โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบปั้นอัจฉริยะ : Scholar's Advanced Technological System [นิยายแปล]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 07 ต.ค. 2566 เวลา 13.10 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2566 เวลา 13.10 น. • Ink Stone
'ลู่โจว' นักศึกษาธรรมดาๆ คนหนึ่งฟื้นขึ้นมาพร้อมกับระบบสุดล้ำในหัว จากนั้นเส้นทางการเรียนของเขาก็กลายเป็นเส้นทางไปสู่การเป็นอัจฉริยะ!

ข้อมูลเบื้องต้น

ระบบปั้นอัจฉริยะ : Scholar's Advanced Technological System [นิยายแปล]

หลังจากเป็นลมแดดขณะทำงานภายใต้แสงอาทิตย์ฤดูร้อนที่สาดลงมาอย่างไม่ปรานี

ลู่โจวนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ยากจนแต่ขยันขันแข็งได้กลายเป็นเจ้าของระบบไฮเทค

ด้วยความโกงที่ระบบมอบให้ ชีวิตในรั้วมหาลัยของเขาจึงเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน

ปริญญาโท? ง่ายดายยิ่ง ปริญญาเอก? นั่นไม่ใช่ปัญหา

จากคนที่ไม่มีใครรู้จัก เขาได้กลายเป็นดาราดังแห่งวงการวิทยาศาสตร์อย่างรวดเร็ว

ด้วยภารกิจที่ระบบมอบให้ เขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางผู้ชนะรางวัลโนเบล

"ระบบ แต้มแลกเป็นเงินได้ไหม?"

"ไม่ได้"

"บ้าเอ๊ย แกทำอะไรได้บ้างเนี่ย!?"

"ระบบจะทำให้ท่านกลายเป็นสุดยอดนักวิชาการ

กลายเป็นผู้ปกครองเหนือมวลมนุษย์ ท่านจะเอาเงินไปทำอะไร?"

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท Ink Stone Entertainment ***

ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : China Literature

เรื่อง : ระบบปั้นอัจฉริยะ : Scholar's Advanced Technological System

ผู้เขียน : เฉินซิงLL

ผู้แปล : Fairsat

---

[学霸的黑科技系统] / [晨星LL]

©2020 Ink Stone Entertainment Co., Ltd. All rights reserved.

Thai translation rights arranged with China Literature by Ink Stone Entertainment Co., Ltd.

ตอนที่ 1 ช็อก! เป็นงานรายได้หกหลักจริงๆ

ตอนที่ 1 ช็อก! เป็นงานรายได้หกหลักจริงๆ

ปี 2014 ณ เมืองจินหลิงประเทศจีน

ดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุในเดือนมิถุนายนแผดเผาผืนแผ่นดินปานว่ามันพยายามระเหยน้ำทุกหยาดหยดไปจากถนนยางมะตอย

ลู่โจวฟังเสียงแตรรถที่กำลังดังก้องอยู่ข้างหู มองผู้คนที่กำลังเดินพลุกพล่านอยู่กลางถนน เขากำลังยืนจ้องมองตรงไปตามท้องถนนอยู่หน้าศูนย์ไชน่ายูนิคอม แม้ว่าอากาศเย็นๆ จะพัดผ่านแผ่นหลังเป็นครั้งคราว แต่ชุดคอสตูมหนาๆ ที่เขาสวมอยู่ทำให้เขาสัมผัสความหรูหราฟุ่มเฟือยของเครื่องปรับอากาศได้ยากเย็นยิ่ง

บางคนอาจถามว่า ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?

แน่นอนมันก็เพื่อเอาชีวิตรอด…

เอาล่ะ มาอธิบายกันหน่อย

ไชน่ายูนิคอมร่วมมือกับโทรศัพท์วีโว่โปรโมทธุรกิจในช่วงวันหยุดฤดูร้อน พนักงานได้รับค่าจ้างหกสิบหยวนต่อชั่วโมงโดยการยืนสวมชุดคอสตูมอยู่นอกประตู และเขาจะได้รับเงินเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าหากยืนแจกใบปลิว โดยไม่ต้องพูดถึงการที่เขาไม่ต้องทุกข์ทรมานกับสายตาที่ผู้คนหันมอง เนื่องจากอุณหภูมิด้านนอกสูงกว่าสามสิบองศา เขาจะได้รับเงินเพิ่มอีกชั่วโมงละ สิบหยวน รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน เจ็ดสิบหยวนต่อชั่วโมง

หลังจากลู่โจวได้ยินเรื่องเงินเดือน เขาก็รับงานมาโดยไม่ลังเล

วิเคราะห์กันอย่างมีเหตุผล ถ้าปกติเขาทำงานวันละห้าชั่วโมง นั่นจะเท่ากับ สามร้อยห้าสิบหยวนต่อวัน ถ้าเขาทำงานสามสิบวันต่อเดือน นั่นจะเป็นเงินถึง หนึ่งหมื่นห้าร้อยหยวน

ใครจะคาดคิดล่ะว่าตำแหน่งงานที่มีรายได้หกหลักจะอยู่ที่ทางเข้าตึกไชน่ายูนิคอม?

แน่นอนลู่โจวรู้ว่าแม้แต่บริษัทหัวเหว่ยที่ร่ำรวยและทรงอำนาจก็คงจะไม่จ่ายค่าโปรโมทโฆษณาทุกวัน ซึ่งไม่ต้องพูดถึงบริษัทอย่างวีโว่

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะทำงานแค่หนึ่งสัปดาห์ เขาก็ยังได้รับเงินถึง สองพันหกร้อยหยวน

ขณะที่ลู่โจวรู้สึกเบื่อหน่ายจนนั่งนับจำนวนใบไม้บนต้นหวู่ถง ชายอ้วนผิวคล้ำที่กำลังปาดเหงื่อด้านหน้าก็เดินเข้ามาหาเขา

ชายอ้วนคนนี้ชื่ออู๋ต้าไห่ เขาก็เหมือนกับลู่โจวที่เรียนเอกคณิตศาสตร์ในมหาลัยจินหลิง อย่างไรก็ตามอู๋ต้าไห่แก่กว่าสองปี เขาเรียนอยู่ปีสามและกำลังขึ้นปีสี่ในอีกไม่กี่เดือน เขาเป็นผู้จัดการของบรรดานักศึกษาที่ทำงานพาร์ทไทม์ และก็เป็นเขานี่เองที่แนะนำลู่โจวให้ทำงานสวมชุดคอสตูมนี้

