โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อสส. แจงปล่อยตัว “ป้าเดทตอล” วางยานมเด็ก2ขวบ! รอผลแล็บชี้ชัด จ่ออัปเกรดข้อหา “พยายามฆ่า”

เดลินิวส์

อัพเดต 4 เมษายน 2569 เวลา 0.10 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รองโฆษกอัยการฯ แจงปมปล่อยตัว

เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์กรณีศาลแขวงพระนครใต้มีคำสั่งปล่อยตัว น.ส.อุษณี หรือ “ป้าแอน” อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นแม่บ้านผสมเดทตอลใส่นมเด็ก 2 ขวบ เนื่องจากพนักงานอัยการยื่นฟ้องไม่ทันภายในระยะเวลาฝากขังว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนมายังพนักงานอัยการคดีศาลแขวงเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ใน 2 ข้อหา คือ

  • ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
  • ปลอมปนอาหารหรือยาเพื่อให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ
    ทั้ง 2 ข้อหามีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

โดยเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจได้ส่งสำนวนมายังพนักงานอัยการ พร้อมส่งคำร้องผัดฟ้องฝากขังครั้งสุดท้าย ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 29 ม.ค.

เมื่อได้รับสำนวน อัยการได้ตรวจสำนวนและเรียกครอบครัวผู้เสียหายเข้ามาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งพบข้อพิรุธเกี่ยวกับปริมาณสารที่อยู่ในขวดนม จึงส่งสำนวนกลับให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนเพิ่มเติมในเรื่องปริมาณสารพิษ ว่าเด็กอายุ 2 ขวบต้องได้รับสารในปริมาณเท่าใดจึงจะส่งผลถึงชีวิต โดยประสานศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมอีก 5 ประเด็นเกี่ยวกับสารพิษ และกำหนดให้ส่งสำนวนกลับภายในวันที่ 27 ม.ค. จากนั้นวันที่ 28 ม.ค. ตำรวจได้แจ้งกลับมาว่าได้ส่งหนังสือไปยังศูนย์พิษวิทยาแล้ว

แต่เมื่อถึงวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย อัยการยังไม่ได้รับเอกสารกลับมา ตามกระบวนการศาลจึงต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากครบระยะเวลาควบคุมตัวตามกฎหมายและยังไม่สามารถยื่นฟ้องได้

นายไชยรัตน์กล่าวต่อว่า ได้สอบถามอัยการเจ้าของคดีว่า หากไม่มีผลตรวจสารพิษ จะเพียงพอพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าผู้ต้องหากระทำความผิดหรือไม่ แม้จะมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เห็นว่ามีการใส่สารลงในขวดนม แต่ต้องพิจารณาว่าสารดังกล่าวมีอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ หากผลตรวจชี้ว่ามีความรุนแรง อาจเข้าข่าย “พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ซึ่งมีโทษสูงกว่า อัยการจึงต้องการให้สำนวนรัดกุม เพราะหากรีบสั่งฟ้องโดยไม่มีผลตรวจ อาจถูกยกฟ้องในชั้นศาลได้

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ตำรวจได้ส่งหนังสือขอเลื่อนการส่งผลสอบสวนเพิ่มเติม อัยการจึงรอผล และวันที่ 4 ก.พ. ได้มีหนังสือติดตามไปยังตำรวจอีกครั้ง ต่อมาในวันที่ 19 ก.พ. ตำรวจแจ้งเหตุขัดข้องว่ายังไม่สามารถส่งเอกสารเรื่องสารพิษได้ เนื่องจากศูนย์พิษวิทยายังไม่ส่งผลมาให้

อย่างไรก็ตาม อัยการยืนยันว่าคดีนี้ยังไม่เสียคดี และยังสามารถยื่นฟ้องได้ แต่ต้องพิจารณาว่าจะฟ้องในข้อหาเดิมหรือข้อหาใหม่ที่มีโทษสูงขึ้น เนื่องจากการสั่งฟ้องสามารถทำได้เพียงครั้งเดียว จึงต้องจัดทำสำนวนให้รัดกุมที่สุด

ส่วนความกังวลของผู้เสียหายว่าหลังปล่อยตัวแล้วจะติดตามผู้ต้องหากลับมารับโทษได้หรือไม่ เนื่องจากไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและมีการย้ายถิ่นฐานนั้น นายไชยรัตน์ระบุว่า เป็นขั้นตอนหลังการสั่งฟ้อง ซึ่งต้องติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการ โดยหากฟ้องในข้อหาเดิมมีอายุความ 10 ปี แต่หากเป็นข้อหาใหม่อาจมีอายุความถึง 20 ปี

นายไชยรัตน์ยืนยันว่า คาดว่าภายในประมาณ 1 เดือน ศูนย์พิษวิทยาจะส่งผลตรวจให้ตำรวจ และตำรวจจะส่งต่อให้อัยการพิจารณาข้อกล่าวหา ก่อนสั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...