ทู บี "อนุทิน 2" เจอด่านท้าทายเร่งด่วน
ไม่มีอะไรพลิกผัน นายอนุทิน ชาญวีรรกูล ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 แถมยังได้กำไรจากเสียงโหวตหนุนที่เพิ่มขึ้นเป็น 293 เสียง จากพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน และพรรคประชาชน จังหวัดอุดรฯ อีก 1 คน
พรรครวมไทยสร้างชาติ โดย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ที่ขยับขึ้นเป็น สส.บัญชีรายชื่อ แทนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เปิดตัวหนุนนายอนุทินก่อนโหวต แต่สำหรับ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.เขต 7 พรรคประชาชน แม้จะไม่เปิดตัวหนุนนายอนุทินอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่ระแคะระคายกันมาก่อน จากคนในพรรคประชาชน จนเป็นที่มาของกระแส"งูเห่า" จากค่ายสีส้ม
นายสุริยา เบียดแทรกเอาชนะ นายธีระชัย แสนแก้ว ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ที่เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ สมัยพรรคพลังประชาชน เจ้าของสมญา"อีโต้อีสาน" คู่กับ นายสุภรณ์ (ชื่อขณะนั้น) อัตถาวงศ์ ที่ได้สมญา"แรมโบ้อิสาน" เคยย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยระยะหนึ่ง ก่อนย้ายกลับพรรคเพื่อไทย
แม้จะเจอกับการอภิปรายพาดพิง เรื่องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาจาก กกต.ชุดสืบสวนไต่สวน ชุดที่ 26 ในคดีฮั้วเลือก สว. รวมทั้งระหว่างเป็นรองนายกฯ ควบรัฐมนตรีมหาดไทย สมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้ดำเนินการอะไรกรณีที่ดินเขากะโดง จากทั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ และ นายรังสิมันต์ โรม พรรคประชาชน แต่สุดท้ายเสียงโหวตหนุนนายอนุทิน ก็เกินกว่าครึ่งหนึ่งของ สส.ในสภา และสูงกว่าเสียงโหวตหนุน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
โดยมีแกนนำอย่าง นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา ทำหน้าที่องครักษ์คอยตอบโต้แทน
การลอยลำเป็นนายกฯสมัย 2 ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนรอบด้าน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า จะเป็นรัฐบาลที่ประชาชนคาดหวังสูง สำหรับแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า และระยาว
สำคัญสุด เร่งด่วนสุด คือรับมือผลสะเทือนจากตะวันออกกลาง ทั้งเรื่องน้ำมัน สต็อกน้ำมัน การหาแหล่งน้ำมันและพลังงานอื่นเพิ่มให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ สกัดและลดความตื่นตระหนกของประชาชนส่วนหนึ่ง อย่างที่ได้เห็นในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา
รวมถึงเรื่องราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และอาหารการกินที่เลี่ยงไม่ได้ต้องขึ้นแน่ๆ หลังการปรับขึ้นราคาของไข่ไก่ และพลาสติก ล่าสุด 5 บริษัทสินค้าในครัวเรือนได้ร่อนเอกสารถึงร้านค้า แจ้งให้ทราบราคาต้นทุนปัจจุบัน จะคงอยู่ได้ถึงเดือนเมษายน เท่านั้น
จึงเป็นภารกิจที่ 2 ที่ท้าทายรัฐบาลอนุทิน 2 ที่จะต้องพิสูจน์ฝีมือแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ปากท้อง คนว่างงาน และรายได้ที่เพียงพอต่อการยังชีพของประชาชน
ภารกิจสำคัญที่ 3 คือปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ที่ยังคงปรากฏว่า ฝ่ายกัมพูชา พยายามเดินหน้าฟ้องชาวโลกและกล่าวหาไทยรุกรานไม่เลิก โดยใช้ความสัมพันธ์และความเชี่ยวชาญด้านการทูตและต่างประเทศที่เชื่อว่าเหนือกว่าฝ่ายไทย แต่กระนั้น การที่ไทย มี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นักการทูตที่ช่ำชองเรื่องต่างประเทศมานาน มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และเชื่อว่าจะได้ไปต่อในตำแหน่งเดิม ช่วยให้ไทยมีความสมน้ำสมเนื้อมากขึ้น
ภารกิจสำคัญเรื่องที่ 4 คือบริหารจัดการและเคลียร์ประเด็นที่โยงใยและถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนพลังงาน ทั้งกลุ่มในพรรค และกลุ่มทุนพลังงานนอกพรรค ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์เพิ่มมากขึ้น หลังเกิดกรณีปั๊มไม่มีน้ำมันอ้างเรื่องระบบขนส่ง รวมทั้งสหพันธ์ขนส่งรถบรรทุก ที่ซัดว่ามี "ไอ้โม่ง" อยู่เบื้องหลัง มีปั่นข่าวราคาน้ำมันแสวงหาประโยชน์
ภารกิจสำคัญที่ 5 เป็นเรื่องประเด็นที่ผู้คนในสังคมกังขา ทั้งคดี ฮั้วเลือกสว. และคดีเขากระโดง ที่ดูจะได้บทสรุปในเชิงบวกต่อรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย ค่อนข้างรวดเร็ว รวมทั้งล่าสุด ปปช.ยกคำร้องปม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญ
เป็นภารกิจเร่งด่วนสำคัญของรัฐบาล "อนุทิน 2" สำหรับการพิสูจน์ฝีมือจากนี้ไป
"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
"อนุทิน" ขอบคุณทุกเสียงเสนอนั่งนายกฯ พร้อมทำงานร่วมทุกพรรค
"ณัฐพงษ์" ยัน ปชน.ส่งชื่อชิงนายกฯ ยันไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง ย้ำหวังสื่อสารกับประชาชน
"ณัฐพงษ์" ตั้งคำถามถึงคนซื้อ "งูเห่าส้ม" ทำเพื่ออะไร ยันพรรค ปชน.ไม่เสียสมาธิ