"ลู่โจว นายโอเคไหม? ให้เราหาคนมาแทนนายไหม? นายไปพักข้างในสักหน่อยเถอะ" อู๋ต้าไห่กล่าว ร่างกายของเขาไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความร้อนที่น่าสะพรึงเช่นนี้ ทั้งร่างกายของเขากำลังเปียกโชกเต็มไปด้วยเหงื่อราวกับคนที่เพิ่งขึ้นมาจากน้ำ

แม้ว่าเขาจะอยากไปพัก แต่ลู่โจวก็ส่ายหน้า "ฉันไม่เป็นไร ฉันยังทนได้อีกสักหน่อย"

"นายไม่เป็นไรจริงเหรอ? นายยืนอยู่ที่นี่มาทั้งบ่ายแล้วนะ" อู๋ต้าไห่กล่าวด้วยสีหน้าเป็นห่วง

เขากลัวว่าหมอนี่จะเป็นฮีทสโตรก

"ฉันไม่เป็นไรจริงๆ นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" ลู่โจวกล่าว จากนั้นเขาก็ส่ายหน้าอย่างหนักแน่นแล้วกล่าวเสริม "ฉันทำงานจะครบชั่วโมงแล้ว ยืนมาตั้งนานแล้ว ทำไมจะอยู่อีกชั่วโมงไม่ได้ล่ะ นายไม่คิดงั้นเหรอ?"

อู๋ต้าไห่มองดูลู่โจวแล้วกล่าวอย่างลังเล "ก็ได้ๆ งั้นฉันไม่ห่วงนายแล้ว"

"อืม… ไปทำงานของนายเถอะ"

เมื่ออู๋ต้าไห่เห็นว่าลู่โจวหนักแน่นแค่ไหน เขาก็ไม่เซ้าซี้อีก

อันที่จริงอู๋ต้าไห่รู้สึกโชคดีด้วยซ้ำ

เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาคนที่เต็มใจมาทำงานท่ามกลางอากาศร้อนเช่นนี้ มีคนทำงานพาร์ทไทม์ค่อนข้างมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ขยันเหมือนลู่โจว ไม่งั้นมันอาจทำให้อู๋ต้าไห่เป็นคนสวมชุดคอสตูมยืนกลางแดดร้อนจ้าด้วยตนเอง

หลังจากชายอ้วนเดินจากไป ลู่โจวก็หันหลังกลับมองต้นหวู่ถงที่อยู่ด้านนอกศูนย์ไชน่ายูนิคอม

ทันใดนั้นเองลู่โจวก็รู้สึกว่าวิสัยทัศน์เบื้องหน้าดูแปลกไป

ทำไมผู้คนบนท้องถนน… กำลังบินขึ้นท้องฟ้า?

ขาของเขารู้สึกอ่อนแรง ร่างกายกำลังทิ้งตัวลงกับพื้น

ด้วยสติที่ยังหลงเหลืออยู่น้อยนิด เขาได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาหาอย่างเร่งรีบ อีกทั้งยังมีเสียงตะโกนดังมาจากศูนย์ไชน่ายูนิคอม

"มาสคอตที่หน้าประตูเป็นลมแดดแล้ว!"

"รีบถอดหมวกแล้วเอาน้ำให้เขาดื่มเร็ว!"

"บ้าเอ้ย! ลู่โจว! โปรดบอกฉันทีว่านายไม่เป็นไร!"

"ไม่มีการตอบสนอง… แย่แล้ว รีบส่งเขาไปโรงพยาบาล!"

"พาขึ้นรถฉัน!"

"…"

แสงสุดท้ายได้จางหายไปจากสายตา… เขาได้เข้าสู่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด…

…..

ลู่โจวเป็นนักศึกษาเอกคณิตศาสตร์ปีหนึ่งในมหาลัยจินหลิงและกำลังจะขึ้นปีสองในอีกไม่กี่เดือน ตอนแรกเขาสมัครเข้าเรียนวิศวกรรมซอฟต์แวร์ แต่เขามีคะแนนสอบไม่ถึง สุดท้ายเขาจึงต้องยอมเข้าเรียนสาขาที่ไม่เป็นที่นิยมอย่างคณิตศาสตร์

บางครั้งลู่โจวก็อดถามตัวเองไม่ได้ เขาเรียนเอกวิชาที่น่ากลัวเป็นเวลาถึงสี่ปีเพื่ออะไร?

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีคำตอบ…

การเรียนเอกวิชาคณิตศาสตร์มีอยู่สองเส้นทางมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อ[1]หรือการเปลี่ยนไปเรียนวิชาเอกอื่น

อันที่จริงเราสามารถทำงานให้กับมหาวิทยาลัยเช่นกัน แต่เขายังเป็นนักศึกษาปริญญาตรีอยู่ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับเลือกให้ทำงานในมหาวิทยาลัย… นอกจากว่าจะใกล้ชิดกับอาจารย์มากจนได้รับการไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม… แม้ว่าเราจะมีงานทำ
ทว่างานเหล่านั้นก็เป็นแค่งานเบ็ดเตล็ดเท่านั้น สู้เขาไปเรียนต่อปริญญาโทแทนยังจะดีเสียกว่า

อย่างไรก็ตาม… สำหรับลู่โจวแล้วการเรียนจบสูงกว่าปริญญาโทนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลย

ครอบครัวของลู่โจวอาศัยอยู่ในเจียงหนิง(หรือกังเหลง) แม้ว่าชื่อเมืองจะฟังดูคล้ายกับจินหลิง แต่ระยะทางมันอยู่ห่างกันหลายพันลี้ พ่อชนชั้นกลางของเขาทำงานอยู่ที่โรงงานแปรรูปโลหะในเจียงหนิง ส่วนแม่ของเขาป่วยและเกษียณอยู่บ้านเท่านั้น แถมเธอยังจำเป็นต้องใช้เงินดูแลสุขภาพค่อนข้างมาก

ทั้งครอบครัวของเขาพึ่งพารายได้จากพ่อเพียงคนเดียว นอกจากนี้เขามีน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยม และคงจะต้องใช้เงินอีกจำนวนมากเมื่อน้องสาวขึ้นมหาลัย

เจตนาของพ่อคือการไม่ให้ลู่โจวต้องมากังวลเรื่องเงิน ท่านต้องการให้ลู่โจวศึกษาต่อจนจบปริญญาเอก

ซึ่งลู่โจวรู้ตัวเองดีว่ามันเป็นไปไม่ได้

เนื่องจากเขาได้ใช้ชีวิตในสังคมไปครึ่งชีวิตแล้ว ดังนั้นเขาจำเป็นต้องพิจารณาปัญหาอื่นที่สอดคล้องกับความเป็นจริงมากกว่านี้

