อสส. แจงปล่อยตัว “ป้าเดทตอล” วางยานมเด็ก2ขวบ! รอผลแล็บชี้ชัด จ่ออัปเกรดข้อหา “พยายามฆ่า”
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. นายไชยรัตน์ ปาวะกะนันท์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์กรณีศาลแขวงพระนครใต้มีคำสั่งปล่อยตัว น.ส.อุษณี หรือ “ป้าแอน” อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นแม่บ้านผสมเดทตอลใส่นมเด็ก 2 ขวบ เนื่องจากพนักงานอัยการยื่นฟ้องไม่ทันภายในระยะเวลาฝากขังว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนมายังพนักงานอัยการคดีศาลแขวงเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ใน 2 ข้อหา คือ
- ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
- ปลอมปนอาหารหรือยาเพื่อให้ผู้อื่นได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ
ทั้ง 2 ข้อหามีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
โดยเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจได้ส่งสำนวนมายังพนักงานอัยการ พร้อมส่งคำร้องผัดฟ้องฝากขังครั้งสุดท้าย ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 29 ม.ค.
เมื่อได้รับสำนวน อัยการได้ตรวจสำนวนและเรียกครอบครัวผู้เสียหายเข้ามาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ซึ่งพบข้อพิรุธเกี่ยวกับปริมาณสารที่อยู่ในขวดนม จึงส่งสำนวนกลับให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนเพิ่มเติมในเรื่องปริมาณสารพิษ ว่าเด็กอายุ 2 ขวบต้องได้รับสารในปริมาณเท่าใดจึงจะส่งผลถึงชีวิต โดยประสานศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมอีก 5 ประเด็นเกี่ยวกับสารพิษ และกำหนดให้ส่งสำนวนกลับภายในวันที่ 27 ม.ค. จากนั้นวันที่ 28 ม.ค. ตำรวจได้แจ้งกลับมาว่าได้ส่งหนังสือไปยังศูนย์พิษวิทยาแล้ว
แต่เมื่อถึงวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งเป็นวันครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย อัยการยังไม่ได้รับเอกสารกลับมา ตามกระบวนการศาลจึงต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากครบระยะเวลาควบคุมตัวตามกฎหมายและยังไม่สามารถยื่นฟ้องได้
นายไชยรัตน์กล่าวต่อว่า ได้สอบถามอัยการเจ้าของคดีว่า หากไม่มีผลตรวจสารพิษ จะเพียงพอพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าผู้ต้องหากระทำความผิดหรือไม่ แม้จะมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เห็นว่ามีการใส่สารลงในขวดนม แต่ต้องพิจารณาว่าสารดังกล่าวมีอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ หากผลตรวจชี้ว่ามีความรุนแรง อาจเข้าข่าย “พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ซึ่งมีโทษสูงกว่า อัยการจึงต้องการให้สำนวนรัดกุม เพราะหากรีบสั่งฟ้องโดยไม่มีผลตรวจ อาจถูกยกฟ้องในชั้นศาลได้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ตำรวจได้ส่งหนังสือขอเลื่อนการส่งผลสอบสวนเพิ่มเติม อัยการจึงรอผล และวันที่ 4 ก.พ. ได้มีหนังสือติดตามไปยังตำรวจอีกครั้ง ต่อมาในวันที่ 19 ก.พ. ตำรวจแจ้งเหตุขัดข้องว่ายังไม่สามารถส่งเอกสารเรื่องสารพิษได้ เนื่องจากศูนย์พิษวิทยายังไม่ส่งผลมาให้
อย่างไรก็ตาม อัยการยืนยันว่าคดีนี้ยังไม่เสียคดี และยังสามารถยื่นฟ้องได้ แต่ต้องพิจารณาว่าจะฟ้องในข้อหาเดิมหรือข้อหาใหม่ที่มีโทษสูงขึ้น เนื่องจากการสั่งฟ้องสามารถทำได้เพียงครั้งเดียว จึงต้องจัดทำสำนวนให้รัดกุมที่สุด
ส่วนความกังวลของผู้เสียหายว่าหลังปล่อยตัวแล้วจะติดตามผู้ต้องหากลับมารับโทษได้หรือไม่ เนื่องจากไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและมีการย้ายถิ่นฐานนั้น นายไชยรัตน์ระบุว่า เป็นขั้นตอนหลังการสั่งฟ้อง ซึ่งต้องติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกระบวนการ โดยหากฟ้องในข้อหาเดิมมีอายุความ 10 ปี แต่หากเป็นข้อหาใหม่อาจมีอายุความถึง 20 ปี
นายไชยรัตน์ยืนยันว่า คาดว่าภายในประมาณ 1 เดือน ศูนย์พิษวิทยาจะส่งผลตรวจให้ตำรวจ และตำรวจจะส่งต่อให้อัยการพิจารณาข้อกล่าวหา ก่อนสั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลต่อไป