โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุมตัวฝากขัง! ‘นายต้อม’ ฆาตกรหั่นศพแฟนสาว ลั่นพ้นผิดจะบวชไม่สึก

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 05.40 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 05.40 น. • The Bangkok Insight

คุมตัวฝากขัง! "นายต้อม" ฆาตกรหั่นศพแฟนสาว ปมหึงหวง ลั่นพ้นผิดจะบวชไม่สึก

จากคดีสะเทือนขวัญที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วสังคม กรณีเหตุฆาตกรรมอำพรางหั่นศพแฟนสาวอย่างโหดเหี้ยม ล่าสุดกระบวนการทางกฎหมายได้เข้าสู่ขั้นตอนการฝากขังผู้ต้องหาแล้ว ท่ามกลางคำสารภาพที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการเรียกร้องขอรับโทษสูงสุดเพื่อชดใช้ความผิดที่เกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งกลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเรื่องความรักและความหึงหวงที่ขาดสติ

นายต้อม

ล่าสุด วันนี้ (27 มี.ค.) พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้ควบคุมตัว นายต้อม ผู้ต้องหาชาวลาว ไปยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญาในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ โดยระหว่างการคุมตัว นายต้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนว่ารู้สึกสำนึกผิดและอยากขอโทษทุกคน ยอมรับว่ามูลเหตุเกิดจากความหึงหวงที่พยายามง้อให้แฟนสาวกลับบ้าน แต่ถูกปฏิเสธจนพลั้งมือฆ่า ส่วนการหั่นศพนั้นอ้างว่าทำไปโดยไม่รู้ตัว และหากเป็นไปได้อยากขอรับโทษประหารชีวิต เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง แต่หากพ้นโทษออกมา ตั้งใจจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตไปตลอดชีวิต

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ระหว่างถูกคุมขังนายต้อมมีท่าทีผ่อนคลาย ยิ้มแย้ม และนั่งอ่านหนังสือธรรมะอยู่ตลอดเวลา พร้อมยอมรับว่ายังคงคิดถึงแฟนสาวอยู่เสมอ ในส่วนความคืบหน้าทางคดี ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและยืนยันปมเหตุว่ามาจากความหึงหวงที่ฝ่ายหญิงพยายามจะตีตัวออกห่าง อย่างไรก็ตาม การค้นหาชิ้นส่วนอีก 2 ถุงที่เหลือยังเป็นอุปสรรคใหญ่ เนื่องจากรถขยะได้นำไปทิ้งรวมไว้ที่บ่อขยะขนาดใหญ่ในจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีก๊าซพิษสะสม ทำให้การค้นหาเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

ทางด้านครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะนี้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์กำลังเร่งตรวจสอบร่างและชิ้นส่วนที่พบอย่างละเอียด โดยครอบครัวได้เข้ารับการตรวจ DNA เพื่อเทียบเคียงยืนยันตัวบุคคลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 20 วันจึงจะสามารถรับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ โดยเบื้องต้นญาติมีความประสงค์จะนำร่างไปทำพิธีฌาปนกิจที่วัดช่องลม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ก่อนจะนำเถ้ากระดูกกลับสู่มาตุภูมิ

ในระหว่างที่รอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางกลับไปยัง สปป.ลาว เพื่อดูแลและปลอบขวัญพ่อแม่ของนางสาวแรม ที่ยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าอย่างหนักกับเหตุการณ์ที่สูญเสียลูกสาวไปอย่างกะทันหัน คดีนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของตัวบทกฎหมาย แต่ยังทิ้งรอยแผลลึกไว้ให้กับครอบครัวและเป็นบทเรียนราคาแพงให้แก่สังคมไทยในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาท

ขอบคุณภาพและข้อมูล : เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand

นายต้อม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...