พาณิชย์ดันไทยผงาดผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเบอร์ 1 โลก
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเดินหน้าผลักดันไทยขึ้นแท่นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับหนึ่งของโลก หลังยอดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงปี 2568 เติบโต 8.15% หนุนผู้ประกอบการ SMEs ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมเปิดเวที Pet Fair South East Asia 2026 เชื่อมผู้ผลิตไทยกับเครือข่ายผู้ซื้อกว่า 80 ประเทศ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Pet Fair South East Asia 2026 ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญ โดยเฉพาะอาหารสุนัขและแมว ซึ่งไทยมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ ในปี 2568 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงกว่า 3,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.15% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการผลิตและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการตอบสนองความต้องการของตลาดโลก
นายสุรินทรกล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ให้สามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ผ่านการสร้างเครือข่ายทางการค้า การใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) และการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมวอันดับหนึ่งของโลก
สำหรับการจัดงาน Pet Fair South East Asia 2026 ถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิตและแบรนด์สินค้าไทยกับผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569 ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด และ Globus Events Limited
งานปีนี้มีผู้แสดงสินค้าประมาณ 450 บริษัทจาก 35 ประเทศ โดยราว 70% เป็นผู้ประกอบการต่างชาติ พร้อมตั้งเป้าต้อนรับผู้เข้าชมงานกลุ่มธุรกิจกว่า 12,500 คนจากกว่า 80 ประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก และเจ้าของแบรนด์ไทยได้พบปะเจรจากับผู้ซื้อและคู่ค้าระดับนานาชาติ
นายดวงเด็ด ย้วยความดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะจำนวนผู้เข้าร่วมงาน แต่เน้นคุณภาพของการเจรจาการค้า การจับคู่ธุรกิจ และการนำเสนอนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดใหม่
ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยีครอบคลุมอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยง ตั้งแต่อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์โภชนาการและสุขภาพ อุปกรณ์และสินค้าไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงเครื่องจักร บรรจุภัณฑ์ และบริการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยต่อยอดศักยภาพด้านการผลิตไปสู่การพัฒนาสินค้าและแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ซื้อและผู้แสดงสินค้า รวมถึงการสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง และแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
นายเดวิด จง ผู้ก่อตั้งและประธาน Globus Events Limited และ Pet Fair Asia Limited กล่าวว่า เครือข่าย Pet Fair มีบทบาทในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงระดับนานาชาติมาตั้งแต่ปี 2540 โดยล่าสุดงาน Pet Fair Asia ที่นครเซี่ยงไฮ้ มีผู้แสดงสินค้ากว่า 2,600 ราย และผู้เข้าชมงานกลุ่มธุรกิจกว่า 130,000 คนจากกว่า 100 ประเทศ พร้อมต้อนรับพาวิลเลียนประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งสะท้อนโอกาสการขยายความร่วมมือทางการค้าระหว่างไทยกับจีน
ด้าน นางสาวกนกพร ดำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า การจัดงานแสดงสินค้านานาชาติมีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมเศรษฐกิจและการค้า โดยช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับคู่ค้าจากทั่วโลก พร้อมสนับสนุนการเดินทางเข้ามาของนักธุรกิจต่างชาติ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ งาน Pet Fair South East Asia 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2569 ณ ฮอลล์ 98-100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยผู้จัดงานคาดหวังว่าจะเป็นเวทีสำคัญในการขยายเครือข่ายการค้าและสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทยในตลาดต่างประเทศ