แชร์ว่อน รถพยาบาลซิ่งฝ่าไฟแดงอย่างไว แถมไม่เปิดไซเรน หวั่นเกิดอันตราย
แชร์ว่อน รถพยาบาลซิ่งฝ่าไฟแดงอย่างไว แถมไม่เปิดไซเรน หวั่นเกิดอันตราย ชาวเน็ตจวก อันตรายมาก รีบแค่ไหนก็ไม่ควรประมาท อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้
วันที่ 7 พ.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้แอปพลิเคชันติ๊กต็อกชื่อ “@smileptn”โพสต์ข้อความว่า “สี่แยกเบาหน่อยก็ได้ครับพี่ ก่อนถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ 5 ทุ่มกว่า” พร้อมกันนี้ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ตนเองขี่รถจักรยานยนต์บริเวณแยกไฟแดงแห่งหนึ่ง จากนั้นได้มีรถตู้ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรถตู้พยาบาลขับมาด้วยความเร็วฝ่าไฟแดงไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญานเสียงแจ้งเตือนแต่อย่างใดจนทำให้เจ้าของคลิปถึงกับตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว”
ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาดูคลิปดังกล่าวเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย เช่น “ทำไมเขาไม่เปิดเสียงไซเรน เห็นเปิดแต่ไฟ” “ต่างจังหวัดถนนโล่งๆ จอดติดไฟแดงน่ากลัว รถบางคันขับมาไว ไม่รู้ทางชนได้เลยนะ แนะนำถ้าถนนโล่งมาก ๆ ฝ่าไฟแดงไปเลยหรือไม่ให้จอดติดฟุตปาธ “เอาจริง ๆรถเปิดแค่ไฟไม่น่าเร็วขนาดนี้ หรือในคลิปไม่ได้ยิน” “ดันให้ออกข่าวครับอยากให้ปรับปรุงเรื่องแบบนี้มานานแล้วบางทีรีบจนทำให้คนใช้ถนนเสี่ยงไปด้วย” “
ตามกฎต้องชะลอถึงจะเปิดไฟเปิดเสียงมันอันตรายมาก” “น่าจะเปิดช่วงทางแยกนะครับสัก15เมตรก็ได้เพื่อเตือนสักหน่อยว่ามีรถฉุกเฉินพอข้ามแยกได้ก็ปิด” “อันตรายมากรีบแค่ไหนก็ต้องชะลอ” เป็นต้น
ซึ่งต่อมาเจ้าของคลิปได้โพสต์คลิปชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2566 ที่ผ่านมาตนและเพื่อน ๆ ได้ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เพื่อมาเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ และเมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มได้มาจอดติดไฟแดงอยู่ที่แยกสัญญานไฟแห่งหนึ่งบนถนนสระบุรี - หล่มสัก ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์
ขณะที่ตนกำลังค่อย ๆ เคลื่อนรถไปติดไฟแดงนั้นจู่ ๆ ก็มีรถพยาบาลวิ่งในเส้นทางเดียวกันตนและฝ่าไฟแดงไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีสัญญาณไซเรนหรือสัญญานเตือนจากรถคันดังกล่าว ขณะนั้นตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก จึงได้นำคลิปดังกล่าวมาโพสต์เพื่อแจ้งเตือนไปยังผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวเพราะเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายแก่ทั้งคนที่อยู่ในรถและคนที่ใช้รถใช้ถนนคันอื่นด้วย
โดยเจ้าของโพสต์ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ตนเข้าใจถึงการทำงานของรถพยาบาลที่จะต้องพาผู้ป่วยไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ตนก็อยากจะเตือนว่าจะต้องอยู่ในความปลอดภัยทั้งคนขับ ทั้งผู้ป่วยที่อยู่ในรถ รวมทั้งผู้ที่ใช้ถนนร่วมกันด้วย ซึ่งก็น่าจะมีเสียงสัญญานเตือนหรือไม่ก็ลดความเร็วลงเพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันก็อาจจะทำให้ลดความรุนแรงของเหตุการณ์ลงได้