ถ้าจะให้เจาะจงมากกว่านั้นก็คือ เขาจำเป็นต้องพิจารณาปัญหาเรื่องเงิน

เขาไม่อยากเป็นภาระให้ครอบครัวหรือเป็นตัวฉุดแข้งฉุดขาอนาคตของน้องสาว ดังนั้นนับตั้งแต่ที่เข้ามหาลัย เขาอยากเป็นอิสระทางการเงิน ในขณะที่คนอื่นๆ ออกไปฉลองร้องคาราโอเกะที่สถานบันเทิงหรือกำลังเรียนอย่างหนักที่ห้องสมุด ทว่าเขาเลือกที่จะทำงานพิเศษคือแจกใบปลิว ติดตั้งเร้าเตอร์และส่งอาหาร

บางครั้งเขาก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่าเรียนมหาลัยไปทำไม? งานที่เขาทำนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะความชำนาญอะไรเลย แม้แต่นักเรียนมัธยมก็ทำได้ บางทีนักเรียนมัธยมอาจทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่เป็นลมแดดง่ายๆ จากการยืนนอกห้องแอร์ไม่กี่ชั่วโมง

นี่มันก็เหมือนกับคำถามที่ว่าเรียนจบเอกคณิตศาสตร์แล้วมีอาชีพหลักคืออะไร? ซึ่งตัวเขาเองก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้เช่นกัน

ขณะนี้เขาล้มลงแล้ว…

เมื่อเขาได้สติ… ลู่โจวตกตะลึงเมื่อเห็นว่าตนเองอยู่ท่ามกลางหมอกสีขาวที่ไกลสุดลูกหูลูกตา

ที่นี่…คือที่ไหน?

ไม่มีใครตอบ…

ด้วยความจำที่คลุมเครือ เขาจำได้ว่าตนเองเป็นลมแดดอยู่ที่ศูนย์ไชน่ายูนิคอม และก็มีใครบางคนพาเขาขึ้นรถส่งโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ดูไม่เหมือนโรงพยาบาลเลยสักนิด มันดูไม่เหมือนโลกแห่งความจริงด้วยซ้ำ

ในขณะที่ลู่โจวเริ่มรู้สึกเป็นกังวลกับสถานการณ์ในตอนนี้ จู่ๆ หน้าจอกึ่งโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เขารู้สึกกลัวมากจนกระโดดถอยไปด้านหลัง

ระบบ…ไฮเทค? มันคืออะไรเนี่ย?!

ลู่โจวช็อกมากเมื่อเห็นตัวหนังสือสีดำที่ค่อยๆปรากฏบนหน้าจอกึ่งโปร่งใส จากนั้นเขาก็รู้สึกตื่นเต้นทันที

เป็นไปได้ไหมว่า… ฉันถูกเลือกโดยระบบในตำนาน?

เขาเคยอ่านนิยายออนไลน์ทำนองนี้

ลู่โจวกลืนน้ำลายดังอึก เขาถาม… "ระบบ…นายทำอะไรได้บ้าง?"

แม้ว่าจะไม่มีเสียงใดตอบกลับมาเลย ทว่าหน้าจอโฮโลแกรมกึ่งโปร่งแสงก็ปรากฏข้อความขึ้นมา

[

ระบบไฮเทค : …

ระบบนี้มีไว้เพื่อพัฒนาระดับการศึกษาของผู้ใช้ ถ้าต้องการรู้วิธีการใช้ของระบบ โปรดค้นหาด้วยตัวเอง สำหรับความสามารถของระบบ ระบบจะมอบคำอธิบายและรายละเอียดให้แก่ผู้ใช้

อินเตอร์เฟสหลักของระบบมีดังนี้ :

แก่นของวิทยาศาสตร์[2] ()

A คณิตศาสตร์: พื้นฐานของวิชาทั้งมวล มันจะเป็นตัวกำหนดขีดจำกัดของวิชาวิทยาศาสตร์แขนงอื่น

B ฟิสิกส์: ช่วยให้คุณเข้าใจเอกภพ

C ชีววิทยา: ช่วยให้คุณเข้าใจตนเอง

D วิศวกรรม: ปรับแต่งเครื่องมือ ปรับแต่งสภาพแวดล้อมและปรับแต่งโลก

E วัสดุศาสตร์: วัสดุและวิศวกรรมไม่สามารถแยกออกจากกันได้

F วิทยาการพลังงาน: จากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ไปสู่ฮีเลี่ยม3 จากแบตเตอรี่ลิเธียมสู่แบตเตอรี่ปฏิสสาร จากการส่งผ่านข้อมูลแบบไร้สายสู่การส่งผ่านข้อมูลระยะไกลโพ้นผ่านพลังงานเลเซอร์ ล่อเลี้ยงชีวิตทั้งมวลโดยใช้เอนโทรปี พัฒนาแหล่งพลังงานของทะเลแห่งหมู่ดาวที่อยู่ไกลโพ้น…

G วิทยาการสารสนเทศ: พันธุศาสตร์คือรหัสของพระเจ้า แต่ทว่าเป้าหมายสูงสุดของรหัสคือการสร้างพระเจ้า

สาขาเทคโนโลยี : สาขานี้เป็นสิ่งที่แยกย่อยออกมาจากผังต้นไม้เทคโนโลยี หลังจากปลดล็อกสาขาเทคโนโลยีแล้ว ค่าประสบการณ์ที่จำเป็นต้องใช้เลื่อนระดับ ซึ่งหนึ่งแต้มประสบการณ์สามารถแลกแต้มทั่วไปได้หนึ่งแต้ม

ยกตัวอย่าง : พันธุศาสตร์ระดับ 1 จำเป็นต้องใช้ชีววิทยาระดับ 1 แต่คุณสามารถปลดล็อกพันธุศาสตร์ระดับ 1 ด้วยการใช้แต้มทั่วไปหนึ่งร้อยแต้ม

พันธุศาสตร์ระดับ 2 วิศวกรรมระดับ 1 และหนึ่งพันแต้มประสบการณ์ คุณถึงจะสามารถเลื่อนระดับพันธุศาสตร์จากระดับหนึ่งไปสู่ระดับสอง

พิมพ์เขียวเทคโนโลยี : พอเห็นชื่อก็จะทราบความหมายแฝง มันคือพิมพ์เขียวเทคโนโลยีที่เข้าใจได้ง่าย ซึ่งจะมีโปรเจ็คขนาดเล็กอย่างนาโนชิป ไปจนถึงโปรเจ็คขนาดยักษ์อย่างกลุ่มทรงกรมไดสัน

ถ้าหากท่านเติมเต็มความต้องการการผลิตได้ ท่านจะสามารถทำตามขั้นตอนของพิมพ์เขียวเพื่อผลิตได้สำเร็จ

