิจจริง
กรณีฐาน : หากราคาน้ำมันดีเซลยืนสูง 50-55 บาท/ลิตร เป็นเวลา 1 เดือน นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินอาจกดดัน GDP ปี 2569 ราว 0.4-0.5% (เหลือเติบโต 1.3-1.4%) และกระทบกำไรต่อหุ้น SET ราว 1.2-1.5% (EPS อยู่ที่ 92-92.5 บาท/หุ้น, เติบโต 0.5-1.0%) ให้เป้าหุ้นไทยปีนี้ที่ 1,550 จุด
กรณีเลวร้าย : หากราคาน้ำมันดีเซลยืนสูงนาน 2 เดือน ประเมินความเสี่ยงขาลง(downside) ของ SET ราว 1,340
ราคาดีเซลเพิ่มทุกๆ 10% จาก 50 บาท ประเมิน กดดัน GDP ลดลง 0.1% และกำไรต่อหุ้น SET ลดลงราว 0.3-0.4%
บล.บัวหลวง ชี้โอกาสลงทุนในช่วงความผันผวนเน้น 4 ธีมการลงทุนหลัก
- วัฏจักรลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-ดาต้า เซ็นเตอร์และเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่าน BOI fast pass และการลงทุนโดยตรง(FDI) ที่เร่งตัว โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานดาต้า เซ็นเตอร์ หนุนการเติบโตระยะกลาง-ยาว GULF, GUNKUL, TRUE, WHA, WHAUP
- กลุ่มกำไร/กระแสเงินสดแกร่ง-พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศผลกระทบสงครามต่ำ-สัดส่วนต้นทุนพลังงานต่ำ/ส่งผ่านต้นทุนได้ (pricing power)-มาตรการรัฐฯ หนุนการฟื้นตัว หุ้น CPN, CPALL ขณะที่ เป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นราคาต่ำพื้นฐาน-ปันผลสูงช่วงปรับฐาน
- ผู้นำปันผลสูง-รับอานิสงส์โครงการ TISA หนุนเงินทุนไหลเข้า เช่น KTB, BBL
- หุ้นที่ราคาปรับตัวลงแรงกว่าปัจจัยพื้นฐาน/มี catalyst หนุนการฟื้นตัวหลังสงคราม ชู BH, MINT, ITC