กมธ.ภัยพิบัติฯ จี้ กทม.เร่งเคลียร์ขยะใน 2 สัปดาห์ ชงเยียวยา 9 พันเท่าเทียม คน “น้ำล้อมบ้าน” ต้องได้สิทธิ
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม กมธ. ในวันนี้ว่า ได้เชิญ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ รองศาสตราจารย์ ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมพิจารณาปัญหาและอุปสรรคจากการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นายภัทรพงษ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการได้แบ่งกรอบการพิจารณาออกเป็น 3 ระยะ 1. หารือประเด็นอุปสรรคการส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ของกรุงเทพมหานคร เพื่อตกลงขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยให้ชัดเจน ช่วยให้ประชาชนได้รับข่าวสารทันท่วงที 2.ทบทวนปัญหาความล่าช้าในการจัดตั้งศูนย์สั่งการส่วนหน้าของ กทม. รวมถึงการบูรณาการงานระหว่างกระทรวงต่างๆ ที่ยังขาดความคล่องตัว โดยมี สส.กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมสะท้อนปัญหาจริงในพื้นที่ และ.3.เร่งแก้ไขปัญหาการจัดการขยะตกค้างและการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบภัย
ประธาน กมธ.ภัยพิบัติฯ กล่าวว่า ปัญหาเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือ ขยะชิ้นใหญ่ หลังน้ำลด ซึ่ง กทม. ยังขาดแคลนเครื่องจักรขนย้าย และเจ้าหน้าที่ต้องแบกรับภาระงานเกินกำลัง จึงจำเป็นต้องใช้อนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพื่อจัดจ้างกำลังคนและเครื่องจักรเพิ่มเติมทันที
"ถ้ายังเดินกันแบบนี้ ผมว่าเดือนหนึ่งก็ยังขนขยะกันไม่เสร็จ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มกำลังส่วนนี้ เพื่อให้จบได้ภายใน 2 สัปดาห์ ให้คนกรุงเทพฯ กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วที่สุด" นายภัทรพงษ์ กล่าว
สำหรับประเด็นการเยียวยา นายภัทรพงษ์ ชี้ว่า ปัจจุบันยังพบข้อมูลที่ไม่ตรงกันระหว่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ กระทรวงมหาดไทย เช่น กรณีแฟลตคลองจั่น โดยเฉพาะเกณฑ์ผู้ประสบภัยที่บ้านถูกน้ำล้อมรอบเป็นเวลา 7 วันขึ้นไป
เมื่อถามถึงกรณีประชาชนในอาคารสูงหรือพื้นที่ที่น้ำไม่ได้ท่วมเข้าภายในบ้าน แต่ถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถออกไปทำงานได้ นายภัทรพงษ์ ย้ำว่า จำเป็นต้องสร้างความชัดเจนและเป็นธรรม เพราะผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างจากผู้ที่น้ำท่วมเข้าบ้าน
"ประชาชนไม่ควรต้องมาลุ้นว่า อยากให้น้ำท่วมบ้านฉันแค่นิดเดียวพอ ฉันจะได้ 9,000 เหมือนกัน ความเท่าเทียมต้องเกิดขึ้น การเยียวยาคือสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับ แน่นอนว่าเงินเยียวยาไม่พอกับความเสียหายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราไม่ควรนำเงื่อนไขเล็กน้อยมาเป็นข้อจำกัด"
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า ความเสี่ยงจากสภาวะอากาศว่า ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้แม่นยำ 100% โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ฉากทัศน์เลวร้ายที่สุด ในสัปดาห์หน้าว่า กรุงเทพมหานครอาจมีฝนตกสะสมสูงถึง 100 มิลลิเมตร หากขยะชิ้นใหญ่ยังคงตกค้างและไปอุดตันทางระบายน้ำ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมขังซ้ำรอย ทุกหน่วยงานจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ขั้นสูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามการถ่ายทอดสดการประชุม กมธ. เพื่อตรวจสอบการทำงานของสภาฯ กทม. และกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิด