โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาดิดาส เปิดตัว ADIZERO ADIOS PRO EVO 3 รองเท้าวิ่งแข่งขันทำความเร็ว น้ำหนักต่ำกว่า 100 กรัม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 เม.ย. เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. เวลา 23.00 น.

อาดิดาส เปิดตัว ADIZERO ADIOS PRO EVO 3 รองเท้าวิ่งแข่งขันทำความเร็ว น้ำหนักต่ำกว่า 100 กรัม

อาดิดาส เปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro Evo 3 ซึ่งมีน้ำหนักโดยเฉลี่ยที่ 97 กรัม และถือเป็นรองเท้าวิ่งจากตระกูล Adizero ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดและสามารถทำความเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา

รองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro Evo 3 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสานต่อการสร้างสถิติใหม่ ซึ่งมีการพัฒนาในระดับก้าวกระโดดจากการสร้างรองเท้าวิ่งสำหรับแข่งขันที่มีน้ำหนักเบากว่า 100 กรัม จึงถือเป็นนิยามใหม่ของจุดสูงสุดของการวิ่งระยะไกลที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง

สเตฟาน โชลเทน รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของอาดิดาส กล่าวว่า เป้าหมายของเราคือ การทำให้น้ำหนักของรองเท้าอยู่ในเลขสองหลัก และจะต้องมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดีกว่ารุ่นเดิมที่เราเคยทำมา

รองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro Evo 3 ถือเป็นรองเท้าวิ่งในระดับสูงสุดของตระกูล Adizero ซึ่งสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันในระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยรองเท้าวิ่งรุ่นนี้ถูกพัฒนาด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยที่จะช่วยดึงศักยภาพสูงสุดของนักกีฬาเพื่อสามารถทำความเร็วที่สุดได้ในการแข่งขัน

  • โฟม Lightstrike Pro Evo เจเนอเรชันใหม่ ที่พัฒนาให้เบาและตอบสนองได้ดีที่สุดเท่าที่ อาดิดาส เคยมีมา ด้วยน้ำหนักที่ลดลงเกือบ 50% จากรุ่นก่อน ผสานความหนาของพื้น 39 มม. ช่วยรองรับแรงกระแทก มอบแรงส่ง และคืนพลังงานสูงสุดในทุกก้าวของการวิ่ง
  • เทคโนโลยี ENERGYRIM การออกแบบโครงสร้างของวัสดุคาร์บอนที่ปรับรูปแบบให้เข้ากับโฟม Lightstrike Pro Evo ได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถรองรับโฟมใต้ฝ่าเท้าได้ในปริมาณสูงสุด โดยยังคงความแข็งแรงและรักษาความมั่นคงในทุกจังหวะการวิ่ง ซึ่งการทำงานร่วมกันของโฟมและวัสดุคาร์บอนในรูปแบบนี้ได้ยกระดับการคืนพลังงาน แรงส่ง และประสิทธิภาพโดยรวมของรองเท้า Supershoes ขึ้นไปอีกขั้น
  • ตัวรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาและมีการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบของใบเรือในกีฬา kitesurfing ช่วยมอบสัมผัสที่บางเบาราวกับไร้น้ำหนักและซัพพอร์ตเท้าได้ทุกจุดอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ยังมีเชือกรองเท้าและการเย็บต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาอย่างละเอียด เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้
  • พื้นรองเท้าชั้นนอกถูกออกแบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการจัดวางรูปแบบของยาง Continental™ ที่บริเวณปลายเท้า เพื่อเสริมคุณสมบัติการยึดเกาะในขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง โดยไม่เพิ่มน้ำหนักของรองเท้ามากจนเกินไป

ส่วนการออกแบบก็มีการพัฒนามาจาก Adizero Adios Pro Evo 2 รองเท้าวิ่งรุ่นก่อนซึ่งสามารถสร้างสถิติมาหลายครั้ง โดยเน้นที่สีขาวแบบมินิมอล ตัดด้วยแถบสามเส้นสีดำ และพื้นส้นรองเท้าที่เผยให้เห็นวัสดุคล้ายกระจก เผยให้เห็นถึงเทคโนโลยี Energy Rim ได้อย่างชัดเจน

Patrick Nava ผู้จัดการทั่วไปของอาดิดาส รันนิง กล่าวว่า “การสร้างรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro Evo 3 ต้องใช้ความคิดที่แตกต่างตั้งแต่จุดเริ่มต้นกันเลยทีเดียว เพราะมันไม่ใช่แค่การพัฒนาสิ่งที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ แต่เราต้องการที่จะคิดต่อว่าเราสามารถทำได้มากแค่ไหน ซึ่งเราได้ทดลองพัฒนาออกมากว่าสิบแบบ โดยมีการทำงานร่วมกับนักกีฬาอย่างใกล้ชิด ผ่านการทดสอบทั้งในห้องแล็บที่เฮอร์โซเกเนาราค ประเทศเยอรมนี และแคมป์ฝึกซ้อมบนที่สูงในประเทศเคนยาและเอธิโอเปีย ซึ่งการพัฒนาในระดับนี้ต้องให้ความสำคัญในทุกรายละเอียด เราจึงต้องใช้การวัดในระดับนาโนกรัม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แม้ว่ากระบวนการจะใช้เวลาที่ยาวนาน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ รองเท้าที่พร้อมเปลี่ยนประสบการณ์ของวันแข่งขันไปอย่างสิ้นเชิง”

รองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro Evo 3 วางจำหน่ายในจำนวนจำกัด ราคา 20,000 บาท โดยจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2569 ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th และช่องทาง LINE: @adidasthailand และวางจำหน่ายอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th ช่องทาง LINE: @adidasthailand และร้านอาริ รันนิง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาดิดาส เปิดตัว ADIZERO ADIOS PRO EVO 3 รองเท้าวิ่งแข่งขันทำความเร็ว น้ำหนักต่ำกว่า 100 กรัม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...