โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

ไทยคว้า 5 ทองส่งท้ายกรีฑาสูงอายุ ปิดฉาก 29 ทอง รั้งที่ 5 ของเอเชีย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 พ.ย. 2566 เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2566 เวลา 20.00 น.

ไทยคว้า 5 ทองส่งท้ายกรีฑาสูงอายุ ปิดฉาก 29 ทอง รั้งที่ 5 ของเอเชีย

การแข่งขันกรีฑาผู้สูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 7-12 พฤศจิกายน ที่เมืองคลาร์ก ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาจากชาติต่างๆ เข้าร่วมแข่งขันกว่า 20 ประเทศ ส่วนไทยส่งนักกรีฑาผู้อายุลงชิงชัยทั้งหมด 52 คน ทำผลงานคว้าเหรียญทองได้อย่างต่อเนื่องและเมื่อวันที่ 12พ.ย. 66 เป็นวันสุดท้าย ไทยคว้าเพิ่มได้อีก 5 เหรียญทอง

โดยไฮไลน์อยู่ที่การแข่งขันในรุ่นอายุ 40-44 ปีชาย ไทยส่ง 4 ไต้ฝุ่นนำโดย ไม้ที่ 1 ศรศักดิ์ ขุนแก้ว ไม้ที่ 2 สุรเดช บุญลาภ ไม้ที่ 3 จิระพงษ์ เมฆเวียน และไม้ที่ 4 อภินันท์ สุขภัยอดีตไต้ฝุ่นทีมชาติไทย ที่เคยผ่านสังเวียนมหากรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2008 มาแล้ว และลงแข่งขันกรีฑาสูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเชียเป็นครั้งแรกแต่ก่อนการแข่งขันมีปัญหากับทีมไทย เมื่อผู้ตัดสินแจ้งว่าไทยยืนผิดไม้ให้สลับตำแหน่ง ไม้ 1 สรศักดิ์ ไปยืนไม้ที่ 3 และ จิระพงษ์ มายืนไม้ 1 แต่ทางทีมไทยยืนยันว่ารายชื่อที่ส่งมาถูกต้องแล้วให้นักกีฬาสลับกลับตำแหน่งเดิม กว่าจะเข้าใจตรงกันเสียเวลาไปกว่า 10 นาที นักกีฬาไทยจึงกลับมายืนตำแหน่งเดิม

เมื่อสัญญาณปล่อยตัวเริ่มขึ้น สรศักดิ์ ออกบล๊อกดี ขึ้นนำและส่งไม้ได้เป็นคนแรก ก่อนที่ สุรเดช จะสับต่อยืดระยะออกห่าง ส่งไม้ต่อให้ จิระพงษ์ ที่อัดไม่ยั้งก่อนจะต่อให้ไม้สุดท้าย อภินันท์ ที่วิ่งทิ้งห่างคู่แข่งจากฮ่องกงเข้าเส้นชัยคว้าเหรียญทองมาครองด้วยเวลา 44. 26 วินาที ส่วนเหรียญเงินตกเป็นของ ฮ่องกง 44.43 วินาที และเหรียญทองแดง ตกเป็นของเจ้าภาพ ฟิลิปินส์ สถิติ 49.31 วินาที

นอกจากนั้นไทยยังคว้าเหรียญทองได้จาก วิ่ง 10 กม. จาก วรรณพรเบเรนชอค ในรุ่นอายุ 60-64 ปีหญิง สถิติ 47.49.24 นาที เหรียญเงินตกเป็นของ ชาง เสี่ยว หลี่ ( จีน) 48.35.27 นาที และเหรียญทองแดง ปาซูเรน ชาลซัน (มองโกเลีย) 53.47.17 นาทีรวมถึงสามารถคว้าเหรียญทองส่งท้ายการแข่งขันจาก วิ่ง 4×100ม.หญิงรุ่น 65-69 ปีหญิง 4×100 เมตร , 4×100 เมตร รุ่น 70-74 ปีหญิง และ 4×400 เมตรหญิง รุ่นอายุ 65-69 ปี ส่งผลให้ไทยคว้าเหรียญมาได้ทั้งหมด 29 เหรียญทอง 21 เหรียญเงินและ 15 เหรียญทองแดง คว้าอันดับ 5 มาครอง

โดยเจ้าเหรียญทองตกเป็นของ อินเดีย มี 66 เหรียญทอง 59 เหรียญเงิน และ 79 เหรียญทองแดง ที่ 2 ญี่ปุ่น 53 เหรียญทอง 24 เหรียญเงิน และ 17 เหรียญทองแดงและที่ 3 เจ้าภาพฟิลิปปินส์ 41 เหรียญทอง36 เหรียญเงิน และ 47 เหรียญทองแดง

ส่วนนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทองมาครองได้มากที่สุดคือ สว่าง จันทร์พราหมณ์ วัย 103 ปี คว้ามาได้ 4ตามมาด้วยสมสง่า บุญนอก ดีกรีแชมป์โลก 2023 คว้ามา 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน ลักษณา พระลับรักษา วัย 84 ปีผู้หญิงที่อายุเยอะที่สุดของไทย คว้ามาได้ 3 เหรียญทอง วิชิต บัวทอง 3 เหรียญทองและ ศิริพรรณ จันทร์พราหมณ์ ลูกสาวคุณตาสว่าง คว้ามา 3 เหรียญทอง

ด้านนายวิวัฒน์ วิกรานตโนรส นายกสมาคมกรีฑาผู้สูงอายุไทย เปิดเผยว่า การแข่งขันครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ นักกีฬาทำเหรียญทองได้เกินเป้า เพราะก่อนมาแข่งขันตั้งเป้าไว้เพียงแค่ 20 เหรียญทอง แต่นักกีฬาทุ่มเทและตั้งใจกับการแข่งขันครั้งนี้มาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้ลงแข่งขันในนามของ นักกีฬาทีมชาติไทยผุ้สูงอายุเพราะการกีฬาแห่งประเทศไทยให้การรับรองการส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกรีฑาผู้สูงอายุชิงชนะเลิศแห่งเอเชียเป็นครั้งแรก สำหรับการแข่งขันในครั้งที่ 23 ซึ่งจะจัดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า จะแข่งที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย และในปีหน้า แต่ในปีหน้าจะมีการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ชิงแชมป์ประเทศไทย และไทยแลนด์โอเพ่น มาสเตอร์เกมส์ ซึ่งแต่ละชาติให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...