"เฮียม้อ" สิ้นสุดทางเลื่อน! จับตา "ดีเดย์" ชีัชะตามหากาพย์คดีปั่นหุ้น "มอร์" 22 เมษายน นี้ ! ** “พรรคส้ม” ปรับใหญ่รับเอฟเฟกต์ คดี 44 สส. “วีระยุทธ”หัวหน้าพรรค “เท้ง”เลขาฯ “ลิซ่า”โฆษกฯ
ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ "เฮียม้อ" สิ้นสุดทางเลื่อน! จับตา "ดีเดย์" ชีัชะตามหากาพย์คดีปั่นหุ้น "มอร์" 22 เมษายน นี้ !
นาทีนี้ความเคลื่อนไหวที่คนในแวดวงตลาดหุ้นสนใจติดตามใกล้ชิดไม่น้อยไปกว่าสนามรบในตะวันออกกลาง ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ-อิสราเอล นั่นก็คือ อะไรจะเกิดขึ้นในวันที่ 22 เมษายน 2569 นี้
เพราะเป็นวัน "ดีเดย์" ที่อัยการสูงสุดขีดเส้นตาย ขุดรากถอนโคนมหากาพย์คดีปั่นหุ้น MORE ที่ยืดเยื้อหลอกหลอนความเชื่อมั่นนักลงทุนมานานเป็นมหากาพย์
มหากาพย์ 4,500 ล้าน ที่เป็นความเสียหายที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข
ย้อนรอยความอื้อฉาวของหุ้น MORE หรือ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) คดีนี้ไม่ใช่แค่การปั่นหุ้นธรรมดา แต่คือ "อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ" ที่วางแผนมาอย่างแยบยล จนโบรกเกอร์ 10 ราย แทบกระอักเลือด ด้วยมูลค่าความเสียหายรวมในคดีฉ้อโกงสูงถึง 4,500 ล้านบาท!
คดีถูกแบ่งออกเป็น 3 สำนวนหลัก คือ 1. คดีฉ้อโกง มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้คืนหรือชดใช้ทรัพย์สินแก่บริษัทหลักทรัพย์ผู้เสียหายจำนวน 10 ราย
2. คดีอั้งยี่ มีมูลค่าความเสียหาย 129 ล้านบาท ซึ่งจะถูกนำไปคืนให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 10 ราย เช่นกัน
3. คดีสร้างราคาหุ้น หรือ ปั่นหุ้น เป็นการดำเนินการตามมาตรการทางแพ่ง มูลค่าความเสียหายราว 226 ล้านบาท
แม้ทาง ก.ล.ต. และ DSI จะทำงานหนักจนตามอายัดทรัพย์สินและดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องไปได้ถึง 42 ราย แต่ที่น่าเจ็บใจคือ "ตัวละครเอก" ของเรื่อง กลับยังลอยนวลอยู่ข้างนอกด้วยชั้นเชิงกฎหมายที่แพรวพราว
เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาคนสำคัญ 3 คน โดยเฉพาะ "เฮียม้อ" อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MORE พร้อมด้วยผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน คือ “สมนึก กยาวัฒนกิจ” ประธานกรรมการบริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และ ประธานกรรมการบริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด และ ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัดที่ทำหน้าที่ป้อนคำสั่งซื้อขายผ่านโปรแกรมซื้อขายหลักทรัพย์ และ “น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่บริหาร บริษัท MORE ร่วมกับ อมฤทธิ์ ยังไม่ถูก "ฟ้อง" ขอเลื่อนนัดพบอัยการมากกว่า 10 ครั้ง!
การใช้สิทธิทางกฎหมายเลื่อนนัดมากกว่า 10 ครั้ง ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 โดยอ้างติดภารกิจบ้าง อ้างร้องขอความเป็นธรรมบ้าง ขณะที่ผู้ต้องหาอื่นๆ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปหมดแล้ว จนถูกมองว่า "เฮียม้อ" มีสิทธิพิเศษอะไร หรือ!?
กระทั่ง.."เฮียม้อ" สิ้นสุดทางเลื่อน! เมื่อ "อิทธิพร แก้วทิพย์" อัยการสูงสุด คนปัจจุบันทนเห็นความล่าช้าไม่ไหว กระแสสังคมมีคำถาม ออกมา "ตบโต๊ะ" สั่งการเด็ดขาดถึง อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ให้ปิดจ๊อบกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือทันที!
โดยมีคำสั่งเหล็กออกมา 3 ข้อ ห้ามเลื่อนเด็ดขาด 22 เมษายน นี้ ถ้ามาต้องคุมตัวส่งฟ้องศาลอาญาทันที ไม่รับคำร้องขอเลื่อน ไม่ว่ากรณีใดๆ
ปิดประตูร้องขอความเป็นธรรม เพราะอัยการสูงสุดคนก่อน มีคำสั่งฟ้องไปเสร็จสิ้นแล้ว จะมาใช้มุกเดิมประวิงเวลาไม่ได้อีก
เพราะฉะนั้น คำสั่งฟ้อง คือ ที่สิ้นสุดแม้แต่อัยการสูงสุดคนปัจจุบันก็เปลี่ยนไม่ได้!
