โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกนิติชูแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เป็นเข็มทิศประเทศ ย้ำตั้งเป้าชัด เลือกโครงการเปลี่ยนเกม กระจายรายได้สู่ฐานราก-เอสเอ็มอี

THE STANDARD

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เอกนิติชูแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เป็นเข็มทิศประเทศ ย้ำตั้งเป้าชัด เลือกโครงการเปลี่ยนเกม กระจายรายได้สู่ฐานราก-เอสเอ็มอี

วันนี้ (30 กันยายน) เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในวงเสวนาพิเศษหัวข้อ ‘ประเทศไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’ ภายในงานรับฟังความคิดเห็นเพื่อยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 จัดโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า แผนดังกล่าวจะเป็นเข็มทิศสำคัญในการกำหนดทิศทางประเทศ โดยต้องมีเป้าหมายชัดเจน และมีกลไกขับเคลื่อนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

เอกนิติระบุว่า รัฐบาลจะใช้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เป็นกลไกทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และนำประเทศไทยกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก

การจัดทำแผนพัฒนาฯ ในครั้งนี้จึงต้องกำหนดทั้งเป้าหมายรายปีและเป้าหมายระยะ 5 ปี เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเดิมที่สะสมมา พร้อมกับความท้าทายใหม่จำนวนมาก จึงไม่สามารถดำเนินโครงการทุกอย่างพร้อมกันได้

หัวใจสำคัญคือการจัดลำดับความสำคัญ โดยเลือกโครงการที่สร้างผลกระทบสูงและสามารถเป็น ‘ตัวเปลี่ยนเกม’ ได้จริง แทนการกระจายงบประมาณและกำลังคนไปยังโครงการย่อยนับร้อยโครงการ พร้อมแบ่งกรอบเวลาให้ชัดเจนว่า ผลลัพธ์ใดต้องเกิดขึ้นภายใน 1 ปี และเป้าหมายใดต้องบรรลุในระยะ 5 ปี

เอกนิติกล่าวด้วยว่า อีกเงื่อนไขสำคัญคือการแก้ปัญหาหน่วยงานภาครัฐทำงานแบบแยกส่วน โดยยกตัวอย่างการบริหารจัดการน้ำที่ดำเนินมานานกว่า 10 ปี แต่หน่วยงานต่างๆ ยังต่างคนต่างทำ จึงจำเป็นต้องสร้างโครงสร้างการทำงานที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

สำหรับสถานการณ์ของประเทศ เอกนิติมองว่า ไทยกำลังเผชิญสัญญาณวิกฤตสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ วิกฤตสังคมจากโครงสร้างประชากร และวิกฤตการเมือง ดังนั้น แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ต้องให้ความสำคัญกับเป้าหมายเศรษฐกิจ 4 เสาหลัก คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้ และการดูแลสิ่งแวดล้อม

เอกนิติระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตชะลอลงอย่างต่อเนื่อง จากช่วงก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่เคยเติบโตเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี ลดลงเหลือประมาณ 4% ในช่วงหลังปี 2540–2550 ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3% และปัจจุบันขยายตัวได้ไม่ถึง 3%

ขณะเดียวกัน ประเทศยังเผชิญปัญหา ‘โตกระจุก จนกระจาย’ โดยเอกนิติกล่าวว่า แม้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะอยู่ที่เกือบ 20 ล้านล้านบาท แต่ประชากรกลุ่มที่มีรายได้สูงที่สุด 20% มีส่วนแบ่งรายได้ของประเทศประมาณ 50% ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำที่สุด 20% มีส่วนแบ่งรายได้ไม่ถึง 5% สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม

“สาเหตุหลักที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำ เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง เครื่องจักรเก่า และแรงงานแก่” เอกนิติกล่าว พร้อมอธิบายว่า ประเทศไทยขาดการลงทุนมาเป็นเวลานาน ทำให้โรงงานและเครื่องจักรเสื่อมสภาพ ประกอบกับการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยประชากรอายุเกิน 60 ปีมีสัดส่วนประมาณ 20% หรือ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้กำลังแรงงานและรายได้ลดลง

ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ เอกนิติกล่าวว่า รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาและเข้มงวดเรื่องวินัยการคลัง จนสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 3 แห่งปรับมุมมองกลับมาอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook ซึ่งช่วยป้องกันวิกฤตการคลัง สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุน และส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัว

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งเปลี่ยนเงินทุนให้เป็นทักษะและความสามารถ โดยนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาเพิ่มผลิตภาพ อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัส และการนำ ‘เอไอนกกระซิบ’ มาใช้ในแอปพลิเคชันถุงเงิน เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้จริง

เอกนิติกล่าวว่า ประเทศไทยต้องต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ หรือ S-Curve โดยปรับภาคเกษตรไปสู่เกษตรอัจฉริยะ และเร่งแปรรูปอาหารเพื่อตอบโจทย์วิกฤตอาหารโลก

หนึ่งในอุตสาหกรรมที่เอกนิติยกตัวอย่างคืออาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งระบุว่ากำลังเติบโตสูงถึงปีละ 20% ตามแนวโน้มสังคมสูงวัยและความนิยมเลี้ยงสัตว์ พร้อมกล่าวว่า ไทยอยู่ในกลุ่มผู้ส่งออกอันดับต้นของโลก โดยอยู่ในอันดับ 1-2

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งเปลี่ยนผ่านภาคพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและกระจายโอกาสการเติบโตสู่ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...