โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เมทเธียร์ เสริมแกร่ง SKY ICT บริหารจัดการอาคารด้วยเทคโนโลยี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ต.ค. 2566 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2566 เวลา 06.54 น.
ขยล ตันติชาติวัฒน์

ปัจจุบันดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นได้แทรกซึมไปในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (facility management) ที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านการรักษาความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการใช้พื้นที่ในอาคารสำนักงาน บมจ.สกายไอซีที ผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านไอที มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ จึงขยับขยายการลงทุน ผ่านบริษัทลูกเมทเธียร์ (Metthier)

ปั้น S-curve ใหม่ต่อยอดธุรกิจ

“ขยล ตันติชาติวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ให้บริการ facility management ในไทยมีเกือบ 5,000 ราย แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างชัดเจนจึงมองเห็นโอกาส

โดยพัฒนา MIOC หรือศูนย์สั่งการควบคุมการทำงานของอุปกรณ์และโซลูชั่นต่าง ๆ พบว่าลดเวลาการจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ถึง 46% และถือเป็นการต่อยอดธุรกิจ เพื่อสร้าง S-curve ใหม่ของสกายไอซีที บริษัทแม่

โดยสกายไอซีที เป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านไอที ที่มีจุดแข็งด้านการพัฒนาระบบ IOT เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ กว่า 1 แสนชิ้น จากพาร์ตเนอร์กว่า 100 แบรนด์

พร้อมยกระดับการให้บริการด้วยการพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะเมทเธียร์ (Metthier Intelligent Operation Center หรือ MIOC) ให้สร้างแบบจำลองอาคาร 3 มิติ และระบุพิกัด (digital mapping) ที่แสดงผลภาพรวมแต่ละชั้นของอาคารระบุตำแหน่งเหตุการณ์ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว รวมถึงคาดการณ์สถานการณ์เพื่อเตรียมรับมือล่วงหน้าได้

“เวลาเกิดอะไรขึ้นในอาคาร จะเจอปัญหาว่าไม่สามารถติดต่อผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ หรือไม่รู้ว่าต้องติดต่อใคร ทำให้เสียเวลาในการจัดการ แต่เมื่อใช้เทคโนโลยีระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทันที ช่วยแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น”

ก่อนหน้านี้ บมจ.สกาย ไอซีที อนุมัติให้บริษัท เมทเธียร์ บริษัทย่อยเข้าลงทุนซื้อหุ้นบริษัท รักษาความปลอดภัยและบริหารธุรการ สยาม จํากัด (SAMCO) โดยชำระราคาซื้อขายหุ้นด้วยเงินสดทั้งสิ้น 500 ล้านบาท

“หลังดีลซื้อกิจการ SAMCO เสร็จเมื่อเดือนที่แล้ว เราก็เดินหน้าพัฒนาโซลูชั่น และการให้บริการรูปแบบต่าง ๆ ซึ่ง SAMCO เป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการจัดการด้านความปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานอาคารสำนักงานมาเกือบ 30 ปี ปัจจุบันมีบุคลากรกว่า 6,000 คน ซึ่งเราตั้งเป้าว่าในต้นปีหน้าจะเพิ่มบุคลากรมากกว่า 10,000 คน”

ลุย Facility Management

“ขยล” อธิบายต่อว่า บริษัทได้ผสานจุดแข็งจากความเชี่ยวชาญด้านบุคลากรของ SAMCO กับความเชี่ยวชาญเทคโนโลยี และทีมวิศวกรของสกาย ไอซีทีพัฒนาบริการ smart facility management ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.ระบบบริหารจัดการผู้มาติดต่อที่มีใช้เทคโนโลยีการจดจำใบหน้าเชื่อมต่อเข้ากับระบบควบคุมการเข้าออกแบบอัตโนมัติ ที่ผสานความแม่นยำของการพิสูจน์ตัวตนด้วยใบหน้าจากการประมวลผลด้วย AI และเก็บข้อมูลในคลาวด์ กับระบบจอดรถอัจฉริยะ มีระบบการจดจำเลขทะเบียนรถที่ใช้ความแม่นยำของ AI ระบุ และแปลอักขระทะเบียนรถได้เรียลไทม์ เป็นต้น

2.ระบบการให้บริการด้านความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ได้รับการอบรมอย่างเข้มข้น มีระบบบริหารจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินอัจฉริยะ ทำงานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ smart IOT โดยใช้ AI วิเคราะห์ รวมถึงการบริหารจัดการทรัพย์สินมูลค่าสูง (high value asset management) สำหรับขนส่งทรัพย์สินที่มีค่าของบุคคล องค์กร และสถาบันการเงิน เป็นต้น

และ 3.การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (facility management service) ที่มีตั้งแต่พนักงานรักษาความสะอาด ให้บริการทีมแม่บ้านที่มีความเชี่ยวชาญ ให้บริการทำความสะอาด มีพนักงานทำความสะอาดเฉพาะทาง เช่น ทำความสะอาดกระจกอาคารสูงภายในและนอกอาคาร รวมถึงงานอาคารสถานที่ เพื่อบริหารจัดการและดูแลรักษาอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ

