โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เคาะไป คุยไป : เคาะ STECON

ทันหุ้น

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 23.40 น.

#ทันหุ้น- บริษัทตั้งเป้าหมายปี 2026 เติบโตต่อเนื่อง โดยคาดรายได้มากกว่า 35,000 ล้านบาท (+5–10%YoY) พร้อมรักษาอัตรากำไรในระดับแข็งแกร่ง โดยตั้งเป้า GPM มากกว่า 7% และ NPM มากกว่า 4% ใกล้เคียงระดับปกติปี 2025 ขณะที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนผ่านการยกระดับ Productivity โดยนำเทคโนโลยี AI เช่น ALICE Technologies และ ISETIA มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนและข้อผิดพลาด นอกจากนี้บริษัทมี Backlog ณ สิ้นปี 2025 สูงถึง 123,264 ล้านบาท และตั้งเป้ารักษาระดับมากกว่า 100,000 ล้านบาท ควบคู่กับเป้ารับงานใหม่ (New order) ที่ 50,000 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากรายได้ประจำ (Recurring income) ในธุรกิจบริหารจัดการน้ำที่เกี่ยวเนื่องกับ Data Center รวมถึงแผนบริหารเงินทุนหมุนเวียนและอาจระดมทุนผ่านหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายตัว

แนวโน้มผลประกอบการ 1Q26 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากการทยอยรับรู้รายได้ในโครงการขนาดใหญ่ในมือ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก), สายสีม่วง (สัญญา 1–2) และโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ขณะเดียวกันมี Catalyst เพิ่มเติมจากการคาดว่าจะลงนาม Definitive Agreement สำหรับโครงการ Data Center ที่ชลบุรีภายในไตรมาสนี้ รวมถึงการยื่นประมูลโครงการ PPP toll road ซึ่งจะช่วยหนุน pipeline ในระยะถัดไป โดยในภาพรวมบริษัทคาดว่า momentum จะดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จากการเร่งตัวของโครงการภาครัฐหลังการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลสัดส่วนการรับงานใหม่ของบริษัทให้กลับมามีสัดส่วนงานภาครัฐมากขึ้น จากที่ในปี 2025 งานใหม่กว่า 80% มาจากภาคเอกชน

ในด้านโอกาสการเติบโต บริษัทมี pipeline โครงการประมูลขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก โดยฝั่งภาครัฐคาดว่าจะเห็นความชัดเจนของ Megaproject ใน 2H26 เช่น รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (ระยะที่ 2), รถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล, มอเตอร์เวย์ M5 และ M82 รวมถึงโครงการอุโมงค์ระบายน้ำและสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ขณะที่ฝั่งเอกชนมีโครงการ Data Center มูลค่ารวม 30,800 ล้านบาท, อาคารเชิงพาณิชย์ 20,200 ล้านบาท และโครงการโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความมั่นใจของบริษัทในการตั้งเป้า New order ระดับสูงในปีนี้ และช่วยหนุนการเติบโตระยะกลางถึงยาว

ในเชิง sentiment ขานรับปัจจัยบวกจาาดการณ์ Time line การโหวตนายกฯ ในวันที่ 19 มี.ค. ที่ปัจจุบันฝั่งรัฐบาลที่คะแนนเสียงรวม 293 เสียง สะท้อนภาพการเมืองที่มีเสถียรภาพ รวมถึงภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล จะหนุนการเร่งลงทุนภาครัฐ ในระยะถัดไป นอกจากนี้ยังได้อานิสค์จากการเร่ง FDI-BOI โดยเฉพาะโครงการ Data Center และโรงไฟฟ้าของ GULF ขณะที่ในเชิง Valuation มีความน่าสนใจ ตลาดเริ่ม Re-rating PBV หลังช่วง 2 ปี ที่ผ่านมาซื้อขายบน PBV ต่ำกว่า 1 เท่า เทียบกับกรอบ 1.2-1.8 เท่าในช่วง Post COVID

แนะนำ “เคาะ” ครับ ทางด้านปัจจัยเทคนิค ระดับราคาและแท่งเทียนแกว่งตัวสร้างฐานราคาในกรอบ 11.50/12.70 อย่างมีนัยสำคัญ ระยะสั้นSMA5วันตัดSMA13วันขึ้นมาเป็นสัญญาณชี้นำทดสอบแนวต้าน 12.70 ผ่านยืนมั่นคงสัญญาณซื้อ แนวโน้มเปลี่ยนTrend แนวต้านหลักจุดทดสอบจุดสูงแท่งเทียนคู่รอบก่อนหน้าตามลำดับ

คำแนะนำASL

กรณี “มีหุ้น” ถือหรือซื้อเพิ่ม มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 12.70/13.60

กรณี “ไม่มีหุ้น” ซื้อระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 12.20/11.50ไม่ควรต่ำกว่า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...