โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การปั้น Trucker Culture ทรัคเกอร์คอมมูนิตี้สุดดิบเท่ของทายาทหญิงธุรกิจรถบรรทุก

Capital

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Insight

ตอนที่เห็นอินสตาแกรม Trucker Culture ครั้งแรก เรารู้สึกว่าคอมมูนิตี้ที่ดูเท่และมีสไตล์แห่งนี้น่าจะเป็นการรวมตัว ของคนรักรถ แต่ความจริงแล้ววัฒนธรรมรถบรรทุก ไม่ใช่แค่เรื่องราวของรถเท่านั้น แต่เป็นไลฟ์สไตล์ความครีเอทีฟแบบไทยๆ ทั้งการแต่งรถสุดเปรี้ยวที่เป็นงานอาร์ตแสนขบถ วิถีการ DIY และการใช้เครื่องมือช่างผสมกับทักษะเอาตัวรอด

วัน–นาลิวัน คุวานันท์ ทายาทรุ่นที่ 3 และกรรมการบริษัทกลุ่มบริษัทโค้วยู่ฮะ ที่เป็นผู้แทนจำหน่าย ISUZUสังเกตเห็นวัฒนธรรมของรถบรรทุกที่น่าเล่าต่อ จึงเริ่มจากบันทึกภาพของวงการรถบรรทุกจากประสบการณ์ไปทำงานที่ต่างจังหวัดและต่างประเทศเป็นไดอารีในอินสตาแกรมของตัวเองในปี 2016 ก่อนจะขยายเป็นคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ชื่อ Trucker Culture ด้วยแรงบันดาลใจว่าอยากสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้วงการรถบรรทุกไทย

วันนี้เราไม่ได้มาคุยกับวันในมุมธุรกิจรถ แต่อยากชวนไปทำความรู้จักจิตวิญญาณความรักในวัฒนธรรมรถบรรทุกที่ต่อยอดออกมาเป็นกิจกรรมหลากหลาย ทั้ง truck and camp การเดินทางโร้ดทริปและ outdoor adventure, Trucker’s Table ที่เปิดพื้นที่ให้ช่างยนต์ได้โชว์ฝีมือการทำอาหาร รวมถึงการรวมตัวของผู้หญิงในวงการอุตสาหกรรมหนักในชื่อ Trucker Daughter ไปจนถึง Annual Gathering ที่เกิดขึ้นทุกปี

วันตั้งใจทำ Trucker Culture ขึ้นเพื่อ celebrate วัฒนธรรมรถบรรทุกที่อยู่ใกล้ตัว และเล่าออกไปในวงกว้างเพื่อให้คนอื่นเห็นความเท่ของรถในแบบที่เธอเห็น

The Wild Art of Trucking

เสน่ห์ของรถบรรทุกคือความดิบ อึด ทน ไม่จำเป็นต้องสะอาดเนี้ยบ คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับรถบรรทุกมักมีเรื่องราวของการสู้ชีวิตและรักครอบครัว เห็นได้จากเพลงที่ฟังเป็นเพลงเพื่อชีวิต สติ๊กเกอร์ติดรถที่มีคำว่า กูรักเมีย สู้เพื่อลูก พ่อแม่มีบุญคุณ นอกจากนี้รถบรรทุกยังสะท้อนจิตวิญญานของความเป็นอิสรเสรี และยังเป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจในระบบขนส่งทั่วประเทศ

“เราอาจจะลืมนึกกันไปว่า คนขับรถบรรทุกเป็น backbone ของเศรษฐกิจเลย เพราะวิ่งขนส่งข้าว น้ำ เสื้อผ้าที่เราใส่ ของใช้ที่เราใช้ในทุกๆ วัน ธุรกิจของเราขายรถบรรทุกที่อีสานตั้งแต่สมัยคุณปู่ เลยเป็นรากฐานในการสร้างเศรษฐกิจให้กับบ้านเมืองเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่ภูมิใจมาก”

ความประทับใจของวันในวัฒนธรรมการแต่งรถบรรทุกจึงไม่ใช่แค่ตัวรถ แต่อยู่ที่เรื่องราวของผู้คนที่ภูมิใจในรถและ freedom of expression ที่ฝังความเป็น art, design และ culture เอาไว้ ซึ่งทำให้การแต่งรถเหมือนแฟชั่น และทำให้เห็นพฤติกรรม นิสัย ตัวตนของเจ้าของรถก่อนที่จะเจอกัน เกิดเป็นความเชื่อมโยงระหว่าง lifestyle กับ trucking สติ๊กเกอร์สีสะท้อนแสง กราฟิกลวดลายฉูดฉาด คำคมจากเพลง หรือมุกตลกแบบไทยๆ ที่ติดอยู่บนรถ กลายเป็นอีกหนึ่งภาษาที่เจ้าของใช้สื่อสารตัวตน แต่เพราะระบบขนส่งที่ผูกกับธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างมาตรฐานขององค์กรให้หน้าตารถบรรทุกออกมาเหมือนกัน ประกอบกับข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้วัฒนธรรมเหล่านี้ค่อยๆ เลือนหายไปพอสมควร

“เราจึงสร้างคอมมูนิตี้ที่อนุรักษ์ภาพจำทางวัฒนธรรมที่เป็นศิลปะของรถบรรทุก ก็เลยใช้คอมมูนิตี้นี้เป็นวิธีในการเก็บรักษามันไว้” สำหรับ Trucker Culture คำว่า ‘รถบรรทุก’ จึงไม่ใช่แค่การขนของตามฟังก์ชั่นของรถ แต่หมายถึงการบรรทุกประสบการณ์ เรื่องราว และความฝัน

Mechanic at Heart

หลายคนที่รักการใช้ชีวิตมักมีรถเป็นคู่หูในการเดินทาง เช่นเดียวกับวันที่มีหนึ่งในกิจกรรมโปรดคือ truck and camp ที่รวมตัวกับเพื่อน ขับรถไปแคมป์ปิ้ง พูดคุยหน้ากองไฟ โดยเคยขับรถไปเที่ยวลาว เวียดนาม และมีความฝันอยากตะลุยไปเส้นทางไกลขึ้นอย่างกรุงเทพฯ-มองโกเลีย และปารีส-แอฟริกาใต้

เนื่องจากการเดินทางไกลมักทำให้เจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างล้อรั่วและเครื่องยนต์พัง กิจกรรมของคอมมูนิตี้จึงมีการสอนทักษะช่างเหล่านี้ ไปจนถึงแข่งเปลี่ยนล้อรถ แต่วันไม่ได้มองทักษะเหล่านี้เป็นทักษะสำหรับนักเดินทางหรือคนรักรถเท่านั้น เพราะหากเกิดแผ่นดินไหว สงคราม น้ำมันหมด หรือต้องลี้ภัย ทักษะการเอาตัวรอดเหล่านี้จะกลายเป็นทักษะที่จำเป็นที่สุด

เรื่องเหล่านี้อาจฟังดูไกลตัวในหลายปีก่อน แต่จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้เหตุการณ์เหล่านี้กลายเป็นข่าวสารที่คนทั่วโลกต้องติดตามและเฝ้าระวัง

“Survivalism เป็นแก่นหลักของคอมมูนิตี้ที่เรายึดมาตั้งแต่ปีแรก เราพยายามจินตนาการและจำลองสถานการณ์ว่า ถ้าเป็นวันสิ้นโลก เกิดซอมบี้ apocalypse หรือสงครามโลก ถ้าไม่มีเซอร์วิสที่สะดวกสบาย เงินไม่มีค่าแล้ว ระบบการสื่อสารทุกอย่างล่ม เราจะอยู่กันยังไง เราก็เลยจำลองสถานการณ์ที่ทุกคนมารวมตัวกัน แล้วก็มาช่วยกัน คนนั้นมีความรู้เกี่ยวกับซ่อมรถ คนนี้มีความรู้เกี่ยวกับการทำอาหาร อีกคนถนัดการสร้างกับดัก ก็เอาประสบการณ์เหล่านี้มาแชร์กัน

“วันมองว่าสมาชิกในคอมมูนิตี้เป็นคนที่ชอบทำอะไรด้วยมือของตัวเอง ไม่ว่าจะดัดแปลง ซ่อม ใช้ hand skill ที่ไม่ได้เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก คนกลุ่มนี้จิตวิญญาณความเป็นช่างหรือ mechanic at heart ไม่กลัวเปื้อน สกปรก ให้ความสำคัญกับครอบครัว เราอยากโปรโมตให้ทักษะแบบนี้ส่งต่อกันได้

ไม่ว่าจะพ่อแม่สอนลูก หรือคนที่ใช้ชีวิตเอาต์ดอร์ เป็นหลักมาถ่ายทอดให้กัน มันเลยเชื่อมไปถึงกลุ่ม survivalist ที่ชอบทำอะไรด้วยน้ำมือตัวเอง รถพังก็ซ่อมเอง บ้านพังก็ซ่อมเองได้ และมีความเป็น artist at heart คือทำอาหารได้”

วันมองว่าถ้าวันหนึ่งเกิดสถานการณ์คับขัน ทักษะการทำงานที่เราใช้กันทุกวันนี้อาจไม่มีค่าอีกต่อไป โลกที่ทำให้ผู้คนติดหน้าจอทำให้เราทุกคนลืมทักษะการเอาตัวรอดที่เป็นทักษะพื้นฐานของมนุษย์ จึงทำให้กลับไปสนใจทักษะพื้นฐานเหล่านี้ โดยการเตรียมพร้อมรับมือ พัฒนาเรียนรู้สิ่งที่สนใจในทุกๆ วันด้วยแพสชั่น และมีคอมมูนิตี้ที่คอยซัพพอร์ต ช่วยสร้างทั้งความมั่นใจว่าสามารถพึ่งพิงตัวเองได้ในทุกสถานการณ์ ไม่เป็นภาระให้กับใคร และยังสร้างความรู้สึกปลอดภัยในวันที่สถานการณ์ภายนอกไม่แน่นอน

From Garage to Chef’s Table

ทุกๆ ปี Trucker Culture จะมีงานรวมตัวประจำปี หรือ Annual Gathering ที่เกิดจากการอยากชวนคนที่ได้พบกันผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปีมาเจอกันอีกครั้ง นอกจากกิจกรรมช่าง กิจกรรมของคนรักรถ และการเดินทางแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้คือวัฒนธรรมอาหารที่ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบ Chef’s Table ของคนรักรถ

“มันเริ่มต้นจากการที่วันทำงานในโรงรถ แล้วสังเกตว่าพนักงานช่างของเรา ที่จริงเขามีทักษะในการทำอาหารที่อร่อยมากๆ ทำบาร์บีคิวได้อร่อยมาก แต่ด้วยความที่เขาเป็นช่างในโรงซ่อมจึงไม่มีโอกาสโชว์ฝีมือการทำอาหารของเขา หรืออย่างช่างของเราที่มีหัวดีไซน์ก็เคยเอาเศษเหล็กที่อยู่ในโรงซ่อมมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์

“เรามองว่าถ้าเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ได้ไปจัดแสดงอย่างถูกที่ถูกทาง เช่น ดีไซน์วีค มันจะมีมูลค่าสูงมาก
แต่ถ้าเขาอยู่แค่ในโรงซ่อมและไม่มีใครเห็นของพวกนี้ มันจะกลายเป็นนวัตกรรมหรือดีไซน์ที่ไม่มีใครเห็นค่า ก็เลยคิดว่าอยากเอาของหรือทักษะของช่างมาจัดเป็นกิจกรรมในงานประจำปีของเรา เผื่อจะแมตช์กับคนที่ชอบแล้วต่อยอดได้”

กิจกรรมจึงจัดออกมาเป็น community dining โดยให้ช่างมาเป็นพ่อครัวหัวป่าก์ บางครั้งทำเนื้อย่าง หมูย่าง หรือเมนูอาหารป่าแปลกๆ จากบ้านเกิดที่คนกรุงอาจไม่เคยทาน โดยบางครั้งมีเชฟมาร่วมแจมด้วย อย่างเชฟแบงค์–วิชชณุ เปรมภักตร์ จากร้าน Aromkwan (อารมณ์ควัน) ร้านอาหาร chef’s table ที่ถนัดการใช้เทคนิคการรมควันและโตมาจากการขายอาหารปิ้งย่างในรถกระบะฟู้ดทรัค

ช่วงที่ซีรีส์ สืบสันดาน (Master of the House) ในเน็ตฟลิกซ์ฉาย วันยังปิ๊งไอเดียจัดอีเวนต์ชื่อ ‘สืบสันดาป’ โดยชวนกลุ่มคนรักรถสันดาปหรือรถเครื่องยนต์น้ำมันมารวมตัวกันในยุคที่กระแสรถ EV กำลังมาแรง ออกมาเป็นอีเวนต์บรรยากาศอบอุ่นที่มีทั้งรถทั่วไปและรถวินเทจมาจอดรวมกัน พร้อมดินเนอร์และวงพูดคุยให้แต่ละคนได้เล่าเรื่องความผูกพันกับรถของตัวเอง กลายเป็นพื้นที่ให้คนที่ยังรักเครื่องยนต์รู้สึกว่ายังมีที่ยืน มีคอมมูนิตี้ที่อยากรักษาเพื่อนคู่ใจสี่ล้อเอาไว้และยังไม่อยากทิ้งความผูกพันกับรถคันโปรดไป

