“ทรัมป์” บรรลุข้อตกลงปูติน เปิดทางรัสเซียส่งออกดีเซลกว่า 4 ล้านตัน
“ทรัมป์” บรรลุข้อตกลงกับปูติน เปิดทางรัสเซียส่งออกดีเซลกว่า 4 ล้านตัน พร้อมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรถึงเมษายน
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 03.02 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (9 ต.ค.) ว่ารัสเซียตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลมากกว่า 4 ล้านตันเข้าสู่ตลาดโลก ภายใต้ข้อตกลงที่บรรลุร่วมกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ระหว่างการหารือทางโทรศัพท์ ท่ามกลางราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า รัสเซียจะเริ่มส่งมอบน้ำมันดีเซลมากกว่า 300,000 ตันทันที ตามด้วยอีก 500,000 ตันในเดือนพฤศจิกายน และอีก 1 ล้านตันหลังจากนั้น ก่อนส่งมอบเพิ่มเติมอีก 3 ล้านตัน โดยขึ้นอยู่กับสภาพของโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาตทั่วไป (General License) เมื่อวันศุกร์ เพื่อยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลจากรัสเซียเป็นการชั่วคราวจนถึงเดือนเมษายน 2570
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ออกมาประณามข้อตกลงดังกล่าวทันที โดยเตือนว่าการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรโดยไม่มีข้อผูกมัดให้รัสเซียลดระดับความรุนแรงของสงคราม จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ พร้อมระบุว่าการเปิดทางให้รัสเซียจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเท่ากับเป็นการสนับสนุนเงินทุนให้สงครามดำเนินต่อไป
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดีเซลทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น หลังยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง จนทำให้รัฐบาลมอสโกต้องประกาศห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ขณะที่อิหร่านและกลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรยังโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในตะวันออกกลาง ส่งผลให้อุปทานเชื้อเพลิงในตลาดโลกตึงตัวมากขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อทรัมป์ให้เร่งลดราคาพลังงานก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะในรัฐไอโอวา ซึ่งพรรครีพับลิกันกำลังเผชิญการแข่งขันอย่างเข้มข้น ท่ามกลางความเดือดร้อนของเกษตรกรจากต้นทุนน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ มีทางเลือกจำกัดในการลดราคา เนื่องจากสงครามในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลางสร้างความเสียหายต่อกำลังการกลั่นน้ำมันทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยพิจารณาห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเมื่อเดือนกันยายน แต่ล้มเลิกแนวคิดดังกล่าวหลังภาคอุตสาหกรรมน้ำมันและธุรกิจขนาดใหญ่เตือนว่าอาจทำให้ราคาน้ำมันเบนซินสูงขึ้น นอกจากนี้ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยังลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารอนุญาตให้รถบรรทุกใช้น้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องจักรนอกถนนที่ได้รับการยกเว้นภาษีบนทางหลวงได้โดยไม่ถูกลงโทษจากรัฐบาลกลาง แต่คำสั่งดังกล่าวเป็นเพียงการเลื่อนภาระภาษี ทำให้ยังมีความไม่ชัดเจนว่าผู้ประกอบการจะต้องชำระภาษีในภายหลังหรือไม่
อ้างอิง :www.cnbc.com