โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ตลาดตราสารหนี้สหรัฐ” สะเทือน เงินไหลออก 5.3 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดในรอบปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

"ตลาดตราสารหนี้สหรัฐ" สะเทือน เงินไหลออก 5.3 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดในรอบปี หลังสงครามตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันพุ่ง 50% ตลาดกังวลเงินเฟ้อสูง-เฟดอาจยังไม่ลดดอกเบี้ย

วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 03.16 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กองทุนพันธบัตรเอกชนคุณภาพสูงของสหรัฐ (Investment-grade bond funds) เผชิญเงินไหลออกมากที่สุดในรอบประมาณ 1 ปี หลังความเสี่ยงเศรษฐกิจมหภาคเพิ่มขึ้นและกดดันตลาดตราสารหนี้อย่างมีนัยสำคัญ

โดยข้อมูลจาก LSEG Lipper ระบุว่านักลงทุนถอนเงินออกจากกองทุนตราสารหนี้เอกชนเกรดสูงของสหรัฐรวม 5.35 พันล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นเงินไหลออกมากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2568 ในช่วงที่โดนัลด ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษี และยังถือเป็นการไหลออกสุทธิครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

ก่อนหน้านี้ ตลาดตราสารหนี้เพิ่งเผชิญการขาดทุนรายเดือนในเดือนมีนาคมรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 และเป็นการปรับตัวลดลงรายไตรมาสครั้งแรกตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ตามข้อมูลที่รวบรวมโดย Bloomberg โดยปัจจัยสำคัญมาจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้อุปทานน้ำมันหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 50% ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นจะดันเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้ตามที่ตลาดคาด ส่งผลลบต่อตลาดพันธบัตร

นอกจากนี้เงินยังไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ด้วย โดยกองทุน leveraged loan ของสหรัฐซึ่งเป็นสินเชื่อความเสี่ยงสูง มีเงินไหลออก 5 ใน 6 สัปดาห์ล่าสุด ขณะที่กองทุนพันธบัตรขยะ (junk bond funds) มีเงินไหลออกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน สะท้อนว่านักลงทุนกำลังลดความเสี่ยงในตลาดตราสารหนี้และสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...