ขนมไหว้พระจันทร์เหอผู่ เอกลักษณ์ความอร่อยแห่งกว่างซี
เมื่อเทศกาลไหว้พระจันทร์เวียนมาถึง กลิ่นหอมของขนมอบจะลอยออกจากโรงงานและร้านขนมทั่วเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน สำหรับชาวกว่างซี ขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้เป็นเพียงอาหารประจำเทศกาล แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์ การกลับบ้าน และการได้แบ่งปันช่วงเวลากับคนในครอบครัว รูปทรงกลมของขนมเปรียบเสมือนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความพร้อมหน้าและความสัมพันธ์ที่ไม่ขาดจากกัน
กว่างซีมีขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรูปแบบตามวัตถุดิบและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ แต่ชนิดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ “ขนมไหว้พระจันทร์เหอผู่ขนาดใหญ่” หรือ “เหอผู่ต้าเยว่ปิ่ง” จากอำเภอเหอผู่ เมืองเป๋ยไห่ บริเวณชายฝั่งอ่าวเป่ยปู้ ขนมชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่าขนมไหว้พระจันทร์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
บางชิ้นหนักตั้งแต่ครึ่งกิโลกรัมไปจนถึงหลายกิโลกรัม จึงมักถูกตัดแบ่งให้สมาชิกในครอบครัวรับประทานร่วมกัน ยิ่งขนมมีขนาดใหญ่เท่าใด ก็ยิ่งสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์และความปรารถนาให้ครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น
จุดเด่นของขนมเหอผู่อยู่ที่ไส้แน่นและรสชาติซับซ้อน โดยสูตรคลาสสิกคือไส้ธัญพืชห้าชนิดผสมหมูแดง หรือ “อู่เหรินชาเซา” ส่วนประกอบสำคัญประกอบด้วยเมล็ดแตงโม อัลมอนด์ เมล็ดมะกอก วอลนัต และงา ก่อนนำไปผสมกับหมูแดง น้ำตาล น้ำมัน และเครื่องปรุงตามสูตรของแต่ละครอบครัวหรือผู้ผลิต รสหวานจากน้ำตาลและน้ำผึ้งจะตัดกับความเค็มหอมของหมูแดง ขณะที่ถั่วและเมล็ดพืชช่วยเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบ ทำให้ขนมมีทั้งความนุ่ม มัน เค็ม หวาน และหอมอยู่ในคำเดียว
วัตถุดิบท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญต่อเอกลักษณ์ของขนม แป้งสำหรับทำเปลือกอาจใช้แป้งสาลีผสมแป้งข้าวเหนียว ขณะที่น้ำมันนิยมใช้น้ำมันถั่วลิสงซึ่งช่วยสร้างกลิ่นหอมและทำให้เนื้อขนมนุ่มขึ้น เหอผู่ยังมีผลผลิตอย่างน้ำผึ้ง น้ำตาล และวัตถุดิบจากหมูซึ่งเหมาะสำหรับทำไส้หมูแดง
ส่วนกรรมวิธีดั้งเดิมจะให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบ การกำหนดสัดส่วนไส้ และการควบคุมอุณหภูมิในการอบ เพื่อให้เปลือกมีสีน้ำตาลทองสม่ำเสมอและเก็บรักษาได้นาน
ขั้นตอนการผลิตเริ่มจากการเตรียมไส้ ซึ่งต้องคลุกส่วนผสมให้เข้ากันและพักไว้จนรสชาติกลมกล่อม จากนั้นจึงห่อด้วยแป้งที่นวดจนมีความยืดหยุ่น ก่อนกดลงในพิมพ์ไม้หรือพิมพ์สมัยใหม่ บนหน้าขนมมักปรากฏตัวอักษรมงคล ลวดลายดอกไม้ หรือชื่อผู้ผลิต
หลังจากอบจนสุก ขนมจะยังไม่ถูกนำออกจำหน่ายทันที แต่ต้องพักให้ความชื้นและน้ำมันภายในซึมกลับเข้าสู่เปลือก กระบวนการนี้ช่วยให้ผิวขนมเงางาม เนื้อเปลือกนุ่ม และรสชาติของไส้ผสานกันอย่างสมบูรณ์
ประวัติศาสตร์ของเหอผู่ในฐานะเมืองท่าเก่าแก่บนเส้นทางสายไหมทางทะเล ยังทำให้วัฒนธรรมอาหารของพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากการค้าและการเดินทางมาอย่างยาวนาน วัตถุดิบจากทะเล พืชน้ำมัน ธัญพืช และเครื่องปรุงหลายชนิดถูกนำมาปรับใช้กับการทำขนม
ขณะเดียวกัน การทำขนมขนาดใหญ่ยังสัมพันธ์กับวิถีชุมชน เพราะในอดีตหลายครอบครัวอาจนำวัตถุดิบที่ตนมีมารวมกัน แล้วทำขนมก้อนใหญ่สำหรับเซ่นไหว้บรรพบุรุษและแบ่งกันรับประทานในคืนพระจันทร์เต็มดวง
เมื่อถึงเทศกาล ขนมไหว้พระจันทร์จึงทำหน้าที่มากกว่าอาหารบนโต๊ะ ครอบครัวจะนำขนมมาจัดคู่กับผลไม้และน้ำชาเพื่อไหว้พระจันทร์ ก่อนตัดแบ่งให้สมาชิกทุกคนได้รับประทาน การแบ่งขนมก้อนเดียวกันสื่อถึงการแบ่งปันความสุขและการรักษาความผูกพัน
แม้สมาชิกบางคนจะต้องไปทำงานหรือศึกษาอยู่ห่างบ้าน ขนมจากกว่างซีก็มักถูกส่งไปเป็นของฝาก เพื่อแทนคำอวยพรให้ผู้รับมีชีวิตราบรื่นและครอบครัวสมบูรณ์พร้อม
ปัจจุบันผู้ผลิตในกว่างซีได้พัฒนารสชาติให้ตอบรับผู้บริโภครุ่นใหม่มากขึ้น นอกเหนือจากไส้ธัญพืชห้าชนิดและหมูแดง ยังมีไส้เม็ดบัว ไข่แดง ถั่วแดง งาดำ เผือก รวมถึงสูตรลดน้ำตาลและบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณอาหาร อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตจำนวนมากยังคงรักษาองค์ประกอบสำคัญของตำรับดั้งเดิม เพราะผู้บริโภคไม่ได้ซื้อเพียงรสชาติ แต่กำลังซื้อความทรงจำเกี่ยวกับบ้าน ครอบครัว และเทศกาลในวัยเด็ก
ความนิยมดังกล่าวทำให้ขนมไหว้พระจันทร์กลายเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของเหอผู่ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในปี 2566 อุตสาหกรรมขนมไหว้พระจันทร์ของอำเภอแห่งนี้มีมูลค่าผลผลิตประมาณ 2,200 ล้านหยวน (ราว 10,972.36 ล้านบาท) และมีผู้ประกอบการผลิตขนมมากกว่าหนึ่งร้อยราย นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งพื้นที่อุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงการผลิต บรรจุภัณฑ์ การจำหน่าย การท่องเที่ยว และการถ่ายทอดวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ส่งผลให้ขนมประจำเทศกาลช่วยสร้างรายได้และงานแก่ชุมชนตลอดห่วงโซ่การผลิต
แม้เทคโนโลยีการผลิตจะเปลี่ยนไป แต่หัวใจของขนมไหว้พระจันทร์กว่างซียังคงอยู่ที่การแบ่งปัน ขนมก้อนใหญ่ซึ่งต้องใช้มีดตัดออกเป็นหลายส่วนเตือนให้ผู้คนระลึกว่า ความสุขจะมีความหมายยิ่งขึ้นเมื่อได้แบ่งให้ผู้อื่น จากอาหารพื้นบ้านที่ทำขึ้นในครัวเรือน
ขนมไหว้พระจันทร์เหอผู่จึงก้าวสู่การเป็นของฝากที่มีชื่อเสียงและสินค้าทางวัฒนธรรมของกว่างซี โดยยังคงรักษาความหมายเรียบง่ายที่สุดของเทศกาลเอาไว้ นั่นคือการที่ผู้คนได้กลับมานั่งใต้พระจันทร์ดวงเดียวกัน กินขนมชิ้นเดียวกัน และระลึกถึงสายสัมพันธ์ของครอบครัว.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS