โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮาร์วาร์ดอวยยศ "ปลาชนิดนี้" ต้านมะเร็งลำไส้ได้ถึง 31% หากินง่าย ราคาไม่แพง!!

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
งานวิจัย Harvard ชี้

งานวิจัย Harvard ชี้ “ปลาซาร์ดีน” อาจช่วยลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ 31% ทั้งถูกและหาง่าย แต่คนไทยกลับกินน้อย

“ปลาซาร์ดีน” หรือปลากระป๋องที่หลายคนมองว่าเป็นอาหารธรรมดา กลับถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังมีข้อมูลจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า อาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 31% ทั้งที่เป็นอาหารราคาย่อมเยาและหาซื้อได้ง่าย แต่กลับไม่ค่อยถูกนำมาอยู่ในเมนูประจำวัน

ปลาธรรมดาที่คุณค่าไม่ธรรมดา

เมื่อพูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพ หลายคนมักนึกถึงปลาแซลมอนเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้ว “ปลาซาร์ดีน” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงไม่แพ้กัน แถมราคายังเข้าถึงง่ายกว่ามาก

ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า ปลาซาร์ดีนเป็นแหล่งของวิตามินดีตามธรรมชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ หนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายและกินเนื้อแดงมาก

วิตามินดีสูง อาจลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้

จากการติดตามกลุ่มตัวอย่างกว่า 120,000 คน พบว่า ผู้ที่มีระดับวิตามินดีในเลือดสูง มีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่น้อยลงประมาณ 31% ซึ่งปลาซาร์ดีนถือเป็นแหล่งวิตามินดีที่เข้าถึงง่ายและไม่แพง

ในประเทศไทย ปลาซาร์ดีนมีขายทั่วไป ทั้งแบบสดและแบบกระป๋อง แต่กลับไม่ใช่อาหารหลักในหลายครัวเรือน ทั้งที่สามารถนำมาปรุงได้หลากหลายเมนู

อุดมโอเมก้า-3 และแคลเซียม ดีต่อหัวใจและลำไส้

นอกจากวิตามินดีแล้ว ปลาซาร์ดีนยังมีโอเมก้า-3 และแคลเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อร่างกาย โดยโอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบ ดีต่อหัวใจและระบบทางเดินอาหาร ขณะที่แคลเซียมช่วยเสริมสร้างกระดูกและมีส่วนในการทำงานของเซลล์

ในยุคที่หลายคนบริโภคเนื้อแดงและอาหารแปรรูปมากเกินไป การเพิ่มปลาซาร์ดีนเข้าไปในมื้ออาหาร อาจเป็นการปรับพฤติกรรมเล็กๆ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

ไม่ใช่อาหารวิเศษ แต่เป็นตัวช่วยในภาพรวม

แม้ปลาซาร์ดีนจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ไม่ใช่อาหารที่สามารถป้องกันมะเร็งได้ด้วยตัวเอง เพราะโรคมะเร็งเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

อย่างไรก็ตาม โภชนาการเป็นหนึ่งในสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ในชีวิตประจำวัน และปลาซาร์ดีนถือเป็นอาหารที่มีคุณค่า หากนำมาเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล

ดีต่อ “ลำไส้” มากกว่าที่คิด

อีกหนึ่งจุดเด่นของปลาซาร์ดีนคือผลต่อระบบจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม หากสมดุลดี ร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากเสียสมดุล อาจนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังและโรคต่างๆ รวมถึงมะเร็ง

โอเมก้า-3 ในปลาซาร์ดีนมีส่วนช่วยส่งเสริมแบคทีเรียดีในลำไส้ ช่วยปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร และลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพในระยะยาว

ปลาตัวเล็ก แต่ปลอดภัยกว่า

ข้อดีอีกอย่างของปลาซาร์ดีนคือ มีโอกาสสะสมโลหะหนักน้อยกว่าปลาขนาดใหญ่ เนื่องจากมีอายุสั้นและตัวเล็ก จึงช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับสารปนเปื้อนเมื่อบริโภคเป็นประจำ

ควรกินอย่างไรให้เหมาะสม

ปลาซาร์ดีนเหมาะกับคนทำงาน คนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย หรือผู้ที่กินเนื้อสัตว์มาก โดยสามารถกินสัปดาห์ละ 2–3 มื้อ ปริมาณประมาณ 100 กรัมต่อครั้ง เพื่อช่วยเสริมสารอาหารให้ร่างกาย

ท้ายที่สุด การดูแลสุขภาพไม่ได้อยู่ที่การหา “ซูเปอร์ฟู้ด” เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างสมดุลของอาหารให้หลากหลาย เหมาะสม และต่อเนื่องในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...