โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"นายกฯ" ห่วงชาวสมุทรปราการ หลังรถบรรทุกถัง 200 ลิตร ทำสารเคมีกำจัดศัตรูพืชรั่วไหล

สวพ.FM91

อัพเดต 05 ม.ค. 2567 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2567 เวลา 03.12 น.

วันที่ 5 มกราคม 2567 จากกรณีเกิดเหตุรถกระบะบรรทุกถัง 200 ลิตร ทำสารเคมีรั่วไหล ภายในซอยพรสว่าง 12 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ รายงานระบุว่าเป็นสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืช โดยที่เกิดเหตุมีกลุ่มควันสีฟ้าพวยพุ่งออกจากถังลอยกระจายทั่วบริเวณ และมีกลิ่นค่อนข้างรุนแรง

ภายหลังเกิดเหตุ เทศบาลสำโรงเหนือได้ส่งรถน้ำเข้าพื้นที่ฉีดน้ำ เพื่อระงับเหตุแต่พอสารเคมีเจอน้ำได้ทำปฏิกิริยา เกิดควันจำนวนมากฟุ้งกระจายเยอะ จึงหยุดการใช้น้ำ กระทั่งผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 21.13 น. เจ้าของโรงงานได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แนะนำให้ยกถังเคมีออกจากพื้นที่เขตชุมชน แต่ท้ายที่สุดสรุป เจ้าหน้าทีเร่งปฏิบัติการคว่ำถังสารเคมีที่รั่วไหล จากนั้นได้ใช้เครื่องมือ เกลี่ยกระจายสารเคมีออกจากถังจากนั้นใช้ทรายกลบดับ ซึ่งได้ผลทำให้ควันลดน้อยลงเป็นลำดับ พร้อมประชาสัมพันธ์ ปชช.ในพื้นที่ละแวกที่เกิดเหตุ ในช่วง 2-3 วันนี้ให้สังเกตอาการของตัวเอง เพราะบางคนอาจจะมีอาการระคายเคืองทางผิวหนัง ซึ่งหากพบความผิดปกติให้เข้ารับการรักษา

เมื่อเวลา 23.17 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทวิตข้อความสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งควบคุมสถานการณ์และดูแลประชาชน หลังเกิดเหตุรถกระบะบรรทุกถัง 200 ลิตรทำสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รั่วไหล ในพื้นที่ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ว่า “ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งควบคุมสถานการณ์ และดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง ผมขอให้พี่น้องประชาชนในบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ดังกล่าวหลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารบ้านเรือน, สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันระบบทางเดินหายใจ, เปิดเครื่องฟอกอากาศ, ไม่ออกมาอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์นะครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...