แลนด์สเคป “โรงพยาบาลเอกชน” เปลี่ยนทิศหมดโควิดรายได้หดเข้าฐานเดิม
รายได้ธุรกิจ โรงพยาบาลเอกชน 2567 เติบโตชะลอตัวคาดทำรายได้ทั้งปี 5.7 หมื่นล้านบาท แม้คนไข้ต่างชาติทั้ง Fly-in และ EXPAT ฟื้นตัวแต่ไม่หวือหวา ลุ้นนโยบายดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติช่วยเข็นรายได้และจำนวนคนไข้ต่างชาติเพิ่ม
การสิ้นสุดของโควิดทำให้ธุรกิจที่เคยรับทรัพย์อู้ฟู่ในช่วงของการระบาดอย่างธุรกิจ “โรงพยาบาลเอกชน” เริ่มเติบโตลดลงและกลับเข้าสู่ฐานปกติก่อนหน้าโควิด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า รายได้ “คนไข้ต่างชาติ” โดยรวมของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2567 น่าจะอยู่ที่ราวๆ 5.7 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 8.0-10.0% เติบโตชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2565-2566
โดยรายได้จากคนไข้ Fly-in มีแนวโน้มจะทยอยฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและทำรายได้ราว 49% ขณะที่รายได้คนไข้ EXPAT จะอยู่ที่ 51% ของรายได้คนไข้ต่างชาติโดยรวมที่คาดว่าจะมีราวๆ 3.07 ล้านคน/ครั้ง
ส่วนการกลับมาของคนไข้จีนเองยังต้องติดตามประเด็นความเชื่อมั่นในการเดินทางและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอการเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนคนไข้ EXPAT เดินทางกลับเข้ามาหลังโควิด-19 คลี่คลาย และมีโอกาสเติบโตในพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ
อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมทั้งนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของภาครัฐ จะมีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของธุรกิจต่างชาติ และส่งผลต่อจำนวนคนไข้ EXPAT ในอนาคตและส่งผลต่อรายได้และจำนวนคนไข้ต่างชาติในปี 2567
นอกจากนี้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนยังมีการแข่งขันสูง จากทั้งผู้เล่นรายใหม่ในประเทศที่ขยายธุรกิจสู่บริการทางการแพทย์มากขึ้น และการแข่งขันกับ Medical Hub ในภูมิภาคอย่างมาเลเซีย และสิงคโปร์
นายแพทย์พิชิต กังวลกิจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมโรงพยาบาลเอกชนปี 2567 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วคาดว่าน่าจะเติบโตขึ้น แต่อัตราการเพิ่มของรายได้ปีนี้อาจจะน้อยกว่าปีที่แล้วหลังจากผ่านพ้นโควิดมา
“ปีที่แล้ว (2566) รายได้ของโรงพยาบาลเอกชนเติบโตประมาณ 8-10% แต่ปีนี้น่าจะเติบโตประมาณ 6% ความท้าทายของปีนี้ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจที่ตอนนี้ไม่ดีนัก ขณะเดียวกันคนไข้ต่างชาติก็จะกลับมามากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และช่วยเพิ่มรายได้ของโรงพยาบาลเอกชนโดยเฉพาะโรงพยาบาลที่รับMedical Tourism ซึ่งปีที่ผ่านมารายได้จากคนไข้ต่างชาติในบางโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่า 70%
โดยคนไข้ต่างชาติที่เข้ามารักษาพยาบาลเป็นอันดับต้นๆในประเทศไทย ก็คือเมียนมาร์ กัมพูชา ยุโรป รวมทั้งจีนที่เข้ามารักษา “มีบุตรยาก” และปีนี้ทั้ง 4 กลุ่มยังมีแนวโน้มการเติบโตดีกว่าปีที่แล้ว”
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า สำหรับโรงพยาบาลวิมุตและโรงพยาบาลในเครือประกอบไปด้วย โรงพยาบาลวิมุต โรงพยาบาลเทพธารินทร์ โรงพยาบาลผู้สูงอายุและคลินิกบ้านหมอในปี 2566 มีรายได้กว่า2,000 ล้านบาท
และมีจำนวนคนไข้เมื่อสิ้นปี2566เพิ่มขึ้น 80 %โดยเฉพาะคนไข้ต่างชาติที่เข้ามารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลวิมุตมากขึ้น และในปี 2567 ตั้งแต่เริ่มต้นเดือนมกราคมมีคนไข้เยอะขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
หนึ่งในเทรนด์สุขภาพและการแพทย์ “จุลชีพ” กำลังมาแรงและมีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ โดยตลาดไมโครไบโอมทั่วโลกมีมูลค่าถึง 743.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และจะแตะ 3,523.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตแบบทบต้น ที่ 29.61% ซึ่งรพ.วิมุต มองว่าตลาดนี้มีโอกาสเติบโตอีกมาก
จึงร่วมทุนกับแอมิลิ (AMILI) บริษัทเฮลท์เทคชั้นนำจากสิงคโปร์ที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านจุลชีพในลำไส้ เปิดตัว Gut Microbiome Test โปรแกรมตรวจสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เฉพาะบุคคลที่โรงพยาบาล ในอนาคต รพ. วิมุต มีแผนจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยด้านไมโครไบโอมในระบบทางเดินอาหารแห่งแรกในไทยร่วมกับ AMILI เพื่อศึกษาไมโครไบโอมในระบบทางเดินอาหารจากกลุ่มตัวอย่างคนไทยเพื่อนำข้อมูลไปใช้พัฒนาการรักษาโรคและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาอาหารเสริมโพรไบโอติกส์เพื่อเสริมการรักษาโรคทางเดินอาหาร ลำไส้แปรปรวน และโรคอ้วน
“ภายใต้ความร่วมมือนี้ระยะแรกใช้งบประมาณในการลงทุนไม่มากในการจัดตั้งบริษัทร่วมกันประมาณ 10 ล้านบาท แต่ในอนาคตอันใกล้เราจะใช้งบประมาณมากขึ้นโดยเฉพาะการจัดตั้งแลปในเมืองไทย เพื่อทำให้การตรวจรวดเร็วมากขึ้น รวมไปถึงการรักษาพยาบาลคนไข้
นอกจากนี้จะขยายการให้บริการไปยังโรงพยาบาลเทพธารินทร์และโรงพยาบาลผู้สูงอายุซึ่งอยู่ในกลุ่มของวิมุตโฮลดิ้งซึ่งปัจจุบันเปิดดำเนินการไปแล้ว 1 แห่ง และปีนี้จะเปิดเพิ่มเป็น 3 แห่งและภายใน 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 12 แห่ง เบื้องต้นคาดว่ารายได้ของศูนย์ทางเดินอาหารและตับโรงพยาบาลวิมุตปี 2567 จะเติบโตกว่า 30% จากการเกิดขึ้นของ Gut Microbiome Test”