สงกรานต์ตรังเงียบเหงา! น้ำมันแพงฉุดกำลังซื้อ ร้านเสื้อผ้า-ปืนฉีดน้ำยอดขายซบ
ตรัง บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของรับเทศกาลสงกรานต์ในเขตเทศบาลนครตรังปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงากว่าปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าทั้งเสื้อผ้าลายดอกและปืนฉีดน้ำต่างประสบปัญหาเดียวกันคือยอดขายลดลงอย่างน่าใจหาย โดยผู้ประกอบการระบุว่าเป็นผลมาจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ร้านค้าจะพยายามตรึงราคาสินค้าให้เท่าเดิมและจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่ก็ยังไม่สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้
ร้านค้าต่างๆ ได้เตรียมสินค้าหลากหลายรูปแบบเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ทั้งเสื้อลายดอกสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ กางเกงสีสันสดใส เสื้อผ้าลายไทย และลายช้าง เพื่อดึงดูดลูกค้าให้มาเลือกซื้อไปสวมใส่ทำบุญและเล่นน้ำในช่วงวันหยุดยาว นางลำไย พลายสุวรรณ เจ้าของร้านสายชล กล่าวว่า ยอดขายปีนี้ซบเซาอย่างมาก แม้จะสั่งเสื้อผ้ามาล่วงหน้าก่อนเกิดสถานการณ์สงครามและยังคงขายราคาเดิมตั้งแต่ตัวละ 79 บาทสำหรับเด็ก และ 120 บาทสำหรับผู้ใหญ่ แต่ก็ยังขายไม่ดีนัก เธอยังคงหวังว่าในช่วงวันที่ 12-13 เมษายน ลูกค้าจะออกมาจับจ่ายซื้อของมากขึ้น
ด้านนายณัฐพงษ์ มุ่งเมือง เจ้าของร้านมุ่งเมืองทอง กล่าวเสริมว่า บรรยากาศปีนี้ไม่คึกคักเหมือนปีก่อนๆ เนื่องจากเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้ข้าวของต่างๆ มีราคาสูงขึ้น ทางร้านได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 5 ตัว ฟรี 1 ตัว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 129 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และชุดเด็กราคาชุดละ 129 บาท ขณะที่นางสมฤดี ผ่องลำเจียก เจ้าของร้านของเล่นสมปารถนา ระบุว่าปีนี้เป็นปีที่ซบเซาที่สุดตั้งแต่เคยขายมา ยังไม่แน่ใจว่าคนจะออกมาเล่นสงกรานต์กันมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่แพง และลูกค้าที่รับปืนฉีดน้ำไปขายต่อก็สั่งซื้อลดลง แม้ร้านจะยังคงขายราคาเดิมเริ่มต้นที่ 10 บาท แต่ค่าขนส่งกลับปรับขึ้นถึง 20%
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news