แต้มทั่วไป : สามารถนำมาใช้เพื่อเปิดใช้งานรางวัลภารกิจ หรือใช้สองร้อยแต้มเพื่อสุ่มภารกิจใหม่ขึ้นมา สามารถนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาที่แก้ได้ยากของเทคโนโลยี[3]

ภารกิจ : สุ่มสามภารกิจทุกครั้ง ท่านสามารถเลือกทำภารกิจหนึ่งในนั้น เมื่อทำภารกิจสำเร็จ ท่านจะได้รับรางวัลที่เหมาะสม หลังจากทำภารกิจสำเร็จ หน้าภารกิจจะถูกรีเซ็ตทันที

[

ลู่โจวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาต้องทำหน้ายังไง เขาคิดว่าคณิตศาสตร์มันไม่มีประโยชน์ แต่ระบบบอกว่าคณิตศาสตร์เป็นบิดาของสาขาวิชาทั้งมวล รสชาติของปลาเค็มพลิกตัว[4]ทำให้เขาพูดไม่ออก

ลู่โจวกำลังจะพบกับบางสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งขึ้น

หลังจากคำแนะนำหายไป แผงคุณสมบัติก็ปรากฏขึ้นมาทันที

]

ระบบไฮเทค :

โฮสต์ : ลู่โจว

วิทยาศาสตร์แขนงหลัก :

A คณิตศาสตร์ : ระดับ 0 (0/1000)

B ฟิสิกส์ : ระดับ 0 (0/1000)

C ชีววิทยา : ระดับ 0 (0/1000)

D วิศวกรรม : ระดับ 0 (0/1000)

E วัสดุศาสตร์ : ระดับ 0 (0/1000)

F วิทยาการพลังงาน : ระดับ 0 (0/1000)

G วิทยาการสารสนเทศ : ระดับ 0 (0/1000)

แต้มทั่วไป : 0

ภารกิจ : ไม่มี

]

"แม้ว่าฉันจะไม่ใช่นักเรียนดีเด่น แต่ฉันก็ยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด เลขศูนย์ทั้งแถบแบบนี้มันดูถูกกันไปหน่อยไหม!?"

ลู่โจวไม่รู้ว่าเขาจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีหลังจากเขาเห็นเลขศูนย์ทั้งแถบ

ระบบนี้ต้องมีอะไรผิดพลาด!

ในขณะที่ลู่โจวกำลังคิดเรื่องนี้… ไหล่ของเขาก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรง จู่ๆ จิตสำนึกของเขาก็ได้ถูกดึงออกไปจากมิติสีขาวบริสุทธิ์นี้ทันที!

………………………………….

[1]เรียนที่ต่างประเทศหรือเรียนต่อปริญญาโท-ปริญญาเอก

[2] แก่นแท้ของผังต้นไม้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นไปที่ทฤษฎี ขีดจำกัดสูงสุดจะอยู่ในระดับสิบ แต้มประสบการณ์จะเพิ่มขึ้นจากภารกิจที่ผู้ใช้ทำเท่านั้น ซึ่งแต้มดังกล่าวมันไม่สามารถแลกเปลี่ยนกับแต้มทั่วไปได้ ผังต้นไม้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์จะปลดล็อกตัวเลือกแห่งยุคอนาคตและปลดล็อกภารกิจการสร้างวิศวกรรมขนาดใหญ่

[3] ราคาแก้ไขปัญหาขึ้นอยู่กับระดับสาขาวิชา ระดับความยากของเทคโนโลยี และความยากลำบากในการแก้ปัญหา

[4] ปลาเค็มพลิกตัว แปลได้ว่า คนที่เคยลำบากกำลังเจอจุดเปลี่ยนของชีวิตทำให้ชีวิตดีขึ้น

ตอนที่ 2 วิถีชีวิตของนักเรียนอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย

ตอนที่ 2 วิถีชีวิตของนักเรียนอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย

"ลู่โจว ตื่น!"

หลังจากที่โดนเขย่าไหล่อย่างรุนแรงอีกครั้ง ในที่สุดลู่โจวค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาเห็นสีหน้าอ้วนๆ ของอู๋ต้าไห่

"เชี่ย! ในที่สุดนายก็ตื่น!" อู๋ต้าไห่กล่าวพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะปล่อยมือจากไหล่ลู่โจว จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเป็นเชิงขอโทษ "หวังว่าคงจะไม่คิดมากนะ ไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนการพักผ่อนของนาย ฉันเห็นว่านายกำลังกรนอยู่ ฉันเลยคิดว่านายคงไม่เป็นไรแล้ว"

ลู่โจวมองกำแพงสีขาวด้านข้างทั้งหมดพร้อมก้มมองผ้าปูที่นอนที่คลุมเตียงโรงพยาบาลเอาไว้ "นี่ฉันอยู่ที่ไหน?"

"นายจำไม่ได้เหรอ? นายเป็นลมแดดอยู่ที่หน้าศูนย์ไชน่ายูนิคอม" อู๋ต้าไห่กล่าวขณะนั่งลงบนเก้าอี้ เขาถอนหายใจและตบขาอ้วนๆ ของตนก่อนจะกล่าวว่า "อ่า… ฉันบอกนายแล้วว่าอย่าดื้อแต่นายไม่ฟัง! เราแค่ทำงานพาร์ทไทม์เท่านั้น เราไม่ใช่มืออาชีพ จะฝืนตัวเองไปทำไม? ดูนายสิ นายกำลังทำงานหนักเพื่อแลกกับสุขภาพที่แย่ลง มันคุ้มเหรอ!?"

ลู่โจวยิ้มอย่างไม่เต็มใจ "หมอบอกว่าไงบ้าง?"

