"ปลัดมหาดไทย" มอบแนวทางยกระดับการดูแลพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ตามหลักมนุษยธรรม
ปลัดมหาดไทย "นายอรรษิษฐ์" มอบแนวทางยกระดับการดูแลพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ย้ำ ดำเนินการสอดรับกับพลวัตสถานการณ์โลกตามคณะรัฐมนตรี มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทุกมิติควบคู่ส่งเสริมหลักพึ่งพาตนเอง ดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาตามหลักมนุษยธรรม
(27 เม.ย. 69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา โดยมี นางสาวอรอุมา วรแสน รองหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนจังหวัดที่เป็นที่ตั้งศูนย์พักพิงผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ได้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอหัวหน้าศูนย์พักพิงผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากจังหวัดกาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน และจังหวัดราชบุรี ร่วมรับฟัง ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) เป็นประเด็นระดับโลกที่ไทยให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ปัจจุบันยังมีผู้หนีภัยจากเมียนมาอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง รวม 77,324 คน โดยมีกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการจัดระเบียบ ดูแลความเรียบร้อย และประสานความร่วมมือกับองค์การนอกภาครัฐ (NGOs) เพื่อให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานด้านต่าง ๆ แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาที่ยังคงไม่แน่นอน ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก ปัญหาอาชญากรรมดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐอเมริกาต่อการให้งบประมาณช่วยเหลือดูแล ผภร. ทำให้การบริหารจัดการรวมถึงการส่งกลับภูมิลำเนาทำได้ยาก ในปี 2568 รัฐบาลจึงได้ปรับเปลี่ยนนโยบายโดยมุ่งเน้นให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 อนุญาตให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา สามารถออกมาทำงานนอกพื้นที่ศูนย์พักพิงฯ ได้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้นำนโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนภารกิจที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
“การประชุมสัมมนาเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาในวันนี้ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของผู้ปฏิบัติงานทั้งในส่วนกลางและพื้นที่จังหวัดที่เป็นที่ตั้งของศูนย์พักพิงฯ ในการดูแลผู้หนีภัยการสู้รบ และเพื่อเป็นการระดมความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันตามแนวทางพื้นฐานหลักการด้านมนุษยธรรม สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีความยั่งยืน ตามมติคณะรัฐมนตรีและแนวทางทีเกี่ยวข้อง และประการที่สำคัญ คือ การวางแผนการดำเนินงานร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดการกับสถานการณ์หรือความท้าทายใหม่ ๆ ในอนาคต รวมถึงสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นอย่างเต็มที่ในการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไปให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางการบริหารจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา โดยเสนอแนะแนวคิดในการพิจารณาควบรวมพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้การดูแลตามหลักมนุษยธรรมและการส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ นายอำเภอ และปลัดอำเภอผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ใช้อำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการพื้นที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยส่งเสริมดำเนินงานในมิติสำคัญต่าง ๆ อาทิ การรักษาความสงบเรียบร้อย ผลักดันให้พื้นที่พักพิงฯ เป็นพื้นที่สีขาวที่ปราศจากยาเสพติด และดำเนินการปราบปรามการลักลอบกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด การรักษาความปลอดภัย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินภายในพื้นที่อย่างเข้มงวด การสร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมการฝึกทักษะอาชีพขั้นพื้นฐาน เช่น การเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา สามารถมีอาหารสำหรับเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว ลดภาระค่าใช้จ่าย และดำรงชีพได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน
ด้าน รองหัวหน้าสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการประชุมสัมมนาระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่องค์กรนอกภาครัฐ (NGOs) และเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ ที่ดูแลผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ประจำปี 69" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 เมษายน 2569 โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การบริหารจัดการพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา ตามหลักการพึ่งพาตนเองในระยะเปลี่ยนผ่าน และระยะต่อไป” การบรรยาย ในหัวข้อ “แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และการบริหารจัดการการอนุญาตให้ออกมาทำงาน ตามมติ ครม.” ซึ่งผลจากการประชุมจะไปสู่การจัดทำข้อเสนอการปรับปรุงแผนปฏิบัติการบริหารจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา เพื่อหารือร่วมกับหน่วยงานระดับกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป
กองสารนิเทศ สป.มท.