เตือนแล้ว ‘โรคตับอักเสบเอ’ พุ่ง 2 เท่าหน้าร้อน เร่งป้องกันก่อนระบาด
รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง "โรคตับอักเสบเอ" พุ่ง 2 เท่าในหน้าร้อน ย้ำคุมเข้มอาหาร-น้ำ ป้องกันก่อนระบาดเป็นกลุ่มก้อน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขเฝ้าระวังสถานการณ์โรคตับอักเสบเออย่างใกล้ชิด หลังข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 2 เท่า โดยกระจุกตัวในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนความเสี่ยงของการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในช่วงฤดูร้อน
สำหรับ ตับอักเสบเอเป็นโรคติดต่อที่แพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเข้าสู่ร่างกายผ่านทางอุจจาระสู่ปาก มักพบในอาหารที่ปรุงไม่สุก น้ำดื่ม หรือน้ำแข็งที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยในระยะแรกอาการอาจไม่ชัดเจน เช่น ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ก่อนจะมีอาการเด่นชัด เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง และปัสสาวะสีเข้ม ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการ แต่ยังสามารถแพร่เชื้อได้
ทั้งนี้ โรคมีระยะฟักตัวเฉลี่ยประมาณ 28 วัน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบแหล่งที่มาของการติดเชื้อ และเชื้อสามารถแพร่ได้ตั้งแต่ก่อนแสดงอาการ ส่งผลให้การควบคุมโรคมีความท้าทาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารจากหลายแหล่ง
รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขเร่งค้นหาเชิงรุก เฝ้าระวังการเกิดคลัสเตอร์ และตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ระยะแรก และป้องกันการแพร่กระจายในวงกว้าง
ยึดหลัก "ป้องกันไว้ก่อน"
- รับประทานอาหารปรุงสุก
- ดื่มน้ำสะอาด
- หลีกเลี่ยงน้ำแข็งหรืออาหารที่ไม่มั่นใจ
ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
ตับอักเสบเอเป็นโรคที่ป้องกันได้ หากลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในช่วงฤดูร้อน เพื่อร่วมกันลดการแพร่ระบาดและปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ใครเสี่ยงบ้าง!! ระวัง 'โรคเมลิออยด์โดสิส' ป่วยสะสม 732 ราย เสียชีวิต 23 ราย
- 'หมอยง' แนะวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ก็พอ ไม่ต้องถึง 4 สายพันธุ์
- ระวัง!! รัฐบาลเตือน 'โรคลมร้อน' เผยปี 68 พบผู้ป่วย 182 ราย เสียชีวิต 21 ราย
ติดตามเราได้ที่