รัฐบาล ยกระดับปราบ “นอมินี” ครบวงจร เข้มทุนผิดกฎหมาย ไม่กีดกันนักลงทุนสุจริต
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสร้างการแข่งขันทางการค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดการป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมายเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วนระยะสั้นและระยะกลาง ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ “นอมินี” และการประกอบธุรกิจของทุนต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
นางสาวลลิดา กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการยกระดับมาตรการที่ดำเนินการอยู่แล้วให้เข้มข้นและครอบคลุมมากขึ้น ไม่ใช่การเริ่มตรวจสอบนอมินีเป็นครั้งแรก โดยตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ได้มีการขยายการตรวจสอบจากขั้นตอนการจัดตั้งนิติบุคคลไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายหลังจดทะเบียนในบางกรณี ทั้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม เพื่อให้สามารถตรวจสอบความเสี่ยงได้ตลอดวงจรของนิติบุคคล
สำหรับกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ ผู้ยื่นจดทะเบียนจะต้องชี้แจงรายละเอียดการลงทุนและแสดงหลักฐานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุนและความสามารถในการลงทุนที่แท้จริง โดยใช้ข้อมูลและพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาเป็นรายกรณี
“ต้องย้ำว่า การถูกคัดกรองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงไม่ได้หมายความว่าบริษัทนั้นกระทำผิดหรือเป็นนอมินี และการมีคนต่างชาติร่วมถือหุ้นในสัดส่วนที่กฎหมายอนุญาตก็ไม่ได้ทำให้บริษัทนั้นเป็นนอมินีโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการเหมารวมธุรกิจที่ดำเนินการโดยสุจริต ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เปิดช่องให้มีการใช้โครงสร้างนิติบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินงานไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกระทรวงพาณิชย์ แต่ใช้กรอบความร่วมมือระหว่าง 23 หน่วยงาน ซึ่งได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 เพื่อสนับสนุนการบูรณาการข้อมูล การเฝ้าระวัง และการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ทำให้เมื่อพบกรณีที่มีความเสี่ยงหรือมีเหตุอันควรสงสัย สามารถส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายได้
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความเข้มงวดกับทุนที่ฝ่าฝืนกฎหมายต้องดำเนินควบคู่กับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เปิดระบบ e-Foreign Business ให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนต่างชาติยื่นคำขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทางออนไลน์มาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนในการติดต่อภาครัฐ ทั้งนี้ การยื่นคำขอผ่านระบบไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติ แต่ยังต้องผ่านการพิจารณาตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
“เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่การทำให้การลงทุนจากต่างประเทศยากขึ้น แต่ต้องการสร้างสนามการแข่งขันที่เป็นธรรม ให้ผู้ลงทุนที่เข้ามาอย่างถูกต้องและโปร่งใสสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ขณะที่ผู้ที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนหรือใช้โครงสร้างนิติบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายจะต้องถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย การคัดกรองตามความเสี่ยงและการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานจะช่วยให้รัฐตรวจสอบได้ตรงจุดมากขึ้น โดยไม่สร้างกำแพงต่อการลงทุนที่สุจริต” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญทั้งการคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง การติดตามความเปลี่ยนแปลงภายหลังจดทะเบียน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อพบความเสี่ยง เพื่อปิดช่องการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องในประเทศไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปชน.แฉ ขบวนการ “ไตรภาคีสีเทา” 23 บริษัทนอมินีซื้อบ้านหรู