โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แรงกระเพื่อมใหญ่! UAE ถอนตัว OPEC สั่นคลอนอำนาจซาอุฯ ระยะยาวเสี่ยงผันผวนหนัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 เม.ย. เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. เวลา 00.01 น.

การถอนตัวของ UAE จาก OPEC สะเทือนโครงสร้างอำนาจภายในกลุ่มและบทบาทของซาอุดีอาระเบียโดยตรง ระยะยาวเสี่ยงผันผวนหนัก และกดดันกลไกรักษาเสถียรภาพของตลาดโลก

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 03.17 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การตัดสินใจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในการถอนตัวจาก OPEC ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดน้ำมันโลก โดยนักวิเคราะห์มองว่าอาจทำให้ศักยภาพของกลุ่มในการควบคุมราคาน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลเชิงลบต่อราคาน้ำมันในระยะยาว

ก่อนหน้านี้ UAEถือเป็นสมาชิกที่มีอิทธิพลมากเป็นอันดับสองรองจากซาอุดีอาระเบีย โดยทั้งสองประเทศเป็นไม่กี่ชาติที่มีกำลังการผลิตสำรอง (spare capacity) ในระดับสูง ซึ่งสามารถเพิ่มกำลังผลิตได้อย่างรวดเร็วในยามวิกฤต เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน

กำลังการผลิตสำรองดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเครื่องมือหลักในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ช็อกด้านอุปทาน โดยซาอุดีอาระเบียและ UAE ร่วมกันครองสัดส่วนกำลังการผลิตสำรองของโลกมากกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ทั้งสองประเทศมีบทบาทสูงในช่วงที่ตลาดเผชิญความตึงเครียด

อย่างไรก็ตาม การถอนตัวของUAE ถูกมองว่าเป็นการดึงเสาหลักออกไปจากโครงสร้างของ OPEC ส่งผลให้ความสามารถของกลุ่มในการบริหารจัดการตลาดอ่อนแอลงในเชิงโครงสร้าง และทำให้ OPEC มีความเปราะบางมากขึ้นในระยะยาว

นักวิเคราะห์ยังมองว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นแรงกระทบโดยตรงต่อซาอุดีอาระเบีย เพราะทำให้ความสามารถในการควบคุมทิศทางของ OPEC ลดลง แม้ซาอุฯ ยังมีกำลังการผลิตสำรองในระดับสูง แต่การขาดพันธมิตรสำคัญอย่าง UAE ทำให้อำนาจต่อรองในตลาดลดลง

การถอนตัวของUAE มีขึ้นหลังจากเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน รวมถึงการปิดกั้นเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการส่งออกน้ำมันของUAE อย่างรุนแรง และเป็นภัยต่อฐานเศรษฐกิจของประเทศ

แม้ทางการ UAEจะไม่ได้ระบุว่าสงครามเป็นสาเหตุโดยตรงของการถอนตัว แต่รัฐมนตรีพลังงานยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกกำหนดเวลาเพื่อลดผลกระทบต่อประเทศผู้ผลิตรายอื่นภายในกลุ่ม

ในระยะสั้น ตลาดน้ำมันอาจยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงจำกัดการส่งออก และราคาน้ำมันยังไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นักวิเคราะห์เตือนว่า การถอนตัวของUAE อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน เนื่องจากบ่อนทำลายความร่วมมือของกลุ่มผู้ผลิต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจำกัดอุปทานเพื่อพยุงราคาในช่วงที่ตลาดมีน้ำมันล้น

UAEยังต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้นในการกำหนดนโยบายการผลิตของตนเอง โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2570 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่อาจขัดแย้งกับข้อจำกัดด้านโควตาของ OPEC

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา UAEแสดงความไม่พอใจต่อมาตรการลดกำลังการผลิตที่นำโดยซาอุฯ ขณะเดียวกันก็จับตาการที่บางประเทศ เช่น อิรัก และรัสเซีย มักผลิตเกินโควตาที่กำหนด

นักวิเคราะห์คาดว่า หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านคลี่คลาย และช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ UAEมีแนวโน้มจะเร่งเพิ่มกำลังการผลิตอย่างเต็มที่ โดยใช้กำลังการผลิตสำรองที่มีอยู่

ในภาพรวม ตลาดน้ำมันในอนาคตอาจเผชิญความผันผวนมากขึ้น เนื่องจากการขาดความร่วมมือที่แข็งแกร่งภายใน OPEC แม้ในบางสถานการณ์ UAEอาจยังคงร่วมมือกับกลุ่มได้ แต่การถอนตัวครั้งนี้ได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกอย่างมีนัยสำคัญ

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...