ทบ. โต้กัมพูชา ยันไม่ได้ใช้กำลังขีดเส้นเขตแดน ชี้รุกล้ำ 40 ปี
27 ตุลาคม 2569พลตรี วินธัย สุวารี โฆษก กองทัพบก ชี้แจงโต้โต้ตอบโฆษกรัฐบาล กัมพูชา หลังถูกกล่าวหาว่า ไทยใช้กำลังทหารและตั้งรั้วลวดหนามกำหนด เส้นเขตแดน โดยยืนยันว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้อง อธิปไตย และความปลอดภัยในเขตไทย พร้อมแจงตัวเลขชาวเขมรค้างคาในพื้นที่จริงมีเพียงราว 4,600 คน ไม่ใช่ 20,000 คนตามที่กล่าวอ้าง และมีการรุกล้ำที่ดินไทยมานานกว่า 40 ปี
พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีนายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า กัมพูชาจะไม่ยอมรับการกำหนดเขตแดนด้วยกำลังทหาร พร้อมกล่าวหาฝ่ายไทยว่าดำเนินการฝ่ายเดียว ทั้งการวางรั้วลวดหนามและขัดขวางไม่ให้ชาวกัมพูชากลับเข้าที่พักอาศัย พร้อมย้ำว่าจะใช้ช่องทางการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา ว่า
ประการแรก ประเทศไทยไม่ได้ใช้กำลังทหารเพื่อกำหนดเขตแดนใหม่ การปฏิบัติของทหารไทยเป็นการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในเขตอธิปไตยของไทย มิใช่การใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนตามที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามกล่าวอ้าง
ประการที่สอง กรณีกัมพูชากล่าวอ้างว่ามีประชาชนกว่า 20,000 คน ไม่สามารถกลับถิ่นฐานได้ จากการตรวจสอบของฝ่ายไทย พบประชาชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หนองจาน หนองหญ้าแก้ว และคลองแผง ประมาณ 4,600 คนเศษ ซึ่งแตกต่างจากตัวเลขที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวอ้างมาก ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอธิปไตยของไทย และมีปัญหาการตั้งถิ่นฐานรุกล้ำของชาวกัมพูชามานานกว่า 40 ปี จึงต้องแยกแยะปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ออกจากกรณีผู้พลัดถิ่น ไม่ควรนำมาปะปนจนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยไทยยืนยันการแก้ไขปัญหาตามหลักมนุษยธรรมและกลไกทวิภาคีที่เกี่ยวข้อง
ประการที่สาม การติดตั้งรั้วลวดหนามและสิ่งกีดขวางในพื้นที่เป็นมาตรการเชิงป้องกันด้านความมั่นคงและความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำและลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า หรือเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อประชาชนและกำลังพล มิใช่การกำหนดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศขึ้นใหม่
โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยยืนยันการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ตามข้อตกลงร่วมและกลไกทวิภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยการใช้ช่องทางการทูตเป็นแนวทางที่ประเทศไทยสนับสนุนมาโดยตลอด แต่การดำเนินการทางการทูตควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความจริงใจในการแก้ไขปัญหา มิใช่การกล่าวหาประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยละเลยข้อเท็จจริง