โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ ราเชน ศิลปะรายะ ก่อนมรสุมการเมืองพัด พ้นอธิบดีกรมฝนหลวง

สยามนิวส์

อัพเดต 29 เม.ย. เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 12.17 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 มีรายงานว่า คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแต่งตั้งและสับเปลี่ยนข้าราชการพลเรือนสามัญระดับบริหารสูง จำนวน 2 ราย เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการบริหารงาน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 มีรายงานว่า คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแต่งตั้งและสับเปลี่ยนข้าราชการพลเรือนสามัญระดับบริหารสูง จำนวน 2 ราย เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการบริหารงาน

โดยมีคำสั่งให้นายวิทยา แก้วมี ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ย้ายไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขณะเดียวกัน ได้สับเปลี่ยนให้นายราเชน ศิลปะรายะ จากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงแทน

ล่าสุด ด้าน นายราเชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ขอบคุณทุกท่านที่โทรมากำลังใจ ไม่ได้รับสายขออย่าโกรธนะครับ น้อมรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เป็นข้าราชการมืออาชีพ อยู่ตรงไหนก็น้อมรับครับ ทำประโยชน์ให้ประชาชนคนไทย อีก 5 เดือนก็ต้องไปแล้ว ไปช้าไปเร็ว 30 กันยายน ก็ต้องไป ตามวิถีราชการ น้อมรับด้วยความยินดี ไม่มีโอกาสได้ดูแลครอบครัวและลูก ได้บอกลูกว่ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ สงสารแต่ลูก ตัวน้องเพิ่งจะเข้า ป้ามาถามว่าพ่อจะมาอยู่กับหนูเมื่อไร

วันนี้มีคำตอบแล้ว คงก้าวเดินออกจากชีวิตราชการที่ทุ่มเทให้เพื่อประเทศชาติ กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข คงต้องพิจารณาตัวเอง จบชีวิตราชการก่อน 60 ปี อย่างมีศักดิ์ศรี ของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมไม่ใช่ข้าราชการการเมืองโดนให้ร้ายมาตลอด ขอบคุณสำหรับกำลังใจของทุกท่านที่โทรมาให้กำลังใจ พร้อมทิ้งท้ายว่า ใจไม่สู้ครับน้อมรับคำสั่ง กรมฝนหลวงยังเป็นกรมของพระราชา ที่พร้อมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่เดือดร้อน

โพสต์ดังกล่าว

สำหรับนายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ถือเป็นข้าราชการสายวิศวกรที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 2 สาขา ได้แก่ วิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคโนโลยีอุตสาหกรรมก่อสร้าง) จากสถาบันราชภัฏอุบลราชธานี และวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

เส้นทางราชการของนายราเชน เริ่มต้นจากงานด้านชลประทาน ก่อนก้าวเข้าสู่ตำแหน่งบริหารในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 5 กรมชลประทาน, ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

ต่อมา เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงอย่างไรก็ตาม ชื่อของนายราเชนกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้โยกย้ายจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งผลให้เจ้าตัวตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการทันที เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดเกษียณอายุราชการ

นอกจากนี้ นายราเชนให้สัมภาษณ์ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีปัจจัยจากแรงกดดันในการทำงาน รวมถึงการไม่ตอบสนองต่อฝ่ายการเมืองในบางประเด็น โดยยกกรณีมีบุคคลอ้างตัวเป็นผู้บริหารสายการบินรายหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเป็นสัตว์และนามสกุลขึ้นต้นด้วยอักษร จ. ติดต่อขอเข้าพบเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับงานซ่อมอากาศยาน แต่ไม่สามารถเข้าพบได้เนื่องจากมีภารกิจล่วงหน้า อีกทั้งภายหลังยังมีความพยายามติดต่อเข้ามาอีก โดยอ้างความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ระดับสูง

ทั้งนี้ นายราเชนระบุว่า ตลอดระยะเวลาการทำงาน ยึดหลักความเป็น ข้าราชการมืออาชีพ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะภารกิจฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 และสถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าการลาออกครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่า เดิมมีแผนจะยื่นลาออกในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบอายุ 60 ปี แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตัดสินใจยุติบทบาทดังกล่าวก่อนกำหนด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...