"ไม่มีอะไรมาก นายแค่ขาดน้ำ" อู๋ต้าไห่กล่าว จากนั้นก็บุ้ยปากไปทางโต๊ะข้างเตียง "ฉันเทน้ำใส่แก้วให้แล้ว อย่าลืมดื่มน้ำซะล่ะ"

ลู่โจวกระแอมแล้วกล่าวอย่างจริงใจ "ขอบคุณ"

"ไม่ต้องขอบคุณหรอก นายถือเป็นนักศึกษารุ่นน้อง ในฐานะรุ่นพี่ การดูแลนายเป็นหน้าที่ฉัน" อู๋ต้าไห่กล่าว จากนั้นเขาก็โบกมือแล้วกล่าวเสริม "นายควรพักผ่อนให้ดี รอนายหายดีเมื่อไหร่ค่อยกลับมหาลัย ฉันโอนค่าจ้างให้นายแล้ว นายเช็กด้วยนะว่าได้หรือยัง นอกจากนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษา มันไม่มากเท่าไหร่ ฉันจัดการเรียบร้อย"

"ฉันจะรับไว้ได้อย่างไร…"

"เอาน่า ไม่ต้องมาซาบซึ้ง ฉันหางานนี้ให้นาย เมื่อเกิดอะไรขึ้นมันก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของฉัน" อู๋ต้าไห่กล่าว ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ "ช่างเรื่องนั้นก่อน นายควรพักผ่อนสักสองสามวัน อย่ารีบกลับไปทำงาน"

ลู่โจวอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่เขานึกคำพูดไม่ออก สุดท้ายเขาแค่พยักหน้าแล้วกล่าวขอบคุณ

อู๋ต้าไห่โบกมือบอกกลายๆ ว่า 'ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ' แล้วก็จากไป

ลู่โจวนอนอยู่บนเตียงแล้วถอนหายใจใส่เพดาน

"ดูเหมือนฉันต้องหางานพาร์ทไทม์ใหม่…"

เพราะปัญหาใหญ่เช่นนี้ บางทีอู๋ต้าไห่อาจไม่อยากให้เขากลับไปทำอีกแล้ว… ยิ่งไปกว่านั้นเหตุการณ์นี้มันช่างน่าผิดหวัง เขาสร้างปัญหาให้คนอื่น เขาคงไม่อาจขอความช่วยเหลืออะไรเพิ่มได้อีก

เขานอนพลิกไปพลิกมาแล้วนึกถึงความฝันที่พึ่งฝันไป เขาหลับตาแล้วพูดเสียงเบา "ระบบ"

ไม่มีการตอบสนอง

"ระบบไฮเทค"

ไม่มีการตอบสนองเหมือนเคย

แก้มของลู่โจวเป็นสีแดงเล็กน้อย

ให้ตายเถอะ!

สุดท้ายมันก็เป็นแค่ฝัน…

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาลืมตา เขาก็ตกใจกับสิ่งที่เห็น

สภาพแวดล้อมรอบตัวถูกปกคลุมด้วยสีขาวบริสุทธิ์ มีหน้าจอโฮโลแกรมกึ่งโปร่งใสพร้อมกับแผงคุณสมบัติที่เต็มไปด้วยเลขศูนย์ ทุกอย่างมันรู้สึกเหมือนจริงมาก

ลู่โจวประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกำหมัดแน่นอย่างมีความสุข

ฮ่าๆ !

นี่เป็นเรื่องจริง! มันไม่ใช่ความฝัน!

ทันใดนั้นก็มีข้อความแจ้งเตือนปรากฏบนแผงคุณสมบัติกึ่งโปร่งใส

[โฮสต์ โปรดเลือกภารกิจ]

ลู่โจวพยายามเก็บอาการตื่นเต้นแล้วเดินก้าวไปที่หน้าจอและสัมผัสกับไอคอน[ภารกิจ]

ทันใดนั้นหน้าต่างช่องแชทกึ่งโปร่งใสก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า

[

ภารกิจที่หนึ่ง : เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย

คำอธิบาย : ก่อนอื่น ถ้าหากท่านอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ท่านจำเป็นต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ท่านต้องวิ่งไวกว่านักข่าว ต่อสู้กับซอมบี้ และทำงาน เจ็ดสิบสองชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง การฝึกฝนร่างกายไม่ได้สำเร็จได้ง่าย โฮสต์ โปรดเริ่มต้นเดี๋ยวนี้

สิ่งที่ต้องทำ : วิ่งจ๊อกกิ้งกิโลในหนึ่งชั่วโมง นึกถึงภารกิจเพื่อเริ่มจับเวลา สามารถทำซ้ำได้หากล้มเหลว

รางวัล : ยี่สิบแต้มประสบการณ์อิสระ ตั๋วเสี่ยงโชคหนึ่งใบ มันคือขยะ หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

]

[

ภารกิจที่สอง : พัฒนาความสัมพันธ์

คำอธิบาย : ถ้าหากท่านอยากทำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การเลี้ยงอาหารค่ำให้ผู้อื่น ท่านต้องเรียนรู้การบริหารจัดการความสัมพันธ์

สิ่งที่ต้องทำ : พัฒนาความสัมพันธ์กับศาสตราจารย์หลู่ฟ่างผิง หัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ของมหาลัยจินหลิง คะแนนความสัมพันธ์ขั้นต่ำ สามสิบคะแนนความสัมพันธ์ของภารกิจจะปรากฏหลังเริ่มภารกิจ

รางวัล : หนึ่งร้อยแต้มประสบการณ์คณิตศาสตร์ สี่ร้อยแต้มทั่วไป ตั๋วเสี่ยงโชคหนึ่งใบ ขยะ เก้าสิบเจ็บเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเทคโนโลยีขั้นสูง สามเปอร์เซ็นต์

]

[

ภารกิจที่สาม : วิถีชีวิตของอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย

สิ่งที่ต้องทำ : เรียนที่ห้องสมุดเป็นเวลา ยี่สิบสี่ชั่วโมง นึกถึงภารกิจเพื่อเริ่ม

รางวัล : แต้มประสบการณ์ที่ได้รับของแต่ละวิชาจะขึ้นอยู่กับประเภทหนังสือที่อ่านและคะแนนคุณค่าของหนังสือ หนึ่งร้อยแต้มทั่วไป ตั๋วเสี่ยงโชคหนึ่งใบ ขยะ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ตัวอย่างเทคโนโลยีขั้นสูง เก้าเปอร์เซ็นต์ พิมพ์เขียว หนึ่งเปอร์เซ็นต์

]

ระบบนี้จริงใจไม่เบา มันให้เห็นแม้กระทั่งเปอร์เซ็นต์สุ่มของ

แต่ภารกิจวิ่งนี่มันบ้าอะไรเนี่ย? ได้ขยะ หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์?! แม่งโคตรหลอกลวง!

นอกจากนี้พัฒนาความสัมพันธ์กับศาสตราจารย์อะไรกัน? พาเขาไปเลี้ยงอาหารค่ำ? มอบของขวัญให้? ไม่ว่าจะวิธีไหน มันก็จะทำให้เสียเงินจำนวนมาก

มีเพียงภารกิจสุดท้ายเท่านั้นที่ดูปกติหน่อย แม้ว่ามันจะไม่ได้บอกว่าจะให้แต้มประสบการณ์มากเท่าไหร่ แต่โอกาสการได้ขยะมีน้อยที่สุด! ถ้ามองจากมุมเกมออนไลน์ ภารกิจนี้ควรเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดใช่ไหม?

