โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ทรัมป์” ดันงบกลาโหมปี 70 พุ่ง 42% แตะ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สูงสุดในรอบหลายทศวรรษ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"ทรัมป์" ดันงบกลาโหมปี 70 พุ่ง 42% แตะ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สูงสุดในรอบหลายทศวรรษ หั่นงบวิจัย-สิ่งแวดล้อม จุดชนวนศึกงบประมาณสหรัฐ

วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 23.40 น. สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า งบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐจะพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ภายใต้ข้อเสนองบประมาณที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เสนอเมื่อวันศุกร์

ขณะที่โครงการของรัฐบาลด้านอื่น ๆ จะถูกปรับลดงบประมาณรวมประมาณ 10% เอกสารงบประมาณฉบับนี้จัดทำโดยสำนักงานบริหารและงบประมาณของทำเนียบขาว (OMB) และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจา ซึ่งคาดว่าจะทำให้คณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาคองเกรสต้องใช้เวลาหารือในอีกหลายเดือนข้างหน้า และมีแนวโน้มว่าจะไม่ถูกประกาศใช้ในรูปแบบเดิมทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวยังคงสะท้อนลำดับความสำคัญของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะในช่วงที่กองทัพสหรัฐกำลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งกับอิหร่านที่ขยายตัวไปทั่วตะวันออกกลาง ขณะที่พันธมิตรพรรครีพับลิกันของเขาพยายามปกป้องเสียงข้างมากในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน

ภายใต้ข้อเสนองบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2027 ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคม งบประมาณกลาโหมจะเพิ่มขึ้น 42% เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 445,000 ล้านดอลลาร์จากระดับในปี 2569 โดยเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในโครงการที่มีเป้าหมายเพื่อให้ “สหรัฐอเมริกายังคงเป็นกองทัพที่ทรงพลังและมีขีดความสามารถมากที่สุดในโลก” รวมถึงการขยายฐานอุตสาหกรรมการผลิตด้านกลาโหม และการให้เงินทุนสำหรับโครงการ Golden Dome ซึ่งเป็นระบบอาวุธที่ตั้งอยู่ในอวกาศ มีเป้าหมายเพื่อสกัดกั้นการโจมตีต่อสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม เอกสารงบประมาณไม่ได้ระบุเงินสำหรับสงครามกับอิหร่าน ซึ่งสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสคาดว่าจะจัดสรรงบประมาณผ่านกฎหมายงบประมาณแบบ reconciliation ซึ่งสามารถผ่านได้โดยไม่ต้องใช้เสียงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต

เอกสารงบประมาณเสนอให้ลดงบประมาณด้านที่ไม่ใช่กลาโหมลง 10% หรือประมาณ 73,000 ล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าจะทำผ่านการ “ลดหรือยกเลิกโครงการที่มีแนวคิดแบบ woke ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และสิ้นเปลืองงบประมาณ” รวมถึงการโอนความรับผิดชอบของบริการบางอย่างไปยังรัฐบาลระดับรัฐและรัฐบาลท้องถิ่น

ในบรรดาการตัดงบที่เสนอ ได้แก่ การยุติการสนับสนุนงบประมาณให้กับ National Endowment for Democracy รวมถึงการลดงบประมาณของกรมสรรพากรสหรัฐ (Internal Revenue Service) และสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency) ขณะที่องค์การนาซา ซึ่งขณะนี้นักบินอวกาศกำลังเดินทางไปดวงจันทร์ในภารกิจ Artemis II จะถูกลดงบประมาณลงถึง 23%

พรรคเดโมแครตโจมตีข้อเสนองบประมาณดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภากล่าวว่า พรรคของเขา “จะทำให้แน่ใจว่างบประมาณนี้จะไม่มีวันผ่าน” ขณะที่แพตตี เมอร์เรย์ สมาชิกเดโมแครตระดับสูงในคณะกรรมาธิการงบประมาณวุฒิสภากล่าวว่า ร่างงบประมาณนี้สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับลำดับความสำคัญของประเทศที่ “มืดมนและไม่อาจยอมรับได้”

เมอร์เรย์กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการตัดงบวิจัยทางการแพทย์เพื่อนำเงินไปใช้กับสงครามต่างประเทศที่มีค่าใช้จ่ายสูง ไม่มีอะไรย้อนแย้งไปกว่านี้อีกแล้ว และสิ่งที่ควรทำกับงบประมาณที่ล้มเหลวทางศีลธรรมเช่นนี้ก็คือโยนมันทิ้งลงถังขยะ”

ในส่วนของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ซึ่งได้รับงบประมาณจำนวนมากจากกฎหมาย One Big Beautiful Bill Act ที่พรรครีพับลิกันผ่านเมื่อปีที่แล้ว งบประมาณของหน่วยงานนี้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงปีงบประมาณก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สภาคองเกรสยังคงอยู่ในภาวะทางตันเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณสำหรับ ICE และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิทั้งหมด ซึ่งบางส่วนของหน่วยงานถูกปิดทำการตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์

ข้อเสนองบประมาณยังรวมเงินเกือบ 1.5 พันล้านดอลลาร์สำหรับกองทัพในการใช้กำลังพลและอุปกรณ์ลาดตระเวนตามแนวชายแดนสหรัฐ–เม็กซิโก และอีก 216 ล้านดอลลาร์สำหรับการส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติไปปฏิบัติการ “เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ต้องการการสนับสนุนจากกองทัพต่อเจ้าหน้าที่พลเรือน” ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลต้องการรักษาความสามารถในการส่งกองทัพไปยังเมืองต่าง ๆ ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณ 605 ล้านดอลลาร์สำหรับการส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติประจำการในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต่อเนื่องอีกด้วย

อ้างอิง : theguardian.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...