Women Run the Road

ความที่เป็นผู้หญิงในวงการรถบรรทุก ทำให้วันรู้สึกเหงาและอยากเจอเพื่อนผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในสายใกล้เคียงกัน เลยชวนกันตั้งกลุ่ม Trucker Daughter เป็นกิจกรรมเพื่อนหญิงพลังหญิง ที่รวมผู้หญิงในอุตสาหกรรมหนัก ไม่ใช่แค่รถบรรทุกหรือยานยนต์ แต่รวมถึงก่อสร้าง อะไหล่ยนต์ น้ำมัน ขนส่ง ไปจนถึงเกษตรกรรม

คอมมูนิตี้เล็ก ๆ แห่งนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมที่ผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ ได้มาแชร์ทั้งมุมดีและมุมยากของการทำงาน บางคนอาจไม่ได้ชอบธุรกิจนี้โดยตรง แต่ต้องเข้ามารับช่วงต่อ เลยกลายเป็นโจทย์ร่วมกันว่า จะทำยังไงให้ทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตยังสนุกในแบบของตัวเองได้

วันใช้คอมมูนิตี้เป็นตัวดึงคนที่มีจุดร่วมแบบเดียวกันเข้ามา ปัจจุบัน Trucker Daughter มีสมาชิกกว่า 30 คน และค่อย ๆ ต่อยอดบทสนทนาไปเรื่อย ๆ จนเกิดกิจกรรมพิเศษอย่าง mommy power ที่สนับสนุนผู้หญิงวัยทำงานที่ต้องบาลานซ์ทั้งบทบาทงานและความเป็นแม่ไปพร้อมกัน

การชวนคนที่มีแบ็กกราวนด์และประสบการณ์คล้ายกันมารวมตัวกันแบบนี้ ทำให้เกิดการส่งต่อพลังใจและการสนับสนุนกันในธุรกิจ

“บางทีเรามีความคิดที่แปลกสำหรับคนทั่วไป แต่พอเรามาเจอคนที่พูดภาษาเดียวกัน ชอบเหมือนกัน แล้วมาเจอกันหนึ่งครั้งในรอบปี กลายเป็นสิ่งที่เราพูดมีคนคิดเหมือนกัน มันเป็นความฝันเดียวกัน มันเหมือนเจอแมตช์ของ soulmate”

สำหรับวัน Trucker culture จึงเหมือนเป็นสนามเด็กเล่นนอกเกมธุรกิจที่ทำให้ได้ friend for life ซึ่งต่างจากธุรกิจที่หวังผลกำไร คอมมูนิตี้นี้ไม่มีมาตรวัดผลเป็น KPI แต่ลงทุนด้วยแรงกายแรงใจกับแพสชั่น เป็นกิจกรรมที่ทำให้วันได้เรียนรู้ที่จะเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวเองด้วยการส่งต่อพลังผ่านเรื่องราวของรถบรรทุก

จากปีแรกที่จัดกิจกรรมโดยยังนึกภาพไม่ออกด้วยซ้ำว่างานจะออกมาเป็นแบบไหน ไม่มีตัวอย่างให้ยึด แค่อยาก celebrate trucking culture ในแบบของตัวเอง แต่เมื่อได้ลองจัดกิจกรรมมาต่อเนื่องหลายปี คอมมูนิตี้แห่งนี้ก็ค่อยๆ เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนหลากหลาย ทั้งนักธุรกิจ ช่าง เกษตรกร นักเดินทาง เชฟ คุณแม่ ลูกสาว ที่ต่างมีความรักในรถเหมือนกัน และต่างบรรทุกเรื่องราวชีวิตของตัวเองมาแลกเปลี่ยนกัน จนกลายเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้วันและเพื่อนๆ ยังคงอยากจัด Trucker Culture เพื่อเล่าเรื่องและส่งต่อเสน่ห์ของวัฒนธรรมรถบรรทุกให้คนอื่นได้เห็นต่อไป

ขอบคุณภาพจาก Trucker Culture

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...