ไม่ต้องพูดถึงการเรียนในห้องสมุดยี่สิบสี่ชั่วโมงดูเหมือนจะทำสำเร็จได้ค่อนข้างง่าย

หลังจากพิจารณาทุกอย่าง ลู่โจวก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเลือกภารกิจที่สามทันที!

วิถีชีวิตของนักเรียนอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบาย!

[ท่านไม่สามารถเปลี่ยนแปลงภารกิจได้หลังจากการเลือก ภารกิจไม่มีเวลาจำกัด ถ้าหากท่านยกเลิกภารกิจ ท่านจะถูกลงโทษโดยการหักแต้มทั่วไปสองร้อยแต้ม ปัจจุบันโฮสต์มีแต้มทั่วไปเท่ากับ ศูนย์ท่านยืนยันการเลือกหรือไม่? แจ้งเตือนครั้งแรก]

ลู่โจวกล่าวโดยไม่ลังเล "ยืนยัน!"

[การเลือกภารกิจได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ขอให้ท่านโชคดี!]

มีแสงสีขาวกระพริบว้าบ ในส่วนของแผงคุณสมบัติ (แสดงสถานะของภารกิจ) ได้เปลี่ยนจาก 'ไม่มี' กลายเป็น 'ภารกิจที่สาม'

ลู่โจวหลับตาแล้วสูดลมหายใจเข้า เขาเอ่ยเสียงเบาว่า ‘ออกจากระบบ’ เมื่อเขาลืมตาอีกครั้ง เขาก็รู้ตัวทันทีว่าได้กลับมาอยู่ในห้องโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

เขานอนอยู่บนเตียงชั่วครู่และใช้เวลาสองสามนาทีในการย่อยข้อมูลในสมอง

เขาไม่รู้ว่าทำไม ทว่าดูเหมือนเขาจะกลายเป็นผู้ใช้ระบบไฮเทคไปแล้ว

เขาคิดย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่อู๋ต้าไห่ปลุก มิติของระบบควรอยู่ลึกลงไปในจิตใต้สำนึก มันเป็นอิสระจากโลกแห่งความจริง นอกจากนี้เวลาในมิติของระบบกับโลกภายนอกน่าจะไหลไปพร้อมกัน

กล่าวตามตรง ลู่โจวไม่ได้รู้สึกเลยว่าระบบมีตัวตนอยู่จริง

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้มันก็ไม่สำคัญ

มันอาจเป็นอุบายของมนุษย์ต่างดาว มุกตลกของวันเมษาคนโง่ หรืออาจจะแค่มีอะไรผิดปกติกับสมอง แต่เขายอมรับภารกิจไปแล้ว ดังนั้นรอจนกว่าเขาจะทำภารกิจสำเร็จ เดี๋ยวเขาก็รู้เอง

ลู่โจวหยิบแก้วน้ำจากโต๊ะข้างเตียงแล้วยกดื่มจนหมดแก้ว จากนั้นเขาก็ลุกออกจากเตียง

หลังจากพยาบาลวัดอุณหภูมิแล้วยืนยันว่าเขาไม่เป็นไรแล้ว เขาก็ออกจากโรงพยาบาลแล้วเดินไปป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุกเพื่อกลับมหาวิทยาลัย

เมื่อเขากลับมาถึงหอพัก เขาเห็นหลิวรุ่ยอยู่คนเดียวที่อยู่ในห้อง เพื่อนร่วมหออีกสองคนต้องไปร้านอินเทอร์เน็ตแน่เลย

หลิวรุ่ยเห็นว่าลู่โจวกลับมาแล้ว เขาจึงวางหนังสือลงแล้วดันกรอบแว่นตาพร้อมเอ่ยปากถามว่า "ลู่โจว ฉันได้ยินว่านายเป็นลมแดดงั้นเหรอ?"

"ใช่…แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก" ลู่โจวฝืนยิ้ม จากนั้นเขาก็เดินไปที่เตียง

สำหรับหอพักสี่คนแบบนี้ ด้านบนจะเป็นเตียง ส่วนด้านล่างจะเป็นโต๊ะทำงานกับตู้เก็บของ ลู่โจวเก็บบัตรทุกอย่างไว้ในลิ้นชักตู้

หลังจากค้นหาในลิ้นชักสักแปป ในที่สุดลู่โจวก็พบบัตรห้องสมุด จากนั้นเขาก็เดินออกจากหอพักพร้อมกับสะพายกระเป๋า

ลมหนาวยามค่ำคืนพัดผ่านต้นหวู่ถงจนเกิดเสียงซอกแซกไปมา

ท้องถนนส่องสว่างไปด้วยแสงไฟ มีนักศึกษาและบรรดาครูกำลังเดินผ่านไปมาพร้อมตำราเรียนบนมือ บนสนามกีฬาบางคนก็กำลังจับมือถือแขนกัน บางคนก็กำลังวิ่งไปพร้อมกับคู่รัก ดูเหมือนกับว่ามหาลัยนี้จะมีชีวิตชีวาและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอยู่เสมอ

ตอนนี้ก็สองทุ่มแล้ว ลู่โจวมองไปยังห้องสมุดที่มีแสงไฟส่องสว่างแล้วรู้สึกถึงความไม่คุ้นเคยและความคิดถึง

นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้มาห้องสมุด?

เขาสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องสมุดด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น

………………………………….

ตอนที่ 3 อัจฉริยะที่แท้จริงจะไม่มีวันเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

ตอนที่ 3 อัจฉริยะที่แท้จริงจะไม่มีวันเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

"เริ่มภารกิจ!"

ลู่โจวหลับตาแล้วเอ่ยเสียงเบา เขาพูดออกไปอีกสองครั้ง เพื่อทำให้มั่นใจว่าโฮโลแกรมฟังอยู่

เมื่อลืมตาขึ้น เขาก็เห็นตัวหนังสือกึ่งโปร่งใส่ลอยอยู่ตรงหน้า

[ภารกิจที่สามเริ่มต้นขึ้น: เวลาปัจจุบัน: ศูนย์ชั่วโมง เวลาจะถูกหยุดลงเมื่อออกจากห้องสมุด]

ลู่โจวรู้สึกตกใจกับตัวหนังสือที่จู่ๆ ก็ปรากฏตรงหน้า เขาหันไปมองรอบๆ อย่างระแวดระวัง และเมื่อเห็นนักศึกษาคนนึงเดินผ่านตัวหนังสือกึ่งโปร่งใสไปหน้าตาเฉย เขาก็เริ่มโล่งอก

กลายเป็นว่านอกจากเขาแล้วไม่มีใครเห็นตัวหนังสือของระบบเลย

อย่างไรก็ตาม ใช้เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงอ่านหนังสือสักสองเล่มในห้องสมุด ภารกิจก็น่าจะสำเร็จใช่ไหม?

