เปิดผลเลือกตั้ง ก.ต. ‘พงษ์เดช-ตุลยวัต’ คว้าชัยชั้นฎีกา ‘ณรัช’ ที่ 1 ชั้นอุทธรณ์
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่อาคารสำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร กรุงเทพมหานคร สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการตรวจนับคะแนนเลือกกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) เเทนชุดเดิมที่หมดวาระลงโดยเเบ่งเป็น ชั้นศาลฎีกา จำนวน 6 ตำแหน่ง ชั้นศาลอุทธรณ์ จำนวน 4ตำแหน่ง และศาลชั้นต้น จำนวน 2 ตำเเหน่ง
เลือกตั้ง ก.ต. 3 ชั้นศาลเดือด จับตาตัวเต็งชิงเก้าอี้คุมบริหารตุลาการทั่วประเทศ
โดยคณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนเลือก ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ตรวจนับบัตรลงคะแนน จากผู้พิพากษาทั่วประเทศที่ส่งกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรม ปรากฏผลผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้
ประเภท ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา จำนวน 6 คน เรียงตามลำดับคะเเนนได้แก่
1.นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาได้ 159 คะแนน
2.นายตุลยวัต พรหมพันธ์ใจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาได้ 155 คะแนน
3.นายนวรัตน์ กลิ่นรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกาได้ 145 คะแนน
4.นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ รองประธานศาลฎีกาได้ 137 คะแนน
5.นายฉัตรชัย ไทรโชต ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกาได้ 106 คะแนน
6.นายอดุลย์ ขันทอง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาได้ 95 คะแนน
ประเภท ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลอุทธรณ์ จำนวน 4 คน เรียงตามลำดับคะเเนนได้แก่
1.นายณรัช อิ่มสุขศรี เลขานุการศาลอุทธรณ์ได้ 536 คะแนน
2.นายอนุวัตร ขุนทอง รองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ (แรงงาน) ได้ 527 คะแนน
3.นางมัณทรี อุชชิน ประธานศาลอุทธรณ์ได้ 483 คะแนน
4.นายสัญญา จีระออน เลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ 468 คะแนน
ประเภท ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิศาลชั้นต้น จำนวน 2 คน เนียงตามลำดับคะเเนนได้แก่
1.นายธนะรัตน์ ศิริพัฒนโกศล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาได้ 1,393 คะแนน
2.นายสรพงค์ ไกรสุวรรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาได้ 1,382 คะแนน
สำหรับ ก.ต. นั้นเป็นองค์กรทำหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม มีหน้าที่ในการพิจารณาเเต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น มีอำนาจให้คุณให้โทษ ผู้พิพากษาที่กระทำความผิดรวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี
โดย ก.ต. ทั้งคณะจะมีทั้งหมด 15 คน ประกอบด้วยประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ก.ต.โดยตำแหน่ง มี ก.ต.ชั้นศาลฎีกา 6 คน ชั้นศาลอุทธรณ์ 4 คน และศาลชั้นต้น 2 คน และ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ที่มาจากการเลือกของผู้พิพากษาเเละมีกำหนดอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี และติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