‘กสิกรไทย’ เพิ่มลงทุน ‘แมสเปี้ยน อินโดนีเซีย’ ดันยอดถือหุ้น 84.5% ย้ำเป้าหมาย ‘ธนาคารใหญ่สุด’ ชวาตะวันออก
The Bangkok Insight
อัพเดต 22 พ.ย. 2566 เวลา 07.26 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2566 เวลา 07.26 น. • The Bangkok Insightกลุ่มธุรกิจการเงินกสิกรไทย ซื้อหุ้นเพิ่มทุนธนาคารแมสเปี้ยน อินโดนีเซีย เป็น 84.55% ตอกย้ำเป้าเติบโตสู่การเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในชวาตะวันออก
กลุ่มธุรกิจการเงินกสิกรไทย ขยายการลงทุนในธนาคารแมสเปี้ยน อินโดนีเซีย โดยบริษัทย่อย บริษัท กสิกร วิชั่น ไฟแนนเชียล จำกัด และ บริษัท กสิกร วิชั่น ไฟแนนเชียล อินโดนีเชีย เป็นผู้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน
มูลค่าทุนของธนาคารแมสเปี้ยนหลังเพิ่มทุนแล้วเสร็จอยู่ที่ 15,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,000 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของธนาคารกสิกรไทย ในธนาคารแมสเปี้ยนจากเดิมอยู่ที่ 67.68% เพิ่มเป็น 84.55% ตอกย้ำการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป้าหมายสู่การเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชวาตะวันออก ของอินโดนีเซีย
นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ ประธานกรรมการ กสิกร วิชั่น ไฟแนนเชียล (KVF) กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจการเงินกสิกรไทย ได้ทยอยเข้าถือหุ้นธนาคารแมสเปี้ยน มาตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา ล่าสุดได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนอีกครั้ง เพื่อผลักดันให้การดำเนินงานของธนาคารแมสเปี้ยนเติบโตอย่างต่อเนื่อง เสริมความแข็งแกร่ง รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการให้บริการลูกค้า และยังเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารแมสเปี้ยน
ปัจจุบัน ธนาคารกสิกรไทยได้นำประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจธนาคารกว่า 78 ปี ความพร้อม ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีการเงินมาประยุกต์ ต่อยอด และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในทุกด้านสู่ธนาคารแมสเปี้ยน เพื่อเป็น "Right Financial Partner" ที่สามารถให้บริการด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากการให้บริการด้านธุรกรรมการเงิน เพื่อช่วยส่งสริมการเติบโตในธุรกิจของลูกค้า
รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในระยะยาว ผ่านการดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจ 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มองค์กร/ธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และกลุ่มลูกค้ารายย่อย (Retail)
กลุ่มองค์กร/ธุรกิจขนาดใหญ่ เป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และเป็นผู้นำทางธุรกิจ ที่มีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ธนาคารจึงต้องการเพิ่มความสามารถในการให้บริการ ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระดับที่ลึกขึ้น เพื่อเป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนที่มีศักยภาพในการปล่อยสินเชื่อ และให้บริการด้านธนาคารที่ครบวงจร
กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารได้ดำเนินการพัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และบริการที่ช่วยในการตรวจสอบรายได้ และการอนุมัติการปล่อยสินเชื่อ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัย และรัดกุม พร้อมทั้งยังนำเสนอระบบกู้เงินแบบ P2P ที่ลูกค้าสามารถกู้ระหว่างบุคคล
กลุ่มลูกค้ารายย่อย ธนาคารมุ่งขยายฐานลูกค้ารายย่อยผ่านการออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการต่าง ๆ ทั้งบัญชีเงินเดือน QRIS (ระบบชำระเงินผ่าน QR Code ของอินโดนีเซีย) บัญชีเงินฝาก การกู้เงินส่วนบุคคล รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ ให้ตอบสนองความต้องการ และพฤติกรรมของลูกค้ารายย่อยในชีวิตประจำวันอันหลากหลาย
นายภัทรพงศ์ บอกด้วยว่า การเพิ่มทุนในครั้งนี้ เป็นไปตามกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจสู่การเป็นธนาคารแห่งภูมิภาค AEC+3 ที่น่าเชื่อถือที่สุด ด้วยการยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมทางการเงิน และเทคโนโลยี เพื่อให้บริการที่ไม่จำกัดอยู่แค่ด้านการเงินตามการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน
ด้วยความได้เปรียบของธนาคารกสิกรไทย ที่มีพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั่วภูมิภาค จะยิ่งช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอินโดนีเซีย และ AEC+3 ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของธนาคาร ในการก้าวสู่การเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย ภายในปี 2570
อ่านข่าวเพิ่มเติม