โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดโผ 14 หุ้น จาก 4 กลุ่ม รับประโยชน์นโยบายรัฐบาลใหม่ เน้นกระตุ้นบริโภค - ท่องเที่ยว - ลงทุน

efinanceThai

เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 03.05 น.

เปิดโผ 14 หุ้น จาก 4 กลุ่ม รับประโยชน์นโยบายรัฐบาลใหม่ เน้นกระตุ้นบริโภค - ท่องเที่ยว - ลงทุน

โบรกฯ เปิด 14 หุ้น จาก 4 กลุ่มอุตสาหกรรม รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลใหม่ เน้นมาตรการกระตุ้นการบริโภค - การท่องเที่ยว - การลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส (ASPS) เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า รัฐบาลแถลงนโยบายฯ 9 - 10 เม.ย. 69 ซึ่งน่าจะประกอบไปด้วย

1.มาตรการกระตุ้นการบริโภคระดับฐานราก เช่น โครงการแจกเงินดิจิทัล, การให้เงินอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง หรือมาตรการ ลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของชนชั้นกลาง (เช่น ช้อปช่วยชาติ/E-RECEIPT)

2.มาตรการกระตุ้น ภาคการท่องเที่ยว การอุดหนุนค่าที่พัก การแจกคูปองท่องเที่ยว หรือมาตรการฟรีวีซ่าเพิ่มเติม รวมถึง ประเด็น: กบน. ประกาศราคาน้ำมันดีเซล ลดทุกปั๊ม 2.14 บาท (มีผล 9 เม.ย. 69) ซึ่งจะช่วยชะลอการพุ่งขึ้น ของเงินเฟ้อ และช่วยรักษากำลังซื้อของประชาชนในช่วงสั้น

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจะได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าว ได้แก่

1.กลุ่มขนส่ง-โลจิสติกส์ เพราะต้นทุนหลักกว่า 30-40% คือค่าน้ำมันดีเซล การลดลงของราคาน้ำมันจะ ทำให้กำไรขั้นต้น (MARGIN) กลับมาดีขึ้นบ้าง ชอบหุ้น AAV BA THAI SJWD

2.กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่ง-ห้าง และโรงแรม เมื่อต้นทุนการกระจายสินค้าลดลง บริษัทจะมีต้นทุนการ ดำเนินงานที่ต่ำลง ประกอบกับได้อานิสงส์จากกำลังซื้อของประชาชนที่รัฐบาลช่วยพยุง ชอบหุ้น CPALL CPAXT CPN ERW MINT

3.กลุ่มเกษตรและอาหาร ช่วยลดต้นทุนในการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร รวมถึงต้นทุนการขนส่ง วัตถุดิบและอาหารสดเข้าสู่ตลาด ชอบหุ้น CPF CBG ICHI

4.กลุ่มเช่าซื้อ การให้เงินอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง เงินเหล่านี้จะไหลกลับเข้าสู่ระบบ และส่วนหนึ่งจะถูกนำมาใช้ ชำระค่างวดรถหรือค่าเช่าซื้อที่ค้างอยู่ ชอบหุ้น MTC TIDLOR

จับตา 2 ธีมหุ้น รับนโยบายขับเคลื่อนศก.แบบ Hybrid

บล.กรุศรี ระบุว่า วันนี้ (9 เม.ย.69) ติดตามการแถลงนโยบายรัฐบาลใหม่ คาดหนุนหุ้น 2 ธีมได้ประโยชน์นโยบายหลัก ได้แก่

ส่วนที่ 1 ธีมบริโภค x บริการ (คนละครึ่งพลัส เฟส2, บัตรสวัสดิการ และมาตรการลดค่าครองชีพ) เป็นบวกหุ้นอิงภายใน ค้าปลีก เช่าซื้อ

o นโยบายการเติบโตอย่างทั่วถึง (Inclusive Growth) รัฐบาลมุ่งเน้นดูแลประชาชนทุกระดับเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านนโยบาย คนตัวเล็ก Plus รวมถึงลดค่าครอง
ชีพ อาทิ ค่าไฟ 3 บาทสำหรับบ้านที่ใช้ < 300 หน่วย

o นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจัดการหนี้ (Quick Big Win) รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้อง และอัดฉีดเม็ดเงินอย่างเร่งด่วน โดยนำ โครงการ คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 , เดินหน้านโยบาย ปิดหนี้ไว ไปต่อได้พลัส

o นโยบายการรับมือภัยต่างๆ อาทิ ภัยธรรมชาติ ได้แก่ กองทุนภัยพิบัติ โดยรัฐบาลมีนโยบายจ่ายค่าเบี้ยประกันให้ทุกครัวเรือน (1,000 บาท) หากเกิดภัยพิบัติ และพบความเสียหายจะจ่ายเงินเยียวยาทันที 100,000 บาท + ภัยทางเศรษฐกิจ รัฐบาลกำหนดนโยบายการจัดการวิกฤติพลังงาน เช่น มาตรการรับมือน้ำมันขาดแคลน และราคาผันผวนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์

o การท่องเที่ยว "สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง"

ส่วนที่ 2 ธีมลงทุน เพื่อสร้าง New S-Curve ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจสีเขียว เป็นบวกนิคม สาธารณูปโภค (ไฟฟ้า สื่อสาร พลังงาน คมนาคม) รับเหมา ธนาคารกระตุ้นการลงทุน

o นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitive Growth) โดยเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่การปฏิรูปโครงสร้างประเทศระยะยาว อาทิ เศรษฐกิจสีเขียว Plus, การ
ลงทุน Plus (Thailand Future Fund + Fast-Pass), การรื้อกฎหมายที่ซ้าซ้อน และนโยบาย Trade Plus การค้าเชิงรุก

o การเกษตร "เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม" ไปสู่ "เกษตรแม่นยา เกษตรมั่งคงเกษตรยั่งยืน"

o กระทรวงการคลัง ยังเตรียมนโยบายส่งเสริมการออมระยะยาว (TiSA) ซึ่งเป็นการพัฒนาบัญชีออมเงินส่วนบุคคลที่ไม่เก็บภาษีเงินปันผล เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนไว้ใช้ในยามเกษียณ

o ยุทธศาสตร์ดึงดูดการลงทุน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เช่น อาหารแห่งอนาคต และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ที่ใช้เทคโนโลยียกระดับสินค้าสู่เกรดพรีเมียม กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อย่าง Data Center,Cloud Service, แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (PCB) และอุตสาหกรรมควอนตัม

นอกจากนี้สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการส่งเสริม ภาคบริการมูลค่าสูง เช่น อุตสาหกรรม Wellness และการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม

o ปราบปรามทุนสีเทา โดยแก้ไขกระบวนการงบประมาณเพื่อป้องกันธุรกิจสีเทา เช่น ธุรกิจศูนย์เหรียญ และเพิ่มประสิทธิภาพระบบ E-procurement เพื่อความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเพิ่มความมั่นคงการทหารและสังคม

o กฎหมาย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มุ่งพัฒนาคนให้ทันโลก โดยทำไปพร้อมการเสนอ พ.ร.บ.กองทุนมนุษย์ จัดตั้ง Productivity Superboard

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...