ชงตั้งศูนย์ช่วยสัตว์ป่าเมืองกาญจน์ฯ ชี้กลุ่มป่าตะวันตกความหวังฟื้นฟูประชากร ‘เสือโคร่ง’
ชงตั้งศูนย์ช่วยสัตว์ป่าเมืองกาญจน์ฯ ชี้กลุ่มป่าตะวันตกความหวังฟื้นฟูประชากร ‘เสือโคร่ง’ เผยพบเคลื่อนย้ายไปมารวม 22 ตัว
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายมานะ เพิ่มพูน ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2566 สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้มีการช่วยเหลือ และแก้ปัญหาสัตว์ป่าเข้ามาสร้างความเดือดร้อน ผ่านการแจ้งเหตุสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ทั้งหมด 457 กรณี จำนวน 1,015 ตัว โดยแบ่งเป็น 4 ชนิด ดังนี้ 1.ลิง ได้รับแจ้งทั้งหมด 326 เคส จำนวน 674 ตัว 2.เหี้ย ได้รับแจ้งทั้งหมด 13 เคส จำนวน 97 ตัว 3.นก ได้รับแจ้งทั้งหมด 67 เคส จำนวน 98 ตัว 4.อื่นๆ (ช้าง เสือ ลิ่น งูเหลือม เต่า เก้ง และอื่นๆ) ได้รับแจ้งทั้งหมด 51 เคส จำนวน 137 ตัว อย่างไรก็ตามพื้นที่ สบอ. 3 (บ้านโป่ง) โดยเฉพาะ จ.กาญจนบุรี มีพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งและมีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะ เสือ และช้างป่าที่ออกนอกป่ามากขึ้น จึงเตรียมเสนอต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพิ่มเติม จากที่เดิมที่มีคือศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 ประทับช้าง จ.ราชบุรี และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี
นายมานะ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ล่าสุดจากการสำรวจขององค์กรแพนเทอราเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ รายงานผลสำรวจวิจัยสัตว์ตระกูลแมวป่า จากการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติกว่า 420 จุด ใน 7 พื้นที่อนุรักษ์ของกลุ่มป่าทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก เพื่อสำรวจประชากรเสือโคร่งและสัตว์ป่าตระกูลแมวป่า รวมถึงสัตว์เหยื่อ พบว่าประชากรเสือโคร่งในพื้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสือโคร่งที่ถูกถ่ายภาพได้ครั้งแรกในพื้นที่นี้ ซึ่งสัตว์ตระกูลแมวป่าที่ถูกสำรวจพบในพื้นที่มีทั้งหมด 6 ชนิด ได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว เสือลายเมฆ แมวลายหินอ่อน เสือไฟ และแมวดาว ทั้งนี้พบว่ามีเสือโคร่งเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างป่าห้วยขาแข้ง ทุ่งใหญ่นเรศวร และกลุ่มป่าทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก ในช่วงปี 2557-2566 รวม 22 ตัว รวมถึงมีเสือโคร่งเกิดใหม่และมีอาณาเขตหากินในพื้นที่ ดังนั้นพื้นที่บริเวณนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความหวังในการฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งได้ในอนาคต