นายกฯ แถลงนโยบาย “10 Plus” มั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ โลกเชื่อมั่น
การประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันนี้ (9 เม.ย.69) มีวาระเรื่องด่วน คือ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเวลาประมาณ 08.50 น. ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่ เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยมีนโยบายที่น่าสนใจ ดังนี้
เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เช่น
- จัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- ปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐที่ไม่จำเป็น และไม่ตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ
นโยบาย 5 ด้าน ที่จะดำเนินการ มีดังนี้
1. นโยบายด้านเศรษฐกิจ
- โครงการคนละครึ่งพลัส
- กฎหมายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน ( เปิดโอกาสให้ประชาชนและนิติบุคคล สามารถเลือกจัดสรรภาษีเงินได้ประมาณ 10-30% ของตนเอง ให้กลับไปพัฒนาท้องถิ่นที่ตนเองต้องการ หรือบ้านเกิดได้โดยตรง)
- นโยบายเกษตรแม่นยำ เกษตรมั่งคง เกษตรยั่งยืน
- โครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งสำหรับเกษตรกร
2. นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง
- ผลักดันไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี พ.ศ. 2571
- การทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม (เพื่อไทย)
- ศึกษาแนวทางการยกเลิก (MOU 2544)
-โครงการทหารอาสา 100,000 อัตรา สัญญาจ้าง 4 ปี มีค่าตอบแทน
.
3. นโยบายด้านสังคม
- เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
- โครงการพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้านดูแลช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิงในชุมชน
4. นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม
- นโยบายพรรคเพื่อไทย อันไหน บรรจุในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงบ้าง
- ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการขนส่งที่จัดซื้อรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำทดแทน
- ผลิตจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศที่มีคุณภาพและราคาถูก
5. นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
- ราชการทันใจ มุ่งานสู่ “ระบบดิจิทัลอัจฉริยะ”
นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องความมั่นคง เสริมสร้างเสถียรภาพ โดยยึดผลประโยชน์ของไทยเป็นที่ตั้งและรักษา ปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วอำนาจในบริบทโลกหลายขั้ว กระชับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจขนาดกลาง และพันธมิตรใหม่ในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างทางเลือกและเพิ่มความยืดหยุ่น ในการถ่วงดุลระหว่างขั้วอำนาจต่าง ๆ
ส่วนการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ยังคงเดินต่อตามแนวทางด้วยสันติวิธีและกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ และ ทบทวนนโยบายการตรวจลงตรา (Free Visa)และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อตัดช่องทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ อาชญากรข้ามชาติทุกรูปแบบ รวมถึงการฟอกเงินและทุนเทา
และ ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล จะดำเนินการโดยยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง และการเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยการดำเนินนโยบายจะใช้จ่าย จากแหล่งเงินงบประมาณ และเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินกู้กองทุนหมุนเวียน การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน การระดมทุน ผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก และจะใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครั ดด้วยความรอบคอบ กำกับการใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมให้เกิดการบริหารสินทรัพย์ของภาครัฐให้มีความคุ้มค่าโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน และลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว
และในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอย้ำว่า ความท้าทายและความผันผวน ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในวันนี้ และอนาคตอันใกล้ เป็นความจริงที่เราต้องยอมรับหากเราหยุดนิ่ง จะยิ่งทำให้ประเทศถดถอย รัฐบาลพร้อมเติมเต็ม และทุ่มเทสรรพกำลังที่มีอยู่ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกคน มีส่วนร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศไทยในระยะยาว
"กระผมจะทำทุกวิธีทาง เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมั่นคงจากภายใน คนไทยตั้งตัวได้ เศรษฐกิจแข่งขันได้ และโลกมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย" นายกรัฐมนตรี กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “อนุทิน” แถลงนโยบายรัฐบาล ย้ำ 3 หลักบริหาร รับมือวิกฤตโลก-พลังงานผันผวน
- นายกฯ ปลุกใจ 3 รมช. มหาดไทย ย้ำทำงานเชิงรุกลุยหนักเหมือน รัฐมนตรีว่าการ"
- คลังจับมือสภาพัฒน์ ประเมินผลสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย
- "สงคราม" ไทยกระทบหนัก GDP เหลือโต 1.2-1.6% "กกร." เร่งรัฐบาลบรรเทาผลกระทบ
- ไมโครซอฟท์มาไทย เข้าพบนายกฯ อนุทิน ประกาศลงทุนมากกว่า 32,000 ล้านบาท รวมเทคโนโลยี ความมั่นคง และบุคลากร