โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ยอดดับพุ่ง! อิสราเอลถล่มเลบานอน ยอดเสียชีวิตพุ่ง 254 ราย เจ็บนับพัน

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยอดดับพุ่ง! อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอน กว่า 100 จุด เพียง 10 นาที ยอดเสียชีวิตพุ่ง 254 ราย บาดเจ็บนับพันราย อาคารบ้านเรือนเสียหายยับ

ยอดดับพุ่ง! อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอน กว่า 100 จุด เพียง 10 นาที ยอดเสียชีวิตพุ่ง 254 ราย บาดเจ็บนับพันราย อาคารบ้านเรือนเสียหายยับ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า อิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง โดยพุ่งเป้าไปที่พื้นที่ต่างๆ กว่า 100 เป้าหมายทั่วกรุงเบรุตและภูมิภาคอื่นๆ ของเลบานอนอย่างรุนแรง

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการโจมตีระลอกล่าสุดนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตเบื้องต้นอย่างน้อย 254 ราย และบาดเจ็บอีกกว่าเกือบพันราย ซึ่งการโจมตีครั้งนี้ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า จึงไม่มีการเตือนให้พลเรือนอพยพ

โดยพื้นที่ใจกลางเมือง เช่น ย่าน Bechara El Khoury และย่าน Chiyah ได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาคารบ้านเรือนถูกทำลาย และเกิดความโกลาหลในการจราจรเนื่องจากประชาชนพยายามหนีออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้รถพยาบาลเข้าถึงผู้บาดเจ็บได้ยากลำบาก

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เปราะบางอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและอิหร่านไปก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมง แต่อิสราเอลยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าว ไม่ครอบคลุม ถึงการสู้รบกับกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน

ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านได้หารือกับปากีสถาน ซึ่งเป็นตัวกลาง โดยระบุว่าการที่อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใน "เลบานอน" ซึ่งมีการโจมตีเป้าหมายกว่า 100 จุดในวันนี้ ถือเป็นการละเมิดเจตนารมณ์ของข้อตกลงหยุดยิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...