โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สนธิญา” จี้กลาโหม สอบ “กัน จอมพลัง” แทรกแซงงานทหาร

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่กระทรวงกลาโหม นาย สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้พิจารณาให้กองทัพยุติการสนับสนุนหรือส่งเสริมการเคลื่อนไหวของ นายกัณฐศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเห็นว่าอาจทำให้เกิดความสับสนและไม่เป็นเอกภาพในการปฏิบัติงานของกองทัพไทย

ก่อนยื่นหนังสือ นายสนธิญาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่า ประเด็นเกี่ยวกับ “กัน จอมพลัง” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุผลในการยื่นหนังสือครั้งนี้ แต่ประเด็นสำคัญที่ตนให้ความสนใจคือสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มบุคคลและมูลนิธิเข้าไปดำเนินกิจกรรมจำนวนมาก

นายสนธิญา กล่าวว่า มูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้” ซึ่งมีนายกัน จอมพลัง เป็นประธาน มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ช่วยเหลือผู้ยากไร้ และต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลอย่างเท่าเทียม โดยอาศัยเงินบริจาคและสิ่งของจากประชาชนตามที่จดทะเบียนไว้กับหน่วยงานรัฐ แต่ในขณะเดียวกัน นายกัน จอมพลัง ยังมีการดำเนินกิจกรรมผ่านสื่อออนไลน์ การเปิดเพจต่าง ๆ ในนามส่วนตัว รวมถึงการจำหน่ายสินค้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างบทบาทในฐานะประธานมูลนิธิกับกิจกรรมส่วนตัว

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีการโยกย้ายกำลังพลตามวงรอบของหน่วยทหารนาวิกโยธินในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งมีความเห็นต่างกับการเคลื่อนไหวของบุคคลภายนอก รวมถึงกรณีที่ปรากฏภาพทหารบางนายไปอยู่ร่วมกับกลุ่มของกัน จอมพลัง บริเวณพื้นที่ชายแดน โดยมีพฤติกรรมโต้เถียงหรือแสดงท่าทีไม่เหมาะสมต่อทหารฝ่ายกัมพูชา ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และระเบียบวินัยของกองทัพ

นายสนธิญา ยังไม่เห็นด้วยกับกรณีการเผยแพร่คลิปการสนทนาระหว่างรองผู้บัญชาการนาวิกโยธินกับนายกัน จอมพลัง โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับกรณีการเผยแพร่คลิปเสียงของ สมเด็จฮุน เซน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อข้าราชการและภาพลักษณ์ของหน่วยงานรัฐ

พร้อมกันนี้ยังกล่าวว่า กองทัพไทยมีธรรมเนียมในการให้เกียรติทหารฝ่ายตรงข้ามในฐานะนักรบที่ปฏิบัติหน้าที่ เช่น การส่งร่างทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตจากการสู้รบกลับประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงวินัยและเกียรติของทหาร ดังนั้นการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าสาธารณะจึงไม่ควรเกิดขึ้น

นายสนธิญา ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้เงินของมูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้” ว่า การนำเงินไปสนับสนุนกิจกรรมหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น การจัดซื้อตู้คอนเทนเนอร์ เสื้อเกราะ หรือการก่อสร้างถนนในพื้นที่ชายแดนนั้น เป็นการใช้เงินที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ รวมถึงมีการรายงานรายรับ–รายจ่ายต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างถูกต้องหรือไม่ และเงินที่นำมาใช้สนับสนุนเป็นเงินส่วนตัวหรือเงินของมูลนิธิ

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ว่า ปัจจุบันมีการปล่อยให้ประชาชน กลุ่มบุคคล และมูลนิธิบางแห่งเข้าไปเคลื่อนไหวในพื้นที่ จนเกิดความวุ่นวาย เช่น การโต้เถียงหรือด่าทอกับฝ่ายทหารกัมพูชา รวมทั้งมีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน และแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการพื้นที่ด้านความมั่นคง

นายสนธิญา จึงเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมกำหนดมาตรการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าไปในพื้นที่ชายแดน โดยให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ต้องการเข้าพื้นที่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเข้าไปดำเนินกิจกรรมหรือจัดทำคอนเทนต์ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับทหารกัมพูชา

พร้อมกันนี้ ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 3 ประเด็น ได้แก่

  • ให้ยุติการสนับสนุนหรือการร่วมกิจกรรมของหน่วยทหารกับนายกัน จอมพลัง และคณะ ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การโต้เถียงหรือแสดงความคิดเห็นต่อหน้าทหารต่างชาติ
  • ให้ตรวจสอบการใช้เงินของมูลนิธิ “กันจอมพลังช่วยสู้” ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจดทะเบียน และถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  • ให้การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนของกองทัพเป็นไปอย่างเป็นเอกภาพ และไม่ให้มูลนิธิหรือบุคคลภายนอกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารราชการหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร

ทั้งนี้ นายสนธิญา ยังเปิดเผยว่า หลังเทศกาลสงกรานต์จะยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบมูลนิธิกันจอมพลัง ในประเด็นการใช้จ่ายงบประมาณ การจัดซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการเสียภาษี ว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมฝากถึงกัน จอมพลัง ให้ทบทวนการกระทำของตนเองว่าเข้าข่ายก้าวก่ายกระบวนการโยกย้ายข้าราชการหรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมาย มูลนิธิไม่มีอำนาจหรือสิทธิในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ นายสนธิญาได้ยื่นเรื่องผ่าน พันโท เมธี สุคำภา เจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงกลาโหม เพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...