โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิษเศรษฐกิจ-กำลังซื้อติดหล่ม ทุบตลาดเบียร์ 2.7 แสนล้านสะดุด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ธ.ค. 2566 เวลา 01.39 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2566 เวลา 13.43 น.

หน้าขายปลายปีนี้ ภาพรวมของตลาดเบียร์ 2.7 แสนล้านบาท มีความเคลื่อนไหวที่คึกคักเป็นพิเศษ จากการเปิดเบียร์ตัวใหม่ลงตลาดที่มีถึง 8 ตัว ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน

เริ่มจากค่ายเบียร์น้องใหม่ คาราบาวกรุ๊ป ที่เปิดตัวเบียร์เข้าสู่ตลาดรวดเดียวถึง 5 ตัว ใน 2 แบรนด์ คือ คาราบาว และตะวันแดง

ขณะที่ ค่ายสิงห์ บุญรอดบริวเวอรี่ เจ้าตลาดก็มีความเคลื่อนไหวในการรุกตลาดอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากการปรับเปลี่ยนโลโก้ ลีโอ เบียร์ตัวเก่งเพื่อกระตุ้นการบริโภคในช่วงหน้าขายสำคัญแล้ว อีกด้านหนึ่งก็มีการเปิดตัวเบียร์ใหม่ “สิงห์ 89 แคล” เพื่อเอาใจคอเบียร์ที่ต้องการควบคุมแคลอรี และถือเป็นการเปิดเซ็กเมนต์ใหม่ไปในตัว และที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับวงการมากก็คือ การซุ่มส่ง เบียร์สโนวี่ IPA (India Pale Ale) ออกมาจำหน่าย ชนกับ ตะวันแดง IPA

เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของค่ายเบียร์ไฮเนเก้น ที่ส่งเบียร์ Cheers Selection Japanese Yuzu ออกมาทำตลาดตั้งแต่พฤศจิกายน 2566 และจะวางจำหน่ายจนถึงกุมภาพันธ์ 2567 หรือเพียง 4 เดือนเท่านั้น

ปม เศรษฐกิจ-กำลังซื้อ ตัวแปรหลัก

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการเบียร์เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้แม้ว่าภาพรวมของตลาดเบียร์ในช่วงหน้าขายปลายปีจะดูมีความคึกคักมากขึ้น จากการทยอยเปิดเบียร์ตัวใหม่เข้าสู่ตลาดเป็นระยะ ๆ ดังกล่าว แต่รูปธรรมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยอมรับว่า ในแง่ยอดขายไม่ได้เป็นไปตามที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดการณ์นัก เนื่องจากตลาดเบียร์ยังได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจและการส่งออกชะลอตัว ทำให้ผู้บริโภคลดการดื่มเบียร์ลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มตลาดแมสที่ค่าครองชีพต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งน้ำมัน ค่าไฟ ดอกเบี้ยขาขึ้น

“เชื่อว่าตลาดเบียร์ 2 เดือนสุดท้ายก็จะยังเหนื่อยอยู่ดี แต่อาจจะกระตุกขึ้นมาเล็กน้อยในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จะมีการสังสรรค์รื่นเริง”

แหล่งข่าวจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ยังเป็นความท้าทายของตลาดเบียร์ ทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาน้อยกว่าคาด ทำให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวช้าลง ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในเกณฑ์สูง เงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้การบริโภคชะงักงัน โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยนั้นกำลังซื้อยังคงต่ำและชะลอการจับจ่าย

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด แสดงความเห็นว่า จริง ๆ ตลาดเบียร์ในภาพรวมฝืด ๆ มาสัก 2-3 เดือนแล้ว ตามซีซั่นของตลาด เนื่องจากเป็นช่วงเข้าพรรษา บวกกับกำลังซื้อที่ไม่ค่อยดีนัก อย่างไรก็ตาม ปกติไตรมาสสุดท้ายที่เป็นหน้าขายของตลาดเบียร์ ภาพรวมของตลาดก็จะมีความคึกคักขึ้น เนื่องจากเป็นเทศกาลการเฉลิมฉลอง ที่จะมีงานรื่นเริงสังสรรค์ต่าง ๆ จำนวนมาก และการที่มีรายใหม่เข้ามาในตลาดก็จะทำให้การแข่งขันที่สูงขึ้น

หมดยุค “เบียร์การ์เด้น”

แหล่งข่าวจากวงการเบียร์อีกรายหนึ่งยังให้ข้อมูลด้วยว่า นอกจากปัจจัยในเรื่องเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ไม่เป็นใจแล้ว การบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มงวด ก็ทำให้หลาย ๆ ค่ายตัดสินใจที่จะยกเลิกการจัดเทศกาลเบียร์การ์เด้นที่เคยได้รับความนิยมไป ประกอบกับการขอใบอนุญาตที่มีเงื่อนไขและมีข้อจำกัดมากขึ้น รวมถึงบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง (จำคุกและปรับ หรือทั้งจำและปรับ)

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีอาจจะมีบางค่ายที่หันไปจัดกิจกรรมในลักษณะของเทศกาลดนตรี หรืองานคอนเสิร์ตแทน นอกจากนี้ กลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ค่ายเบียร์ยังคงใช้ก็คือ สาวเชียร์เบียร์ (PG) ที่ส่งไปประจำตามร้านอาหารต่าง ๆ รวมถึงการส่ง พีจี ไปประจำตู้แช่ (พีจีตู้แช่) หรือร้านค้าของยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ตามชุมชนต่าง ๆ

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการค้าปลีก ค้าส่ง รายใหญ่ในภาคอีสานที่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ตอนนี้แม้ว่าจะเริ่มเข้าสู่หน้าขายเหล้า-เบียร์ แต่ตลาดโดยรวมก็เงียบอยู่ เพราะคนไม่มีเงิน ไม่มีกำลังซื้อ เศรษฐกิจไม่ดี คนลำบากหมด และคาดว่าจะซึมยาวไปถึงปีหน้า งานรื่นเริง-เลี้ยงสังสรรค์ก็คงจะกร่อย ๆ

“ไม่ใช่เฉพาะเรื่องปัญหาเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่มีมาอย่างต่อเนื่องเท่านั้น แม้ตอนนี้จะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศแล้ว แต่ความเชื่อมั่นก็ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้คนรากหญ้าชะลอการจับจ่าย”

ภาษีสรรพสามิตโตจิ๊บ ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รูปธรรมของการเติบโตของตลาดเบียร์ในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งอาจสะท้อนได้จากผลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ในปีงบประมาณที่ผ่านมา เริ่มจากช่วง 9 เดือน (ตุลาคม 2565-มิถุนายน 2566) กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีเบียร์ได้ 67,630 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 65,786 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียง 2.80%

เฉพาะเดือนมิถุนายน 2566 กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีเบียร์ได้ 5,873 ล้านบาท (จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่เก็บได้ 6,901 ล้านบาท หรือลดลง 1,028 ล้านบาท หรือลดลง 14.90%) จากนั้นถัดมาเดือนกรกฎาคม จัดเก็บได้ 6,529 ล้านบาท เดือนสิงหาคม 3,545 ล้านบาท และกันยายน 5,967 ล้านบาท

ส่งผลให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ประจำปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม 2565-กันยายน 2566) จัดเก็บภาษีเบียร์ได้ 86,480 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ 85,035 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1,445 ล้านบาท หรือเติบโตเพียง 1.7%

เนื่องจากได้รับอานิงส์จากภาคการท่องเที่ยวที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว รวมถึงการเปิดประเทศที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้ปริมาณการบริโภคมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ตัวเลขภาษีเบียร์ที่เกิดขึ้นจริงนี้อาจจะสะท้อนภาพของตลาดเบียร์ในช่วงไฮซีซั่นนี้ได้ไม่มากก็น้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...