โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เครือข่ายต้าน IMF’ จัดเวทีแจงเหตุผลชุมนุม หลังถูกวิจารณ์ไร้เป้าหมาย

The Reporters

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘เครือข่ายต้าน IMF’ จัดเวทีแจงเหตุผลชุมนุม หลังถูกวิจารณ์ไร้เป้าหมาย เปิดแผล ‘เขื่อนปากมูล’ บทเรียนกู้เงินธนาคารโลก ชี้ ดีล 81.6 ล้าน หนุนร่าง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน ฟอกเขียวกลุ่มทุนพลังงาน

วันนี้ (16 ต.ค. 69) เวลา 08.50 น. ที่บริเวณแยกพระรามที่ 4 ‘เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก–ไอเอ็มเอฟ’ (People’s Network Against World Bank–IMF) เริ่มกิจกรรมการชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยมีการเดินแสดงป้ายข้อความสะท้อนความคิดเห็นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมเมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 69) พร้อมร่วมกันกล่าวว่า “ข้อความเหล่านี้แด่พี่ตำรวจ”

จากนั้น มีการเปิดเวทีปราศรัยให้ตัวแทนเครือข่ายต่าง ๆ ร่วมบอกเล่าถึงเหตุผลในการคัดค้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ อาทิ เครือข่ายสภาริมราง, เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) และเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า ออกมาชุมนุมโดยไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ รวมถึงไม่มีจุดประสงค์การเคลื่อนไหวที่ชัดเจน

แม่สมปอง เวียงจันทร์ ตัวแทนสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล อดีตชาวประมงบ้านวังสะแบงใต้ อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี กล่าวว่า กลุ่มทุนกำลังแสวงหาผลประโยชน์และพยายามเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยอ้างว่าเป็นประเทศกำลังพัฒนา แล้วเข้ามาช่วงชิงทรัพยากร ทำให้ประชาชนกลายเป็นเพียงเครื่องมือของรัฐบาลที่ออกนโยบายเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเข้ามากอบโกยกำไรข้ามหัวประชาชน เช่นเดียวกับกรณีเขื่อนปากมูล ซึ่งเป็นผลพวงจากการประชุมธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟเมื่อ 35 ปีก่อน นำไปสู่การปล่อยเงินกู้เพื่อสร้างเขื่อนปากมูล จนชาวบ้านต้องออกมาคัดค้านตั้งแต่ปี 2536 และต้องแบกรับผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

“ธนาคารโลกจะกลับมาอีกแล้ว และกำลังจะมีโครงการใหม่ ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง ซึ่งจะกระทบต่อวิถีชีวิตของพวกเราที่เป็นคนหาปลาโดยตรง อยากบอกว่าหยุดได้แล้ว ปัญหาเขื่อนปากมูลเดิมยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็กำลังจะมีโครงการเขื่อนใหม่อีกแล้ว” แม่สมปองระบุ

ด้านนายมนูญ วงษ์มะเซาะห์ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก–ไอเอ็มเอฟ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยบรรลุข้อตกลงรับเงินทุนสนับสนุนแบบให้เปล่า (Grant) จากธนาคารโลก จำนวนประมาณ 81.6 ล้านบาท (ราว 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อพัฒนากลไกราคาคาร์บอนและแบบจำลองทางเศรษฐกิจสำหรับการวางแผนลดก๊าซเรือนกระจก รองรับการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จะบังคับใช้ในปี 2570 และผลักดันเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 โดยเครือข่ายมองว่า โครงการดังกล่าวเป็นเพียงโครงสร้างทางนโยบายที่เปิดทางให้เกิดการ ‘ฟอกเขียว’ (Greenwashing) แก่กลุ่มทุนพลังงาน ภายใต้การครอบงำของธนาคารโลก

ขณะที่นายณัฐวุฒิ กรมภักดี ตัวแทนเครือข่ายสภาริมราง กล่าวถึงผลกระทบจากร่าง พ.ร.บ. การพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง พ.ศ. … (ร่าง พ.ร.บ. TOD) โดยระบุว่า เมื่อปี 2566 ธนาคารโลกและสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินและแปลงสินทรัพย์เพื่อดึงดูดนักลงทุน และในปี 2568 ได้หารือเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ย่านสถานี ซึ่งเครือข่ายกังวลว่า การมุ่งเพิ่มมูลค่าที่ดินในเมืองจะส่งผลกระทบและเบียดขับชุมชนดั้งเดิมริมทางรถไฟออกจากพื้นที่

สำหรับกิจกรรมในช่วงเช้าสิ้นสุดลงด้วยการที่กลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันเป่าลูกโป่งและนำไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ในการส่งต่อลมหายใจและเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนไปยังคณะผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติและรัฐบาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...