“เรายังพัฒนาระบบบริหารจัดการกำลังพล หรือ workforce management system โดยทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่น MettLink ที่เริ่มทดสอบระบบกับทีมงานกว่า 200 คนของสกาย ไอซีทีแล้ว เพื่อพัฒนามาตรฐานที่จะนำไปให้บริการกับลูกค้าทุกรายได้ โดยปรับแต่งในแง่การแสดงผลได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละองค์กรได้ด้วย”

นอกจากแอปพลิเคชั่น MettLink จะบันทึกเวลาเข้า-ออกงานด้วยการสแกนใบหน้า ทำให้การตรวจสอบข้อมูลลงเวลาทำงานได้แบบเรียลไทม์ และเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่ได้ รวมทั้งระบุจุดที่ตั้งของเจ้าหน้าที่และจุดเกิดเหตุ เพื่อให้สามารถแก้ไขเหตุการณ์ได้ทันท่วงที ยังมีหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดูแลทุกพื้นที่ทั้งการทำงานภายในและภายนอกอาคาร ที่ติดตามการทำงานผ่านแดชบอร์ดได้แบบเรียลไทม์ด้วย

“โมเดลการให้บริการจะเป็นแบบ as a service หรือจ่ายรายเดือน ภายใต้สัญญา 1-3 ปี ลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้บริการทั้ง 3 รูปแบบ สามารถเลือกใช้บริการเท่าที่ต้องการ อาจเริ่มจากบริการด้านความปลอดภัย และขยับมาที่การจัดการผู้มาติดต่อได้ ถ้ามีอุปกรณ์ที่ใช้ในอาคารสำนักงานอยู่แล้วก็เชื่อม API หรือนำ SCK ของอุปกรณ์มาให้เราเชื่อมต่อระบบก็ได้”

โฟกัส 5 กลุ่มอุตสาหกรรม

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประกอบด้วย 1.โรงงานอุตสาหกรรม 2.โครงการมิกซ์ยูส (mixed-use) 3.โรงพยาบาล 4.สถาบันการเงิน 5.สถานศึกษา

“เรากำลังโฟกัสที่กลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ หรืออาคารที่มีปริมาณการเข้า-ออก มากกว่า 200 คน เพื่อนำบริการของเราไปใช้ในการจัดเก็บข้อมูลอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ไม่ว่าองค์กรจะมีขนาดเท่าไรก็ใช้บริการของเราได้ เช่น แพลน บีมีเดีย ที่นำโซลูชั่นของเราไปใช้ในองค์กร ล่าสุดเพิ่งปิดดีลกับราช กรุ๊ป บริษัทด้านพลังงานและสาธารณูปโภค”

ขณะที่ SAMCO มีฐานลูกค้าเดิมอยู่ประมาณ 300 ราย เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์, เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นต้น ซึ่งมีทั้งที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการต่อสัญญา และการเดินหน้าหาลูกค้าใหม่ ๆ ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการหาลูกค้าไม่ใช่อุปสรรค เพราะโซลูชั่นที่มี เป็นสิ่งที่ลูกค้าบางรายต้องการอยู่แล้ว

“ต้องยอมรับว่าเรื่องพวกนี้ ลูกค้าเป็นคนที่เห็นเทคโนโลยีต่าง ๆ หรือเตรียมตัวใช้มาก่อนเราอีก แต่ติดปัญหาเรื่องงบประมาณ หรือการดีลกับซัพพลายเออร์โดยตรงบางรายต้องการหุ่นยนต์ทำความสะอาด แต่ต้องจ่ายทีเดียวตัวละเป็นล้านก็ไม่ไหว ซึ่งพอเขามาเป็นลูกค้าเราก็สามารถจ่ายเป็นรายเดือนได้ เราเองก็ดีด้วยที่สามารถรับรู้รายได้อย่างสม่ำเสมอ”

เป้าหมายที่มากกว่ารายได้

สำหรับเป้าหมายของบริษัทในปี 2567 “ขยล” ระบุว่า ในแง่จำนวนลูกค้าตั้งเป้าเพิ่มขึ้น 25% และคาดว่ามีโอกาสที่ขยับฐานลูกค้าไปถึง 400 ราย ขณะที่เป้ารายได้น่าจะไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

“นอกจากเป้าหมายด้านการเติบโตของฐานลูกค้าและรายได้แล้ว เรายังคงลงทุนอุปกรณ์ IOT ต่อเนื่อง เพื่อให้พัฒนาโซลูชั่นได้ครอบคลุมทุกความต้องการ จากกล้องวงจรปิด และระบบเตือนภัยต่าง ๆ ก็เริ่มพัฒนาระบบบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรภายในอาคาร ช่วยวิเคราะห์ และวางแผนการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำ และอากาศให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่ผ่านมาเราลงทุนกับ IOT ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท โซลูชั่นของเราช่วยให้ลูกค้าลดค่าใช้จ่ายด้าน facility management ได้อย่างน้อย 25% หรือจ่ายเงินเท่าเดิม แต่ได้ทั้งทีมงาน และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ แม้ในช่วงแรกลูกค้าจะต้องลงทุนเพิ่มเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่จะส่งผลดีในระยะยาว และเชื่อว่าลูกค้าจะเข้าใจถึงความคุ้มค่าที่เกิดขึ้น”

ซีอีโอเมทเธียร์ทิ้งท้ายว่า อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของบริษัท คือ เข้ามาพลิกโฉมวงการ facility management ในประเทศไทย และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้อาคารสำนักงานในงบประมาณเท่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...