งานนี้ "เฮียม้อ" จะสิ้นฤทธิ์? หรือ จะ"ซื้อเวลา"ได้ต่อ จึงเป็นประเด็นที่จะชี้ทิศทางคดีมหากาพย์
สำหรับ "เฮียม้อ" หรือ นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ ในวงการตลาดหุ้นไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นนักลงทุนผู้มีฉายา "หยิบตัวไหน ตัวนั้นวิ่งกระฉูด"
ตั้งแต่สมัย AJP (ที่เปลี่ยนชื่อจนจำแทบไม่ได้) มาจนถึง DNA ที่เคยพัวพัน "คดีบิตคอยน์" ฟินแลนด์ จนกระทั่งมาถึง MORE ที่ "เฮียม้อ" นั่งเก้าอี้ CEO และ ถือหุ้นใหญ่เพิ่มทุนในราคาแค่ 44 สตางค์ ก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรม คำสั่งซื้อขายผิดปกติในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ที่ราคาไหลรูดติดฟลอร์ต่อเนื่อง 5 วัน จนรายย่อยกว่า 3,000 ราย ต้องทิ้งเรือหนีตายขาดทุนย่อยยับ
ก่อนจะถึงเส้นตายวันที่ 22 เม.ย.ที่จะถึงนี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา "เฮียม้อ" เคลื่อนไหว "ล้างพอร์ต" เทขายหุ้น COMAN (บริษัท โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล) ที่เคยถือเป็นเบอร์ 1 จำนวน 20 ล้านหุ้น ออกไปจนเกลี้ยง!
งานนี้วงในเม้าท์กันให้แซดว่า นี่คือการ เตรียมพร้อม "รับแรงกระแทก" หรือเปล่า? เป็นการถ่ายเทสินทรัพย์หนีการอายัด หรือเป็นการส่งสัญญาณว่าเจ้าตัว "เตรียมตัว" สำหรับสถานการณ์บางอย่างที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 22 เม.ย.นี้กันแน่?
ต้องไม่ลืมว่า คดีหุ้น MORE ไม่ใช่แค่คดีอาญาธรรมดา แต่คือ "บทพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมว่าจะสามารถจัดการกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและคืนความเป็นธรรมให้ "เหยื่อ" ได้จริงหรือไม่
22 เม.ย.นี้ คือวัน "ชี้ชะตา" ว่าเฮียม้อ และพวกจะเดินเข้าสู่รั้วศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามที่เคยลั่นวาจาไว้ตอนลาออก หรือจะมี "ปาฏิหาริย์" ทางกฎหมายข้อไหนมาทำให้การรอคอยของนักลงทุนต้องเก้อไปอีกรอบ หรือไม่…?!
พี่น้องในตลาดทุน เตรียมปูเสื่อรอฟังข่าวใหญ่กันได้เลย!
++ “พรรคส้ม” ปรับใหญ่รับเอฟเฟกต์ คดี 44 สส. “วีระยุทธ”หัวหน้าพรรค “เท้ง”เลขาฯ “ลิซ่า”โฆษกฯ
สัปดาห์นี้ จะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พรรคประชาชน ช่วงวันที่ 24-26 เม.ย. ซึ่งตรงกับกำหนดการที่ศาลฎีกา นัดฟังคำสั่งคดีอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล เสนอชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในวันที่ 24 เม.ย.
ตามคำร้องของ ป.ป.ช. ที่ยื่นต่อศาลฎีกา บรรยายไว้ชัดว่า อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ในยุคที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นหัวหน้าพรรค ได้กระทำการฝ่าฝืน มาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยร่วมกันเสนอ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ…. (แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ให้มีบทบัญญัติที่ เป็นการลดทอน สถานะความสำคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้
แม้ว่าการกระทำ ดังกล่าวจะเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่พ.ร.บ.ที่เสนอจะต้องอยู่ภายใต้ กรอบของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมาย
สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้แจ้งเตือนถึงข้อบกพร่องดังกล่าว ให้สส.ทั้ง 44 คน ทราบแล้ว แต่ทั้ง 44 คนก็ยังคงยืนยันจะเสนอ พ.ร.บ.ดังกล่าว
จึงถือว่าเป็นการกระทำอันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้ง ที่จะทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครอง
ขอให้ศาลสั่งให้ทั้ง 44 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ เเละพ้นจากตำเเหน่ง ห้ามดำรงตำเเหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต
ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ ศาลฎีกาจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ประเมินได้ 3 ทาง คือ…
1.ไม่ประทับรับฟ้อง 2.ศาลประทับรับฟ้อง โดยที่ไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น สส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือ ศาลอาจมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ และ 3. ศาลสั่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไปแก้ไขคำร้องเพิ่มเติม
มีการคาดการณ์กันในทางร้ายที่สุดคือ ศาลรับฟ้อง และสั่งให้สส.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งใน 44 อดีต สส.ก้าวไกลนั้น ปัจจุบันเป็น สส.พรรคประชาชน 10 คน ในจำนวนนี้ มี “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รวมอยู่ด้วย
ดังนั้น ในการประชุมใหญ่ของพรรคที่จะมีขึ้น จึงเตรียมจัดวางบุคลากร เปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญต่างๆในพรรคประชาชน
โดย “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” รองหัวหน้าพรรค จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ปชน. คนใหม่ ส่วน “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ถอยลงไปเป็นเลขาธิการพรรค แทน “ศรายุทธ์ ใจหลัก” เลขาธิการพรรคคนปัจจุบัน ที่ลาออก
นอกจากนี้ “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นโฆษกพรรค แทน “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ที่จะขยับไปทำหน้าที่ ประธานวิปฝ่ายค้าน
ส่วนแม่ทัพในภาคต่างๆ อาทิ ภาคเหนือตอนบน คือ “ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” สส.เชียงใหม่ และรองโฆษกพรรค…
ภาคเหนือตอนล่าง “ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ” อดีต สส.พิษณุโลก… ภาคอีสาน “วีรนันท์ ฮวดศรี” สส.ขอนแก่น …ภาคใต้ “ภคมน หนุนอนันต์” และ ในส่วนของ กทม. จะเป็น “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์” สส.กทม.
ต้องลุ้นระทึกว่า วันที่ 24 เม.ย. นี้ ศาลฎีกา จะมีคำสั่งอย่างไร ?!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO