โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

A Asset เปิดเกมรุกอสังหาฯ ไทย 1.2 หมื่นล. พาร์ทเนอร์เวียดนาม-ประสบการณ์ 3 ประเทศ

Khaosod

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

A Asset กลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์หน้าใหม่ ประเดิมลงทุนไทยมูลค่าโครงการ 1.2 หมื่นล้าน หลังสั่งสมประสบการณ์พัฒนาโครงการในญี่ปุ่น-เวียดนามกว่า 10 ปี ชูจุดแข็งด้านวิศวกรรมและการพัฒนาโครงการครบวงจร ประเดิมแฟล็กชิปมิกซ์ยูสทองหล่อกว่า 7 ไร่ พร้อมวางแผนขยายการลงทุนต่อ เน้นโครงการที่ตอบโจทย์พื้นที่และคุณภาพชีวิต มากกว่าการเร่งเพิ่มกำไรสูงสุด

A Asset เปิดเกมรุกอสังหาฯ ไทย ชูทุน-ประสบการณ์ 3 ประเทศ

วันที่ 1 ต.ค. 2569 กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท (A Asset) เปิดตัวในฐานะกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์หน้าใหม่ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Always Forward สรรค์สร้าง ยั่งยืน”

นายอนวัช ฉัตรศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท (A Asset) เปิดเผยว่า หลังสั่งสมประสบการณ์จากธุรกิจวิศวกรรม การพัฒนา และบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไทยมา 36 ปี ภายใต้ PPSN บริษัรทวิศวกรที่ปรึกษาและบริหารงานก่อสร้างซึ่งรับงานตั้งแต่โครงการที่พักอาศัย โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ตลอดจนรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง รวมถึงออกแบบปรับปรุงสนามบินเชียงใหม่และดอนเมือง

นอกจากนี้ยังร่วมทุนกับ BCONS ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม โดยการร่วมทุนกับชาวเวียดนาม อีกทั้งยังได้ขยายการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่นด้วย ซึ่งบริษัทพร้อมนำองค์ความรู้จากการพัฒนาโครงการในต่างประเทศกลับมาต่อยอดการลงทุนในไทย โดยประเดิมโครงการแฟล็กชิปมิกซ์ยูสบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ ถนนสุขุมวิท 53 (โรงเรียนนานาชาติบางกอกเพรพเดิม) มูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท

"จุดแข็งของ A Asset มาจากรากฐานด้านวิศวกรรม ทำให้สามารถมองการพัฒนาโครงการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งงานโครงสร้าง ระบบอาคาร การออกแบบ การบริหารโครงการ การจัดหาวัสดุ การพัฒนาและการลงทุน รวมถึงการดูแลรักษาอาคารในระยะยาว"

นายอนวัชกล่าวและว่าที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทมีประสบการณ์พัฒนาโครงการหลากหลายประเภท ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงาน รีเทล โรงเรียน มหาวิทยาลัย และโครงการมิกซ์ยูส รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่เข้าไปดำเนินธุรกิจมานานกว่า 10 ปี

“การทำงานในญี่ปุ่นสร้างวัฒนธรรมเรื่องความใส่ใจรายละเอียดและคุณภาพระยะยาว ขณะที่เวียดนามทำให้เราเรียนรู้ระบบการพัฒนา การบริหาร และการสร้างพื้นที่ที่เติบโตไปพร้อมกับเมือง ประสบการณ์ทั้งหมดถูกนำกลับมาใช้กับการพัฒนาโครงการในไทย” นายอนวัชกล่าว

สำหรับตลาดเวียดนาม A Asset เข้าไปดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2551 จากเดิมที่ให้บริการด้านวิศวกรรมและออกแบบ ก่อนขยับสู่การเป็นผู้พัฒนาโครงการด้วยตัวเองในปี 2560 ปัจจุบันมีโครงการที่พัฒนาแล้วเสร็จประมาณ 20 โครงการ และอยู่ระหว่างดำเนินการอีกประมาณ 38 โครงการ ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัย สำนักงาน รีเทล โรงแรม โรงเรียน และมหาวิทยาลัย

หนึ่งในโครงการที่เป็นตัวอย่างสำคัญคือ “บีคอนส์ ซิตี้-BCONS CITY” โฮจิมินห์ ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ในรูปแบบที่มีทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงาน และสถาบันการศึกษา โดยบริษัทระบุว่าประสบการณ์ดังกล่าวทำให้เข้าใจว่าผลิตภัณฑ์อสังหาริมทรัพย์ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของคนในแต่ละพื้นที่ เพราะพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคไทย เวียดนาม และญี่ปุ่นมีลักษณะแตกต่างกัน

นายอนวัชกล่าวว่า ปัจจุบันตลาดเวียดนามไม่ได้อยู่ในภาวะโอเวอร์ซัพพลายในทุกกลุ่ม โดยเซ็กเมนต์ที่บริษัทดำเนินการยังมีดีมานด์ ขณะที่ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในเมืองสำคัญอยู่ในระดับสูง โดยกลุ่มโครงการที่บริษัทพัฒนามีระดับราคาประมาณ 160,000 บาทต่อตร.ม.ขึ้นไป ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสจากความต้องการที่อยู่อาศัย

นายอนวัชกล่าวว่า สำหรับล่าสุดที่กลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เกิดขึ้นจากการมองเห็นโอกาสของตลาด ขณะที่ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันอาจเป็นช่วงที่ท้าทาย แต่ไม่ได้หมายความว่าตลาดหยุดนิ่ง โดยยังมีการซื้อและการลงทุนเกิดขึ้น เพียงแต่การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพและความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการตอบโจทย์ผู้บริโภค

“วันนี้ตลาดไม่ได้หยุดนิ่ง คำถามคือโปรดักต์ของเรามีความแตกต่างแค่ไหน และตอบโจทย์ลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน” นายอนวัชกล่าว

ทองหล่อประเดิมแฟล็กชิปไทย

การลงทุนครั้งแรกในไทยของ A Asset คือโครงการแฟล็กชิปมิกซ์ยูสในทำเลทองหล่อ บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ติดสถานี BTS ทองหล่อ ภายใต้แนวคิด Green & Wellness Real Estate ประกอบด้วยอาคารหลักสูง 6 ชั้น ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น เป็นพื้้นที่สำนักงาน 3,000 ตร.ม. คอมมูนิตี้มอลล์ และ เวลเนส เซ็นเตอร์ พร้อมอาคารทาวเวอร์ A สูง 39 ชั้น เป็นโรงแรม 640 ห้อง ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ยังไม่เคยเปิดในไทย และทาวเวอร์ B สูง 28 ชั้น เป็นแบรนด์เดดเรสซิเดนซ์ 220 ยูนิต ในแนวคิด “Simply Luxury” รองรับห้องชุดขนาดตั้งแต่ 45-50 ตร.ม. ขึ้นไป โดยรูปแบบบการขายเป็นสิทธิการเช่า (ลีสต์โฮลด์) 40 ปี

รวมถึงยังมีพื้นที่สวนลอยฟ้าขนาด 5,000 ตร.ม. ในระดับที่มากกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำ เนื่องจากมองว่าพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตและสามารถเป็นพื้นที่รองรับการใช้งานของคนในโครงการและชุมชนโดยรอบ

ทั้งนี้โครงการจะใช้ระยะเวลาพัฒนาและก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี ซึ่งสิทธิการเช่ามีระยะเวลารวม 45 ปี แบ่งเป็นช่วงพัฒนาโครงการประมาณ 5 ปี และระยะเวลาใช้งานประมาณ 40 ปี

นายอนวัชกล่าวว่าตลาดที่อยู่อาศัยทองหล่อในปัจจุบัน ยอมรับว่ามีสินค้าหลายระดับ ตั้งแต่พรีเมียม ลักชัวรี อัลตร้าลักชัวรี ไปจนถึงซูเปอร์ไพรม์ แต่ A Asset ไม่ได้วางตัวเองด้วยการจำกัดว่าจะต้องจับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนหลายช่วงอายุ

"บริษัทมองว่าลีสโฮลด์เป็นทางเลือกของการอยู่อาศัย ส่วนราคาของลีสโฮลด์ หากเทียบกับฟรีโฮลด์ในทำเลและตลาดเดียวกัน บริษัทมองว่าราคาควรต่ำกว่าฟรีโฮลด์อย่างน้อยประมาณ 30% จึงจะมีความน่าสนใจในมุมของผู้ซื้อ"

ฐานลูกค้าหลายช่วงวัย

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ บริษัทมองเป็นตลาดที่สามารถตอบโจทย์คนหลายวัย ขณะที่กลุ่มที่มีแนวโน้มสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์คือคนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ พื้นที่สีเขียว ความสะดวกในการเดินทาง และต้องการใช้ชีวิตในเมือง

วางโมเดลพันธมิตร เน้นซินเนอร์ยีมากกว่าเงินทุน

ในด้านโครงสร้างการลงทุน โดยจะมีพันธมิตรร่วมลงทุนในแต่ละองค์ประกอบ ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นผู้ดูแลทิศทางหลักของโครงการ ขณะที่การเลือกพันธมิตรไม่ได้พิจารณาเฉพาะความสามารถในการนำเงินทุนเข้ามาร่วมลงทุน แต่ให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ที่สามารถเติมเต็มโครงการ

เดินหน้าธุรกิจหลังเปิดตัวไทย

สำหรับแผนหลังจากเปิดตัวโครงการทองหล่อ บริษัทยังมองหาโอกาสและที่ดินที่อยู่ระหว่างการพิจารณา รวมถึงการศึกษาการพัฒนาโครงการสำนักงานและโครงการรูปแบบอื่น ๆ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้

"A Asset วางเป้าหมายให้การพัฒนาโครงการไม่ได้จบลงในวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ต้องสามารถบริหารและดูแลพื้นที่ต่อเนื่องในระยะยาว โดยใช้ประสบการณ์ด้านวิศวกรรม การบริหารสินทรัพย์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม เป็นฐานในการสร้างธุรกิจในประเทศไทยต่อไป"นายนายอนวัชกล่าว

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันโครงการทองหล่อ ยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในต้นปีหน้าและพร้อมจะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ และคาดว่าภายในไตรมาส 3 ปี 2570 จะเริ่มเปิดการขายในส่วนของแบรนด์เดดเรสซิเดนซ์อย่างเป็นทางการ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : A Asset เปิดเกมรุกอสังหาฯ ไทย 1.2 หมื่นล. พาร์ทเนอร์เวียดนาม-ประสบการณ์ 3 ประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...