โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แลนด์สเคป “โรงพยาบาลเอกชน” เปลี่ยนทิศหมดโควิดรายได้หดเข้าฐานเดิม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ม.ค. 2567 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2567 เวลา 06.13 น.

รายได้ธุรกิจ โรงพยาบาลเอกชน 2567 เติบโตชะลอตัวคาดทำรายได้ทั้งปี 5.7 หมื่นล้านบาท แม้คนไข้ต่างชาติทั้ง Fly-in และ EXPAT ฟื้นตัวแต่ไม่หวือหวา ลุ้นนโยบายดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติช่วยเข็นรายได้และจำนวนคนไข้ต่างชาติเพิ่ม

การสิ้นสุดของโควิดทำให้ธุรกิจที่เคยรับทรัพย์อู้ฟู่ในช่วงของการระบาดอย่างธุรกิจ “โรงพยาบาลเอกชน” เริ่มเติบโตลดลงและกลับเข้าสู่ฐานปกติก่อนหน้าโควิด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า รายได้ “คนไข้ต่างชาติ” โดยรวมของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2567 น่าจะอยู่ที่ราวๆ 5.7 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 8.0-10.0% เติบโตชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2565-2566

โดยรายได้จากคนไข้ Fly-in มีแนวโน้มจะทยอยฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและทำรายได้ราว 49% ขณะที่รายได้คนไข้ EXPAT จะอยู่ที่ 51% ของรายได้คนไข้ต่างชาติโดยรวมที่คาดว่าจะมีราวๆ 3.07 ล้านคน/ครั้ง

ส่วนการกลับมาของคนไข้จีนเองยังต้องติดตามประเด็นความเชื่อมั่นในการเดินทางและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอการเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนคนไข้ EXPAT เดินทางกลับเข้ามาหลังโควิด-19 คลี่คลาย และมีโอกาสเติบโตในพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ

อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมทั้งนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของภาครัฐ จะมีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนของธุรกิจต่างชาติ และส่งผลต่อจำนวนคนไข้ EXPAT ในอนาคตและส่งผลต่อรายได้และจำนวนคนไข้ต่างชาติในปี 2567

นอกจากนี้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนยังมีการแข่งขันสูง จากทั้งผู้เล่นรายใหม่ในประเทศที่ขยายธุรกิจสู่บริการทางการแพทย์มากขึ้น และการแข่งขันกับ Medical Hub ในภูมิภาคอย่างมาเลเซีย และสิงคโปร์

นายแพทย์พิชิต กังวลกิจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมโรงพยาบาลเอกชนปี 2567 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วคาดว่าน่าจะเติบโตขึ้น แต่อัตราการเพิ่มของรายได้ปีนี้อาจจะน้อยกว่าปีที่แล้วหลังจากผ่านพ้นโควิดมา

“ปีที่แล้ว (2566) รายได้ของโรงพยาบาลเอกชนเติบโตประมาณ 8-10% แต่ปีนี้น่าจะเติบโตประมาณ 6% ความท้าทายของปีนี้ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจที่ตอนนี้ไม่ดีนัก ขณะเดียวกันคนไข้ต่างชาติก็จะกลับมามากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และช่วยเพิ่มรายได้ของโรงพยาบาลเอกชนโดยเฉพาะโรงพยาบาลที่รับMedical Tourism ซึ่งปีที่ผ่านมารายได้จากคนไข้ต่างชาติในบางโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมากกว่า 70%

โดยคนไข้ต่างชาติที่เข้ามารักษาพยาบาลเป็นอันดับต้นๆในประเทศไทย ก็คือเมียนมาร์ กัมพูชา ยุโรป รวมทั้งจีนที่เข้ามารักษา “มีบุตรยาก” และปีนี้ทั้ง 4 กลุ่มยังมีแนวโน้มการเติบโตดีกว่าปีที่แล้ว”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า สำหรับโรงพยาบาลวิมุตและโรงพยาบาลในเครือประกอบไปด้วย โรงพยาบาลวิมุต โรงพยาบาลเทพธารินทร์ โรงพยาบาลผู้สูงอายุและคลินิกบ้านหมอในปี 2566 มีรายได้กว่า2,000 ล้านบาท
และมีจำนวนคนไข้เมื่อสิ้นปี2566เพิ่มขึ้น 80 %โดยเฉพาะคนไข้ต่างชาติที่เข้ามารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลวิมุตมากขึ้น และในปี 2567 ตั้งแต่เริ่มต้นเดือนมกราคมมีคนไข้เยอะขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

หนึ่งในเทรนด์สุขภาพและการแพทย์ “จุลชีพ” กำลังมาแรงและมีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ โดยตลาดไมโครไบโอมทั่วโลกมีมูลค่าถึง 743.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และจะแตะ 3,523.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตแบบทบต้น ที่ 29.61% ซึ่งรพ.วิมุต มองว่าตลาดนี้มีโอกาสเติบโตอีกมาก

จึงร่วมทุนกับแอมิลิ (AMILI) บริษัทเฮลท์เทคชั้นนำจากสิงคโปร์ที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านจุลชีพในลำไส้ เปิดตัว Gut Microbiome Test โปรแกรมตรวจสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เฉพาะบุคคลที่โรงพยาบาล ในอนาคต รพ. วิมุต มีแผนจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยด้านไมโครไบโอมในระบบทางเดินอาหารแห่งแรกในไทยร่วมกับ AMILI เพื่อศึกษาไมโครไบโอมในระบบทางเดินอาหารจากกลุ่มตัวอย่างคนไทยเพื่อนำข้อมูลไปใช้พัฒนาการรักษาโรคและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างพัฒนาอาหารเสริมโพรไบโอติกส์เพื่อเสริมการรักษาโรคทางเดินอาหาร ลำไส้แปรปรวน และโรคอ้วน

“ภายใต้ความร่วมมือนี้ระยะแรกใช้งบประมาณในการลงทุนไม่มากในการจัดตั้งบริษัทร่วมกันประมาณ 10 ล้านบาท แต่ในอนาคตอันใกล้เราจะใช้งบประมาณมากขึ้นโดยเฉพาะการจัดตั้งแลปในเมืองไทย เพื่อทำให้การตรวจรวดเร็วมากขึ้น รวมไปถึงการรักษาพยาบาลคนไข้

นอกจากนี้จะขยายการให้บริการไปยังโรงพยาบาลเทพธารินทร์และโรงพยาบาลผู้สูงอายุซึ่งอยู่ในกลุ่มของวิมุตโฮลดิ้งซึ่งปัจจุบันเปิดดำเนินการไปแล้ว 1 แห่ง และปีนี้จะเปิดเพิ่มเป็น 3 แห่งและภายใน 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 12 แห่ง เบื้องต้นคาดว่ารายได้ของศูนย์ทางเดินอาหารและตับโรงพยาบาลวิมุตปี 2567 จะเติบโตกว่า 30% จากการเกิดขึ้นของ Gut Microbiome Test”

อ่านข่าวอื่นๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...