โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความสุขในการทำงานปี 2026? Jobsdb เผยไทยรั้งอันดับ 3 เอเชีย แต่เสี่ยง Burnout!

SpringNews

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีโมเมนต์ที่ตื่นมาแล้วถามตัวเองว่า ‘เราทำงานไปเพื่ออะไร?’ แม้เงินเดือนจะเข้าตรงเวลา แถมยังเหลือให้ใช้จ่ายได้เพียงพอ แต่บางทีความรู้สึก Burnout หรือ ภาวะหมดไฟ มันก็กัดกินใจจนประสิทธิภาพการทำงานลดฮวบ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่า อะไรคือสิ่งที่คนทำงานยุคนี้ต้องการมากกว่าแค่ ‘เงินเดือน"

Jobsdb by SEEK เผยผลสำรวจจากรายงาน ‘Workplace Happiness Report’ ประจำปี 2568 จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คนในประเทศไทย พบว่าคนทำงานชาวไทยมีความสุขอยู่ที่ 67% อันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก รองจากอินโดนีเซีย (82%) และฟิลิปปินส์ (77%)

ในขณะที่สิงคโปร์ (56%) และ ฮ่องกง (47%) มีระดับความสุขที่ต่ำกว่า แม้ตัวเลขความสุขในภาพรวมของไทยจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่เบื้องหลังตัวเลขนี้มี ‘ความจริง’ บางอย่างซ่อนอยู่

5 ปัจจัยที่ทำให้ชาวออฟฟิศไทย ‘ยิ้มได้’

จากการสำรวจพบว่า สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในที่ทำงานมากที่สุดยุคใหม่คือ การบริหารจัดการสมดุลระหว่าง ‘สิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญ’ กับ ‘สิ่งที่พนักงานได้รับในชีวิตจริง’

  • สถานที่ทำงานเดินทางสะดวก (70%)โลเคชั่นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
  • ได้อัปสกิล (66%) การเห็นตัวเองเก่งขึ้น มีโอกาสเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ
  • เนื้องานที่ได้รับมอบหมาย (65%) ได้ทำในสิ่งที่ถนัดและชอบ
  • สังคมดี มีเป้าหมาย (64%) เพื่อนร่วมงานดี และรู้สึกว่างานที่ทำมีคุณค่า
  • ความมั่นคง (63%) มั่นใจว่าบริษัทจะไม่ทอดทิ้งในวันที่เศรษฐกิจผันผวน

องค์กรควรใส่ใจปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญ และปรับปรุงสิ่งที่พนักงานยังรู้สึกขาดอยู่ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีแรงจูงใจและรู้สึกมีคุณค่า แม้พนักงานจะมีความพึงพอใจในหน้าที่และความรับผิดชอบสูงถึง 65% แต่กลับมีเพียง 53% เท่านั้นที่พึงพอใจกับภาระงาน และความกดดันที่ได้พบเจอจริงระหว่างการทำงาน

เจาะลึกความสุขในการทำงาน 4 Generation ใครไหว ใครจะไป?

เพราะ ‘ความสุข’ ของแต่ละวัยไม่เหมือนกัน ระดับประสบการณ์การทำงานและภาระความรับผิดชอบในชีวิตก็แตกต่างกัน ลองมาเช็กดูว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน และองค์กรควรดูแลสวัสดิภาพแบบไหนให้ตรงใจและมีประสิทธิภาพ

  • Gen Z น้องใหม่ไฟเริ่มมอด (อายุ 18-29 ปี)

กลายเป็นกลุ่มวัยที่มีความสุขน้อยที่สุด (59%) และ Burnout สูงถึง 51% เพราะอยู่ในช่วงปรับตัว วิธีแก้คือต้องมี ‘เพื่อนหรือหัวหน้างาน’ ที่คอย Support และบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตร

  • Millennials วัยแบกความหวัง (อายุ 30-44 ปี)

ความสุขอยู่ที่ 67% สิ่งที่ต้องการที่สุดคือ ‘ความสมดุล’ เพราะต้องดูแลทั้งงานและครอบครัวไปพร้อมกัน การทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) คือแต้มต่อในการรักษาคนกลุ่มนี้ไว้ได้ในระยะยาว

  • Gen X รุ่นใหญ่ใจนิ่ง (อายุ 45-59 ปี)

ความสุขพุ่งไปที่ 72% เพราะความก้าวหน้าในอาชีพและมีฐานรายได้สูงที่สุด เน้นความภูมิใจในหน้าที่รับผิดชอบ การได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญ และเงินเดือนที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น

  • Baby Boomers วัยเก๋าใจเกร่ง (อายุ 60-64 ปี)

เป็นกลุ่มที่มีความสุขสูงสุด (75%) และหมดไฟน้อยที่สุด เพราะมีความผูกพันกับองค์กรสูง พึงพอใจในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และมองเห็นภาพรวมของชีวิตงานชัดเจนแล้ว

ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ย้ำชัดว่า ‘พนักงานที่มีความสุข’ คือทรัพยากรที่ทรงพลังที่สุด เพราะคนทำงานที่มีความสุขมีแนวโน้มจะทุ่มเททำงาน ‘เกินความคาดหวัง’ สูงถึง 86% ในขณะที่คนอมทุกข์ทำได้แค่ 54% เท่านั้น นอกจากนี้ คนที่มีความสุขจะอยากบอกต่อสิ่งดีๆ เกี่ยวกับบริษัทให้คนภายนอกฟังมากกว่าคนไม่มีความสุขถึง 35% เรียกว่าเป็น Brand Ambassador ชั้นดีเลยทีเดียว

วิธีเปลี่ยนจากแค่ทำงานแบบ ‘อยู่ได้’ เป็น ‘อยู่ยาว’ ได้อย่างไร?

  • มองหาคุณค่าในงาน (Meaningful Work): คนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับงานที่ ‘มีคุณค่า’ ลองหาดูว่างานที่เราทำช่วยใคร หรือสร้างอิมแพ็คอะไรได้บ้าง
  • จัดการ Workload ไม่ให้ Over: ความพึงพอใจในภาระงานจริงมีแค่ 53% ถ้างานล้นจนเริ่ม Toxic ต้องกล้า Feedback หรือจัดลำดับความสำคัญ (Prioritize) ใหม่
  • เลิกเปรียบเทียบความสุข: เพราะแต่ละเจนมีความต้องการต่างกัน จงหา ‘จุดสมดุล’ ของตัวเองให้เจอ ไม่จำเป็นต้องมีความสุขแบบเดียวกับคนอื่น

เงินเดือนคือปัจจัยพื้นฐาน ที่จะช่วยดึงดูดคนเก่งเข้ามา แต่สิ่งที่ช่วย ‘รักษากลุ่มคนเก่ง’ ให้อยู่ยาวๆ คือ การเห็นคุณค่าและการได้รับยอมรับ กุญแจสำคัญที่ทำให้เราทำงานได้นานและยั่งยืน โดยไม่เสียสุขภาพจิตไปซะก่อน

ที่มา : Jobsdb by SEEK

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...