โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” ลั่น น้ำยังไม่ออกก็ยังไม่จบ ตั้งวอร์รูมลุยแก้น้ำท่วมทุก 8 โมงเช้า แจงดราม่าแจกตังค์ ยัน “เงินผมสะอาด” อย่าเอาประชาชนเป็นตัวประกันทางการเมือง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 ก.ย เวลา 06.46 น.

“อนุทิน” ลั่น น้ำยังไม่ออกก็ยังไม่จบ ตั้งวอร์รูมลุยแก้น้ำท่วมทุก 8 โมงเช้า แจงดราม่าแจกตังค์ ยัน “เงินผมสะอาด” อย่าเอาประชาชนเป็นตัวประกันทางการเมือง

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการมอบนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ

ว่า ตอนนี้มีสภาวะความเสี่ยงของทุกจังหวัด ที่น้ำจะผ่าน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และปริมณฑล เราก็ตั้งวอร์รูมเพื่อรับฟังสถานการณ์สรุปในทุกเช้า ช่วงนี้ก็เหมือนสมัยโควิด ทุก 07:30 น. ทางกระทรวงสาธารณสุขจะมีการประชุมทั่วประเทศเพื่อจะรับรับทราบความเป็นไปและสั่งการแก้ไขปัญหา หากจังหวัดไหนต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมเป็นพิเศษหรือต้องการการตัดสินใจ

เราก็จะได้ดำเนินการได้ทันทันที ในกรณีน้ำท่วม น้ำหลากก็เช่นกัน อย่างไรก็ตามทางกรมป้องกันภัยภายใต้กฎหมายภัยพิบัติ ก็ต้องต้องเป็นหน่วยงานเจ้าภาพที่จะประสานงานกับทุกหน่วยงานอยู่แล้ว เราก็ตั้งวอร์รูมที่กรมป้องกันภัยแห่งนี้ และในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีภาวะวิกฤตอยู่เราก็จะมาประชุมทุก 08:00 น. เพื่อดำเนินการในทุกเรื่องในแต่ละวันการประชุมทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะมีมีการประชุมย่อยดำเนินดำเนินการต่อ และทางอธิบดีกรมป้องกันภัยก็จะรวบรวมข้อมูลทั้งหลายเพื่อนำมาเสนอในที่ประชุมในทุกเช้าเพื่อรับข้อสั่งการและดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่าการประชุมนัดแรกมีพื้นที่ไหนที่มีมีการรายงานต้องเตรียมตัวหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ในจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยก็จะมีการเร่งประชาสัมพันธ์ และแจ้งตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ จากนี้ไปก็จะให้ถามทางอธิบดีนิรัตน์ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมป้องกันภัยฯตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป

เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่เองประชาชนสะท้อนความต้องการอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เขาต้องการให้เร่งระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุด แต่อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณในความเข้าใจและความอดทนอดกลั้นของประชาชน ที่มีต่อสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ การที่ตนลงไปในพื้นที่ไม่ใช่ลงไปเพื่อแจกข้าวแจกน้ำหรือแจกถุงยังชีพ แต่ทำให้เราได้สัมผัสถึงความลำบากของประชาชน สัมผัสว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร ต้องการความช่วยเหลือ การสนับสนุน และการตัดสินใจอย่างไร การลงพื้นที่อย่างน้อยก็ทำให้ทุกหน่วยงานเกิดการบูรณาการกันและให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ จากวันแรกที่เข้าไปทุกคนบอกอาหารไม่พอ ไม่ได้กินข้าวมาแล้วหลายวันไม่มีใครช่วยเหลือ ไม่มีไฟไม่มีน้ำ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปจนตอนนี้อาหารสามารถเข้าไปอย่างทั่วถึง ถือเป็นการที่เข้าไปแล้วเห็นสถานการณ์ไม่ใช่แค่มาคอยรับฟังอย่างเดียว

เมื่อถามถึงการบูรณาการการทำงานของรัฐบาล วันนี้ยังกังวลเรื่องอะไรอยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องกังวลจนกว่าน้ำจะออกไป ตอนนี้ระบายไม่ได้ เนื่องจากน้ำหนุนที่รอบๆยังสูงอยู่ และเราก็ต้องมานั่งระวัง แชร์ข้อมูลกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะยังมีการปล่อยน้ำจากแหล่งน้ำน้ำต่างๆ เขื่อนต่างๆ หากเราไม่มาบูรณาการ ทุกคนต่างไปแก้ปัญหาของตัวเอง ไม่แชร์ข้อมูลกัน กทม. ก็พยายามปล่อยน้ำอย่างเต็มที่หรือน้ำยังขังอยู่ หากไม่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้ก็ต้องยอมที่จะระดมกำลังเข้ามา หากรมชลประทานปล่อยน้ำต่อให้ระบายออกไปได้ก็มีของเข้ามาเติม ฉะนั้นเราต้องมีการบริหารจัดการให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเร่งระบายน้ำ บริหารจัดการเส้นทางของน้ำ

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึงคนที่คอยแซะเวลาลงพื้นที่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้ อย่าไปให้ความสนใจ เมื่อตนบอกว่าไม่สนใจข่าวพวกนี้เดี๋ยวก็หาว่าไม่รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่จริงๆไม่ใช่ วันนี้ทำงานอย่างเดียว ใครดุด่าว่ากล่าวก็น้อมรับ ใครกล่าวคำแรงใส่เข้ามาก็ถือว่าเขาได้ระบาย นึกสภาพว่าหากเป็นเราอาจจะแรงกว่าเขาก็ได้ แต่เราปล่อยให้เขาได้ระบายอย่างเต็มที่ ไม่เป็นไรเราเป็นรัฐบาลก็เลือกที่รักมักที่ชังไม่ได้อยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีการลงพื้นที่สายไหมแล้วมีการมอบเงินให้กับประชาชน นายนุทิน ระบุว่า เมื่อวานถุงยังชีพหมด

ส่วนที่มีการฝากถามมาว่าเงินที่ให้ประชาชนนั้นสะอาดหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเอาประชาชนมาเป็นตัวประกันทางการเมือง วันนี้เป็นเวลาที่ต้องช่วยเหลือประชาชน เดี๋ยวต่างคนต่างก็จะจะยิ่งแตกแยกกันเข้าไปใหญ่ วันนี้ต้องการความสามัคคีและมุ่งไปถึงการช่วยเหลือประชาชน เงินตนสะอาด เงินที่ให้ประชาชนไปเมื่อวานยังไม่ถึงครึ่งของเงินเดือนที่ได้รับจากการเป็นข้าราชการ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ต้องให้ประชาชนไปนั้นเนื่องจากถุงยังชีพที่เตรียมไปหมดพอดี และประชาชนก็เดินออกมาไกล ตนนก็ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรจึงมอบในสิ่งที่มีติดตัวไป ก็เท่านั้นเองไม่มีอะไร นี่ก็เป็นความตั้งใจของตน ทำอะไรได้ก็ทำ ไม่เคยคิดอะไรที่เป็นเรื่องของการเมือง ต้องไม่เอามาตรฐานตัวเองมาเทียบกับคนอื่น

เมื่อถามว่าได้มีการกำชับหรือไม่ว่าหลังจากนี้จะไม่มีภาพประชาชนยังไม่ได้กินข้าวอีก นายอนุทิน เผยว่า ตนกำชับตลอด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...