ลู่โจวเดินไปตรงหมวดคณิตศาสตร์เพราะมันดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เขากำลังจะเลือกหยิบหนังสือมาอ่าน แต่จู่ๆ เขาก็เห็นว่าบนหนังสือมีสัญลักษณ์ตัวเล็กติดอยู่ ไม่เพียงแค่นั้นสัญลักษณ์ตัวเล็กยังดูมีแบ่งเป็นสี ๆ ตามกฎเกณฑ์ของมัน มันมีตั้งแต่สีแดงไปจนถึงสีเทาตามตัวเลขจำนวนมากไปถึงตัวเล็กจำนวนน้อย

[การวิเคราะห์พื้นฐานสมัยใหม่ของดิดอนน์ 10]

[พีชคณิตเชิงเส้น 0]

[การบรรยายคณิตวิเคราะห์ใหม่ 100]

[…]

อะไรเนี่ย?!

ลู่โจวพลันนึกถึงรางวัลของภารกิจสามทันที แต้มประสบการณ์ของภารกิจนี้จะได้รับโดยขึ้นอยู่กับคะแนนคุณค่าของหนังสือ

กล่าวอีกนัยนึง ถ้าเขาแค่อยู่ในห้องสมุดเฉยๆ เขาก็จะได้รับแค่ตั๋วเสี่ยงโชคเท่านั้น

อัจฉริยะที่แท้จริงจะไม่เสียเวลาของตนเองโดยเปล่าประโยชน์ที่ห้องสมุด!

ลู่โจวกลืนน้ำลายเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

อย่างไรก็ตามมีเรื่องนึงที่เขาไม่เข้าใจ ทำไมหนังสือคณิตศาสตร์ขั้นสูงถึงมีคะแนนคุณค่าต่ำแบบนี้ ทั้งๆ ที่หนังสือคณิตศาสตร์เริ่มต้นถึงมีคะแนนคุณค่าสูง?

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง… หนังสือวิเคราะห์พื้นฐานสมัยใหม่ของดิดอนน์ที่เป็นผลงานชิ้นเอกและได้รับการแนะนำอย่างสูงจากอาจารย์ของเขาว่าต้องอ่านเป็นเรื่องที่ยากมากที่นักศึกษาจะอ่านแล้วเข้าใจตำราเล่มนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน อย่างน้อยต้องมีความคุ้นเคยกับการวิเคราะห์เชิงประจักษ์รวมไปถึงฟังก์ชันพื้นฐานถึงจะเข้าใจหนังสือเล่มนี้ได้

เขาพลันนึกได้ว่าในแถบคุณสมบัติของเขามีระดับคณิตศาสตร์ คือ 0 ใบหน้าของเขาปรากฏร่องรอยความโศกเศร้าออกมาเล็กน้อย

ไม่น่าแปลกใจเลย!

บางทีไอ้คะแนนคุณค่าบ้าบอนี่อาจขึ้นอยู่กับระดับความรู้ปัจจุบันของเขา?

คะแนนคุณค่ามีอยู่สองด้าน ยกตัวอย่างเช่นหนังสือการคาดคะเนของรีมัน มันเป็นหนังสือที่สำคัญในแวดวงวิชาการ มีทฤษฎีทางคณิตศาสตร์นับพันที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีการคาดคะเนของรีมันเป็นพื้นฐาน มันจึงมีคุณค่าสูงมาก อย่างไรก็ตามสำหรับตัวลู่โจว มันเป็นเรื่องที่ยากที่เขาจะเข้าใจการคาดคะเนของรีมัน เรื่องนี้ไม่มีส่วนช่วยเหลือทางการศึกษาของเขาเลย ดังนั้นคุณค่าของมันจึงเป็นศูนย์

ลู่โจวเข้าใจคะแนนคุณค่าแล้ว เขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะเลือกหยิบหนังสือ'การบรรยายคณิตวิเคราะห์ใหม่'

บังเอิญว่าในชีวิตจริงเขาจะมีสอบวิชาคณิตวิเคราะห์ 2 ในอีกสองสัปดาห์ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจจุดยากบางจุด ดังนั้นจึงนับได้ว่านี่เป็นการทบทวนบทเรียน

เมื่อพบที่นั่งที่ยังว่าอยู่ เขาจึงเดินเข้าไปและนั่งลงแล้วเริ่มอ่านหนังสือคณิตวิเคราะห์

พูดตามตรงเขาไม่ค่อยชอบเรียนคณิตศาสตร์มากนัก ทว่าเขาสามารถทนอ่านหนังสือได้อย่างน่าประหลาดใจ

เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะผลกระทบของระบบไหม แต่เขารู้สึกว่าตนเองค่อยๆ เข้าสู่ห้วงสมาธิ เขาแทบจะลืมเลือนทุกสิ่งรอบข้าง เขาสัมผัสได้แต่ตนเองกับหนังสือเท่านั้น ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย

เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ผู้คนในห้องสมุดก็น้อยลงเรื่อยๆ ส่วนลู่โจวกำลังจดจ่ออยู่กับหนังสือโดยไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย เขายังคงจมอยู่ในมหาสมุทรแห่งความรู้ในหนังสืออย่างล้ำลึก

มีคนมาสะกิดไหล่เขาเบาๆ จนทำให้เขาหลุดออกจากห้วงสมาธิ

"นักศึกษา มันสี่ทุ่มแล้ว ห้องสมุดจะปิดแล้ว" บรรณารักษ์กล่าว

ลู่โจวรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะสอดที่คั่นหนังสือไว้ในตำรา เขากล่าว "โอ้… ขอโทษครับ ผมลืมดูเวลา ผมจะเก็บของเดี๋ยวนี้"

"ไม่ต้องรีบร้อน ฉันทำงานอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นนักศึกษาตั้งใจอ่านหนังสือคณิตศาสตร์" บรรณารักษ์กล่าว

"ผมยังยืมหนังสือได้อยู่ไหม? ผมอยากยืมหนังสือเล่มนี้" ลู่โจวกล่าว เขายังคงติดใจภาวะห้วงสมาธิเมื่อกี้ แถมเขายังรู้สึกค้างคาอีกด้วย

เขาไม่เคยเสพติดการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์มาก่อน

เขารู้สึกหยั่งกับว่าเขากำลังอ่านนวนิยาย ไม่ใช่ตำราเรียน เป็นนวนิยายที่บันทึกชีวิตของคณิตศาสตร์

บรรณารักษ์เห็นว่าเขาสุภาพแค่ไหน เธอจึงกล่าวอย่างรวดเร็ว "ไม่เป็นไร ถ้าเธอต้องการ เธอก็ยืมไปได้ คอมพิวเตอร์ยังคงเปิดทิ้งไว้อยู่ ฉันจะช่วยเธอดำเนินการเอง เธอได้เอาบัตรห้องสมุดมาด้วยไหม?"

ลู่โจวกล่าวอย่างจริงใจ "ผมเอามา…ขอบคุณครับ!"

"ไม่มีปัญหา!"

ลู่โจวยัดหนังสือใส่กระเป๋าแล้วรีบออกจากห้องสมุด

เขาเดินผ่านหน้าจอโฮโลแกรม เวลาภารกิจก็หยุดลง

อย่างไรก็ตามลู่โจวไม่ได้สนใจเลย เขาไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วิเดียว เขาอยากกลับไปสัมผัสกับประสบการณ์การอ่านที่แสนวิเศษโดยเร็ว

เมื่อเขากลับมาถึงหอพักและพบว่าเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนได้กลับมาแล้ว และพวกเขากำลังเล่นเกม LOL กันอยู่

หวงกวงหมิงได้ยินเสียงเปิดประตู แต่เขากำลังต่อสู้กันอย่างเข้มข้นพร้อมกับเพื่อนร่วมทีม เขาจึงกล่าวโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง "สหายโจว ลีคไหม?"

เขาเน้นเสียงคำว่า 'ลีค' จนเกินจริง มันคือคำเชิญที่พวกเขาที่เอาไว้เชิญคนมาร่วมต่อสู้บนสนามซัมมอนเนอร์ลิฟ [1]

"วันนี้ไม่ดีกว่า ฉันยังมีเรื่องต้องทำ พวกนายเล่นกันเลย"

สือช่างเถิงดันอีกฝ่ายกลับไปแล้ว เขาจึงมีเวลาว่างอยู่บ้าง เขาหันกลับมามองแล้วเห็นลู่โจวกำลังนั่งอ่านหนังสือที่หยิบออกมาจากกระเป๋าสะพาย เขาร้องตะโกนทันที "อะไรวะนั่น! ลู่โจว นายชอบเรียนหนังสือตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"

หลิวรุ่ยได้ยินว่าลู่โจวกำลังอ่านหนังสือ เขาจึงบังคับตัวเองให้มามองที่โต๊ะลู่โจว

ลู่โจวหัวเราะ มันเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย เขาจึงกุเรื่องขึ้นมาแก้ตัวว่า "ไม่ใช่ว่าใกล้สอบแล้วเหรอ? ฉันยังไม่เข้าใจอยู่หลายจุด ถ้าฉันไม่ทบทวนบทเรียนตอนนี้ มันก็คงจะสายเกินไป ฉันจะลีคกับพวกนายหลังสอบเสร็จแล้วกัน"

"โคตรขยัน! แค่เอาให้ผ่านก็พอ!" หวงกวงหมิงกล่าวขณะคลิกเมาส์ตีป้อมฝั่งตรงข้ามอย่างเมามัน

ถ้าลู่โจวจำได้ถูก หวงกวงหมิงก็เคยพูดแบบนี้ในเทอมก่อน แม้ว่าคะแนนสอบ 'คณิตศาสตร์' ของหวงกวงหมิงจะได้ เก้าสิบคะแนน แต่มันก็ห่างจากอัจฉริยะอย่างหลิวรุ่ยแค่ หนึ่งคะแนน

ทุกคนต่างก็แอบขยันกัน

ลู่โจวหัวเราะแล้วไม่ได้พูดอะไรมาก เขาพลิกไปหน้าที่มีที่คั่นหนังสือคั่นอยู่ แล้วจดจ่อไปกับการอ่านหนังสือ

สิบวินาทีผ่านไป

หนึ่งนาทีผ่านไป

ห้านาทีผ่านไป

เขาได้ยินเสียงแห่งชัยชนะดังมาจากด้านหลัง ลู่โจวพลิกอ่านไปได้ไม่ถึงสองหน้าดี เขาก็พลิกกลับแล้ว ไม่มีคำไหนเลยที่เขาอ่านแล้วเข้าหัว

"ฮ่าๆ! ซิลเวอร์สี่! ฉันแรงค์อัพแล้ว!" หวงกวงหมิงกล่าวอย่างอวดดีก่อนจะเอนกายพิงเก้าอี้

"ฉันแบกนาย นายมันกาก" สือช่างถิงเอนตัวพิงเก้าอี้แล้วบิดขี้เกียจ

"นายไม่ได้แบกฉัน ฉันฆ่ามาสก์แมนในเสี้ยววิด้วยเลอปลองที่น่าทึ่งของฉัน"

"น่าทึ่งบ้านนายสิ เลิกคุยโวกับการโชคช่วยได้แล้ว ฉันแบกนายตั้งแต่แอลโล่เฮล [2] ฉันต้องเล่นไอดีไก่เพื่อพาไอดีกากๆ ของนายขึ้นซิลเวอร์ นายลืมชนะครั้งแรกของเมื่อวานไปแล้วด้วยซ้ำ!"

ไม่มีทางที่ลู่โจวจะมีสมาธิได้เลย

มันไม่ใช่เพราะเสียงคุยของเพื่อนร่วมห้อง เขาแค่ไม่สามารถเพ่งความสนใจไปที่หนังสือ สภาพจิตใจเขาตอนนี้คล้ายกับสภาพจิตใจตอนเขาทบทวนหนังสือตามปกติ แค่มีอะไรนิดหน่อยก็รบกวนกระบวนการคิดของเขาแล้ว

ย้อนกลับไปที่ห้องสมุด ที่นั่นก็มีเสียงคุยเสียงความเคลื่อนไหว แต่เขายังสามารถจดจ่อเข้าไปสู่โลกแห่งตำราได้อย่างเต็มที่

ลู่โจวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้ววางหนังสือ 'การบรรยายคณิตวิเคราะห์ใหม่'

บางทีมันอาจเป็นพลังของระบบใช่ไหม?

………………………………….

[1]ซัมมอนเนอร์ลิฟ (summoner’s rift) คือแมพของเกม LOL

[2]แอลโล่เฮล (elo hell) เป็นศัพท์ของ LOL น่าจะหมายถึงแพ้รัวๆ ส่วนชนะครั้งแรกท้ายประโยค น่าจะเล่นทั้งวัน แพ้ทั้งวันจนมีเพื่อนพาชนะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...